18 พ.ค. 2021 เวลา 08:53 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์
ข้อคิดจากหนัง Stardust (2007) “การอยู่เคียงข้างโดยไม่คิดครอบครอง”
คนเราไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นเสมอไป การตัดสินผู้อื่นจากเปลือกนอกอาจทำให้เราเข้าใจผิด
Stardust (2007)
เล่าเรื่องราวของชายหนุ่มชื่อ “ทริสตัน”
ที่พยายามเอาชนะใจของสาวสวยประจำหมู่บ้าน
โดยเขาได้รับปากกับเธอว่า “จะนำดาวตกมามอบให้เธอ”
(เพื่อเป็นการพิสูจน์รักแท้!!!!)
ดังนั้น
เพื่อให้ตนเองสามารถเก็บกู้ดาวที่ตกจากฟากฟ้าตามคำมั่นสัญญา
เขาจึงต้องข้ามกำแพงต้องห้าม
แล้วเดินทางเข้าสู่อาณาจักรที่อยู่ต่างมิติ
แต่ดาวตกที่เค้าได้พบนั้น “กลับเปลี่ยนร่างเป็นหญิงสาว”
โดยเธอมีชื่อว่า “อิฟเว่น”
ที่ตื่นขึ้นมาพร้อมกับสร้อยคอล้ำค่าข้างกาย
และในขณะเดียวกันนั้นเอง
ยังมีเหล่าเจ้าชาย (พี่น้องที่อยู่ในช่วงแย่งชิงบัลลังก์)
ที่กำลังตามหาสร้อยคอ (ซึ่งดันไปอยู่กับอิฟเว่น)
เพื่อเป็นหลักประกันในการขึ้นครองบัลลังก์
แล้วก็ยังมีแม่มดเฒ่าผู้ชั่วร้ายที่หมายปองพลังชีวิตของอิฟเว่น
เพื่อนำมาฟื้นคืนวัยสาวให้ตนเอง
ความวุ่นวายเหล่านี้เอง
จึงนำมาซึ่งการผจญภัยและการเรียนรู้ชีวิต
แค่ได้ยินชื่อไทยของหนังเรื่องนี้ว่า
“ศึกมหัศจรรย์ ปาฏิหาริย์รักจากดวงดาว”
ไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่า นี่มันหนังรักชัด ๆ
แต่ด้วยที่ผมรู้จักชื่อหนังเรื่องนี้
จากโฆษณาที่อยู่ในหนังแผ่นหลายเรื่องมาก
(ยุคที่ยังไม่มี Netflix ได้แต่ดูจาก VCD / DVD นั่นล่ะครับ 555)
เมื่อผมได้เห็นหนังเรื่องนี้อีกครั้งใน Streaming ของ HBO Go
ผมก็ตัดสินใจดูครับ (จะได้หายค้างคาซะที 555)
ผมพบว่า “หนังมันหลอกเราครับ”
นี่ไม่ใช่แค่หนังรักโรแมนติกเพียงอย่างเดียว
แต่หนังยังมีประเด็นของ...
-การค้นพบตัวเอง
-การยอมรับ และเปิดเผยตัวเอง
-การรู้คุณค่าของคนใกล้ตัว
-การรู้จักแยกแยะว่า อันไหนฝัน อันไหนจริง เพื่อยอมรับความจริง
-การเข้าใจผู้อื่นโดยไม่รีบตัดสินจากเปลือกนอก
-การใคร่ครวญให้รอบด้านก่อนจะตัดสินใจใช้ชีวิตกับใคร
ประเด็นเหล่านี้ถูกร้อยเรียงเอาไว้
แล้วค่อย ๆ คลี่คลายให้เราคนดู
ได้เรียนรู้บทเรียนต่าง ๆ ไปพร้อมกับทุกตัวละครในเรื่อง
จนทำให้ผมบ่นกับตัวเองเลยว่า
พลาดหนังเรื่องนี้ไปได้ยังไงฟระ 5555
ข้อคิดจากภาพยนตร์เรื่องนี้ คือ
“คนเราไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นเสมอไป
การตัดสินผู้อื่นจากเปลือกนอกอาจทำให้เราเข้าใจผิด”
ต้นตอสำคัญที่ทำให้เรารับรู้ผู้อื่นแค่เพียงเปลือกนอก
มักจะมาจากการที่เราปล่อยให้ประสบการณ์บางอย่างบังตา
ซึ่งมันมักมาในรูปของ
-ความรักบังตา
-ความโกรธเกลียดบังตา
-ความอยากได้บังตา
-ความเชื่อว่า อะไรถูกผิดดีเลวบังตา
“มองเห็นผู้อื่นจากเพียงเศษเสี้ยว”
จนทำให้เราสูญเสียภาวะของการเข้าใจไป
หลงเหลือไว้เพียงการตีความแบบผิวเผิน
และรีบด่วนสรุปชีวิตผู้อื่นจากเปลือกนอก
แล้วในท้ายที่สุดเราก็อาจพบว่า
“เนื้อแท้ของใครคนนั้น”
อาจไม่ได้เป็นอย่างที่เรานึกคิดไว้เสมอไป
และนำมาซึ่งความผิดหวังชอกช้ำใจในภายหลัง
การทำให้ตนเองอยู่เหนือภาพลวงตา
หรือ ไม่โดนหลอกเพราะการตีความของตัวเอง
ล้วนเริ่มจาก
การไม่เอาประสบการณ์บางอย่างเป็นตัวตั้ง
“ไม่ยึดติดในคำตัดสิน ความชอบ/ไม่ชอบ อยากได้/ไม่อยากได้”
แต่เป็นการเข้าใจผู้อื่นด้วยใจที่ใสสะอาด
เป็นการเข้าใจผู้อื่นโดยไม่คิดที่จะเข้าไปครอบครอง
และเป็นการเข้าใจผู้อื่นโดยไม่มีเงื่อนไขแอบแฝง
“ย่อมช่วยให้เราอยู่เหนือคำลวงและภาพลวงตาได้”
ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญ
ที่จะทำให้เราเข้าใจผู้คนได้อย่างรอบด้าน
เพื่อให้สามารถปรับตัวอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างลงตัว
โฆษณา