Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เงินทองต้องวางแผน By Kate Pichayapat
•
ติดตาม
19 พ.ค. 2021 เวลา 07:03 • ความคิดเห็น
5 ประเภทของ Financial Independence
คุณอยากมีชีวิตเกษียณแบบไหน
ตามแนวคิดของการเกษียณเร็วแบบ FIRE Movement (Financial Independence Retire Early) ที่พูดถึงการเตรียมเงินก้อนใหญ่ เพื่อให้สามารถเป็นสินทรัพย์ลงทุนเพื่อสร้างรายได้ให้เราเก็บกินตลอดชีวิต หากสามารถมี net worth อย่างที่ตั้งเป้าเกษียณไว้ ก็สามารถเกษียณได้
1
ซึ่งเป้าหมายที่ท้าทายอย่างหนึ่งคือ เรื่องของเวลา หากสามารถทำได้ในวัยที่ยังอายุไม่มาก เช่น 35 หรือ 40 ก็จะมีโอกาสที่จะได้ใช้ชีวิตที่ชอบ แบบที่เรายังมีไฟ มีพลังอยู่
ขนาดของกองทุนเกษียณสำหรับแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับ Life style ที่คิดจะใช้หลังเกษียณ ซึ่งจะเป็นตัวแปรตั้งต้นในการคำนวณกองทุนเกษียณ
1
การคำนวณกองทุนเกษียณ ใช้หลัก 4% Rule of Thumb กองทุนเกษียณจะเท่ากับ 25 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อปี ถ้าต้องการค่าใช้จ่ายต่อปีน้อย กองทุนเกษียณที่ต้องเตรียมก็น้อยตามไปด้วย โอกาสเกษียณเร็วก็จะมีมาก
บทความนี้จะมาแนะนำ 5 ประเภทของ FI
แบบไหนที่น่าจะเหมาะกับคุณ มาติดตามกันค่ะ
1.Lean FI เกษียณแบบพอเพียง
รูปแบบการใช้ชีวิตหลังเกษียณจะเป็นการใช้ชีวิตอยู่ในที่ที่ค่าครองชีพไม่สูง เช่น นอกเมือง อาจจะวางแผนย้ายที่อยู่ เมื่อคิดจะเกษียณ เงินที่เตรียมไว้ จะรองรับเพียงแค่ ค่าใช้จ่ายพื้นฐาน เช่น ค่าอาหาร ค่าน้ำค่าไฟ ค่าเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม แบบสมถะ ใช้ชีวิตแบบแนวมินิมอล อยู่กับธรรมชาติ
เงินที่เตรียมจะไม่รองรับถึงการใช้จ่ายเพื่อความบันเทิงต่างๆ เช่นการท่องเที่ยว การจับจ่ายใช้สอยอื่นๆ ดังนั้นต้องถามตัวเองว่า เรามีความสุขกับรูปแบบชีวิตแบบนี้ไหม ถ้าเราชอบแบบนี้ ก็สามารถใช้แนวคิด Lean FI ไปคำนวณกองทุนเกษียณได้
cr.pexel
2.Regular FI เกษียณแบบรักษารูปแบบชีวิตคงเดิม
ตัวเลขที่นำมาคำนวณกองทุนเกษียณ จะเป็นตัวเลขตามค่าใช้จ่ายจริงๆที่เราใช้จ่าย โดยรักษามาตรฐานความเป็นอยู่แบบเดิม ก่อนเกษียณและหลังเกษียณ ซึ่งการคำนวณค่าใช้จ่ายปัจจุบันออกมา ก็ต้องคิดเผื่ออัตราเงินเฟ้อ ไปถึงปีที่วางแผนจะเกษียณด้วยว่า เวลานั้นเป็นเงินเท่าไหร่
เช่น ปัจจุบัน ค่าใช้จ่ายที่ต้องการคือเดือนละ 30,000 บาท หากต้องการเกษียณอีก 10 ปีข้างหน้า สมมติว่าเงินเฟ้อ 3% ค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมคือ 40,317 บาทต่อเดือน
กองทุนเกษียณที่ต้องมีในอีก 10 ปีข้างหน้า คือ
40,317×12×25 = 12,095,100 บาท
จึงจะเกษียณได้
ค่าใช้จ่ายของ Regular FI จึงครอบคลุมทั้งค่าใช้จ่ายพื้นฐานและค่าใช้จ่ายเพื่อสิ่งอำนวยความสะดวกและกิจกรรมต่างๆเช่น การท่องเที่ยว
cr.pexel
3.FAT FI เกษียณแบบชีวิต luxury
คือการเกษียณที่คาดหวังการใช้ชีวิตที่สุขสบายกว่าเดิม มีเป้าหมายท่องเที่ยว และ ให้รางวัลชีวิตกับตัวเอง กองทุนเกษียณจึงไม่ได้เตรียมแค่ค่าใช้จ่ายพื้นฐาน แต่เตรียมเผื่อ life style ที่ใฝ่ฝันจะใช้ด้วย เงินที่เตรียมต้องเป็นเงินก้อนใหญ่ อาจจะทำให้แผนเกษียณเลื่อนออกไป เพราะต้องใช้เวลาเข้าช่วย
คนที่คิดจะเกษียณแบบนี้ จะต้องมีเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงของความผันผวนตลาดไว้ด้วย คือมีเงินลงทุนอยู่ในที่ปลอดภัย สร้างรายได้หลังเกษียณที่แน่นอนอยู่จำนวนหนึ่ง เช่น ประกันบำนาญที่มากพอกับค่าใช้จ่ายพื้นฐาน ทำให้สามารถเลี่ยงการถอนเงินออกมาใช้จ่ายในยามที่ตลาดมีความผันผวนได้ จึงจะสามารถคงเงินกองทุนเกษียณให้เติบโตต่อไป รองรับ FAT FI Lifestyle
cr.pexel
4.Barista FI เกษียณแบบที่ยังทำงาน Part time ต่อ
รูปแบบการเกษียณแบบนี้คือ มีกองทุนเกษียณที่สามารถสร้างรายได้ รองรับค่าใช้จ่ายบางส่วนได้ จึงสามารถลาออกจากงานหลักได้ และ มาทำงานเสริม เช่น เป็นบาริสต้าในร้านกาแฟสตาร์บั๊ค (ที่มาของชื่อ FI แบบนี้) หารายได้อีกส่วนหนึ่งมาเติมเต็ม ก็สามารถมีชีวิตที่ relax มากขึ้นได้ ไม่ต้องเครียดกับงานหลัก
ตัวอย่างเช่น ถ้าต้องการค่าใช้จ่ายเดือนละ 40,000 บาท ต้องมีกองทุนเกษียณมูลค่า 12,000,000 บาท ถึงจะเกษียณได้ แต่ถ้าวางแผนเกษียณแบบบาริสต้า ก็สามารถเกษียณที่เงินกองทุนมูลค่า 6,000,000 บาท และ ลาออกมาทำงาน part time หารายได้ส่วนที่ขาดมาเติมเต็ม
cr.pexel
การเกษียณแบบนี้จะทำให้เป้าหมายเกษียณเร็วเป็นไปได้มากขึ้น
5.Coast FI เกษียณแบบลงทุนครั้งเดียว
การวางแผนเกษียณแบบ Coast FI คือ เก็บสะสมเงินให้ได้ก้อนหนึ่ง และนำไปลงทุนระยะยาวแบบดอกเบี้ยทบต้น ในระยะเวลาหนึ่ง โดยไม่ถอนออกมาใช้และไม่ลงทุนเพิ่มอีกเลย
ปล่อยไว้จนเงินกองทุนเติบโตถึงขนาดเงินกองทุนเกษียณที่พอใจ จึงจะเกษียณได้
ตัวอย่างเช่น โจ เรียนจบอายุ 20 ปี มีรายได้ปีละ 60,000 $ เก็บเงินปีละ 20% ทุกปี ไปอีก 10 ปี ที่ผลตอบแทนการลงทุน 6% เมื่ออายุ 30 ปี โจจะมีเงิน 158,169 $ แล้วโจนำเงินก้อนนี้ไปลงทุนแบบปล่อยให้อัตราผลตอบแทนทบต้น โดยไม่นำเงินเข้าไปลงทุนเพิ่มอีกเลย ณ.อายุ 65 ปี โจ จะมีเงิน 1,215,700 $ เพียงพอสำหรับการเกษียณเก็บกินไปตลอดชีวิต
รูปแบบการตั้งเป้า FI ในแต่ละแบบ มีความเหมาะสมตาม life style ของแต่ละบุคคล เราต้องเลือกสิ่งที่เราคิดว่าเป็นไปได้ต่อตัวเรามากที่สุด
cr.pexel
ที่เป็นที่นิยมกัน คือ การผสมระหว่าง Regular FI และ Barista FI เพราะการลดมาตรฐานความเป็นอยู่แบบ Lean FI อาจจะทำได้ยาก และการเกษียณแล้วยังทำงานสร้างรายได้ต่อแบบ Barista ก็จะช่วยให้ชีวิตหลังเกษียณไม่น่าเบื่อ เรายังรู้สึกมีคุณค่าในตัวเอง และ การหารายได้ต่อไปได้เรื่อยๆ ทำให้ เป้าเกษียณเร็ว เป็นไปได้มากขึ้น เพราะไม่ต้องเตรียมเงินก้อนใหญ่จนเกินกำลัง
อ่านมาถึงตรงนี้ มาแชร์ให้ฟังกันบ้างนะคะ ว่าท่านมีแผนเกษียณเป็น FI แบบไหนค่ะ
อ้างอิงบทความ
https://www.timevaluemillionaire.com/five-types-of-financial-independence/
ฟังคลิปอธิบาย
https://youtu.be/S7VY4mNm4fc
9 บันทึก
11
14
9
11
14
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย