24 พ.ค. 2021 เวลา 03:25 • หนังสือ
#1 เล่ม 3 บทที่ 1 หน้า 13 ~ 18
วันนี้คือวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันอีสเตอร์ปี 1994 ผมอยู่ตรงนี้พร้อมปากกาในมือตามที่ได้รับการชี้แนะ ผมกำลังรอพระเจ้าอยู่ เพราะพระเจ้าสัญญาว่าจะมาแสดงตัวในวันอีสเตอร์แบบเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในช่วงสองปีหลังมานี้ เพื่อเริ่มต้นการพูดคุยที่กินเวลายาวนานนับปีอีกครั้ง ถือเป็นการสนทนารอบที่สาม และเป็นรอบสุดท้ายสำหรับช่วงเวลานี้
กระบวนการสื่อสารที่ไม่ธรรมดานี้เริ่มขึ้นเมื่อปี 1992 และจะเสร็จสมบูรณ์ในวันอีสเตอร์ปี 1995 เวลา 3 ปี กับหนังสือสามเล่ม
เล่ม 1 พูดถึงในเรื่องส่วนตัวเป็นหลัก เช่น ความสัมพันธ์แบบหนุ่มสาว การค้นหางานที่ใช่ การจัดการกับพลังงานอันทรงพลังของทรัพย์สินเงินทอง ความรัก เพศสัมพันธ์ และพระเจ้า รวมถึงวิธีการหลอมรวมสิ่งเหล่านี้เข้าเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตประจำวัน
1
เล่ม 2 ขยายประเด็นการคิดพิจารณาสู่แง่มุมที่สำคัญในด้านภูมิรัฐศาสตร์ ธรรมชาติของรัฐบาลและการปกครอง การสร้างโลกที่ปราศจากสงครามและการฆ่าฟัน รากฐานของสังคมระหว่างประเทศที่รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน
ส่วนเล่ม 3 นี้ ซึ่งถือเป็นภาคสุดท้ายของไตรภาค ผมได้รับการบอกว่าเนื้อหาจะมุ่งเน้นถึงคำถามที่สำคัญที่สุดที่มนุษย์กำลังเผชิญหน้าอยู่ จะพูดถึงกรอบแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับโลกอื่นๆ (other realms) มิติอื่นๆ และจะแจกแจงให้เห็นว่าทั้งหมดนี้ต่างเชื่อมโยงถักทอเข้าด้วยกันได้อย่างไร
ลำดับเนื้อหาจะดำเนินไปตามนี้คือ :
ความจริงระดับปัจเจก
ความจริงระดับโลก
ความจริงระดับจักรวาล★
★ Universe = จักรวาล
Cosmos = เอกภพ
 
ผมขอไล่สเกลตามที่ผมเข้าใจไว้ดังนี้ก็คือ เอกภพหนึ่งมีหลายจักรวาล จักรวาลหนึ่งมีหลายกาแล็กซี่ กาแล็กซี่หนึ่งมีหลายระบบสุริยะ ระบบสุริยะหนึ่งมีหลายดาวเคราะห์และหรือดาวฤกษ์ ~ แอดมิน
เช่นเดียวกับสองเล่มแรกคือผมไม่รู้ล่วงหน้าว่าเนื้อหาจะกล่าวถึงเรื่องใดบ้าง และกระบวนการก็เรียบง่ายมาก ผมจรดปากกาลงบนกระดาษ ถามคำถาม จากนั้นก็รับรู้ความคิด (คำตอบ) ที่ฝุดวาบขึ้นในใจ ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรือไม่มีถ้อยคำใดๆส่งมาให้ ผมก็จะหยุดและวางมือจนกว่าจะถึงวันใหม่
กระบวนการนี้ใช้เวลา 1 ปีสำหรับเล่มแรก และมากกว่า 1 ปีสำหรับเล่มสอง (ขณะที่กำลังเขียนอยู่นี้เล่มสองยังอยู่ในกระบวนการจัดทำอยู่)
ผมคาดหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นเล่มที่สำคัญที่สุดจากทั้งหมดสามเล่ม
___
[สองเดือนผ่านไป ~ แอดมิน]
นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กระบวนการนี้เริ่มขึ้น ที่ผมหมกมุ่นอยู่กับการทำอะไรบางอย่าง เพราะสองเดือนผ่านไปนับจากที่ผมเขียนไปได้ 4 - 5 ย่อหน้าข้างต้น สองเดือนนับจากวันอีสเตอร์ที่ไม่ได้เขียนอะไรเลยแม้แต่คำเดียว เพราะเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับการทำงานของตัวเอง
ผมใช้เวลาหลายสัปดาห์ไปกับการตรวจทานและแก้ไขคำผิดของต้นฉบับที่เป็นตัวพิมพ์ของเล่มแรกในไตรภาคนี้ สัปดาห์นี้เองที่ผมเพิ่งได้รับต้นฉบับสุดท้ายที่ผ่านการแก้ไขแล้วของเล่ม 1 และก็ต้องส่งกลับไปแก้ใหม่เพราะพบจุดผิดพลาดอยู่อีก 43 จุด
ในระหว่างนี้เล่ม 2 ซึ่งอยู่ในรูปลายมือเขียน ก็เพิ่งเสร็จเรียบร้อยไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยล่าช้ากว่า "กำหนด" ถึงสองเดือน (วางแผนให้เสร็จไม่เกินวันอีสเตอร์ปี 1994)
ส่วนเล่มนี้เริ่มเขียนขึ้นในวันอีสเตอร์ (ซึ่งเป็นวันอาทิตย์) โดยที่ยังจัดการกับเล่ม 2 ไม่เสร็จ ก็เลยหยุดนิ่งไม่มีพัฒนาการใดๆนับตั้งแต่นั้น แต่ตอนนี้เล่ม 2 ก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว (ทั้งหมดนี้ผมกำลังเรียกร้องความเห็นใจ)
ทว่านี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1992 ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดนี้ได้เริ่มขึ้น และก็ดูเหมือนกับว่าผมกำลังต่อต้านกระบวนการนี้ (ยังไม่อยากพูดว่าเกือบจะแค้นเคือง) ผมรู้สึกเหมือนกำลังติดบ่วงกับการต้องมารับผิดชอบในงานชิ้นนี้ และผมก็ไม่เคยชอบทำในสิ่งที่ตัวเองรู้สึกว่า "จำเป็นต้องทำ"
นอกจากนั้นหลังจากส่งต้นฉบับเดิมที่เป็นลายมือของเล่ม 1 ที่ยังไม่ได้ผ่านการแก้ไขให้บางคนอ่านและได้เห็นปฏิกิริยาที่ตอบกลับมา ทำให้ผมเชื่อว่าหนังสือทั้งสามเล่มจะต้องมีคนอ่านอย่างแพร่หลาย จะต้องถูกตรวจสอบและวิเคราะห์อย่างละเอียดยิบถึงความสอดคล้อง มีเหตุมีผล ในเชิงเทววิทยา และจะต้องเป็นที่ถกเถียงอย่างเผ็ดร้อนไปอีกนับสิบๆปี
มันทำให้ผมรู้สึกกล้ำกลืนฝืนทนเต็มทีที่จะเขียนอะไรลงไป เพราะถึงแม้ผมจะรู้ว่าเอกสารชุดนี้จะต้องออกสู่สาธารณชน แต่ผมก็รู้เช่นกันว่าตัวเองจะต้องถูกโจมตีอย่างรุนแรง ถูกหยามหยัน กระทั่งอาจจะต้องถูกผู้คนจำนวนมากมายเกลียดชัง ที่บังอาจนำเสนอเนื้อหาต่างๆเหล่านี้ ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องว่าผมยังกล้าประกาศอีกว่าเนื้อหาเหล่านี้ถูกส่งตรงมาจากพระเจ้า
2
ผมคิดว่าสิ่งที่ตัวเองกลัวมากที่สุดก็คือ สุดท้ายแล้วผมจะถูกตราหน้าว่าไม่คู่ควรและไม่เหมาะสมที่จะทำหน้าที่ "ผู้ประกาศ" สารจากพระเจ้า เมื่อดูจากสิ่งผิดพลาดหรือพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสมมากมายที่ผมได้ทำลงไปในชีวิต
ผู้คนที่เคยรู้จักผมในอดีต (รวมถึงอดีตภรรยาและลูกๆของผม) ย่อมมีสิทธิเต็มที่ที่จะออกมาประณามข้อเขียนชุดนี้ เมื่อดูจากความไม่ได้เรื่องของผมในฐานะสามีและพ่อ ผมล้มเหลวอย่างน่าอนาถกับการทำหน้าที่ตรงนี้ รวมถึงด้านอื่นๆของชีวิต ทั้งเรื่องความเห็นอกเห็นใจต่อเพื่อนมนุษย์ ความซื่อตรง ความขยันหมั่นเพียร และความรับผิดชอบ
1
พูดสั้นๆก็คือ ผมรู้ดีว่าผมไม่มีค่าพอที่จะอวดอ้างตนว่าเป็นคนของพระเจ้าหรือเป็นผู้นำสารแห่งสัจธรรม ผมควรเป็นคนสุดท้ายด้วยซ้ำที่จะมารับหน้าที่นี้ (หรือกระทั่งมีสิทธิที่จะได้รับ) ผมทำให้สัจจะต้องแปดเปื้อนในเวลาที่ผมเอื้อนเอ่ยมันออกมา เพราะทั้งชีวิตของผมคือประจักษ์พยานถึงความบกพร่อง
พระเจ้าครับ ด้วยเหตุผลที่บอกไป ขอได้โปรดปลดปล่อยผมจากการทำหน้าที่ผู้นำสารของพระองค์เถิดนะครับ แล้วไปหาคนที่มีค่าคู่ควรต่อเกียรตินี้แทน
G : จริงๆแล้วฉันอยากทำสิ่งที่เราเริ่มกันมาให้จบ แต่เธอก็ไม่มีข้อผูกมัดใดๆให้ต้องทำ เธอไม่มี "หน้าที่" ต้องทำอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าจะกับฉันหรือกับใคร ถึงแม้ฉันจะเห็นว่า การที่เธอคิดว่ามันเป็นหน้าที่นั้นทำให้เธอต้องรู้สึกผิดอยู่มากก็ตาม
N : ผมทำให้หลายคนต้องผิดหวัง รวมถึงลูกๆของผมด้วย
G : ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของเธอนั้น เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบที่สุดเพื่อให้เธอ (และดวงวิญญาณที่ข้องเกี่ยวกับเธอทั้งหมด) ได้เติบโตในวิถีทางที่จำเป็นต่อเธอ และในวิถีทางที่เธอต้องการจะเติบโต
N : ฟังดูเหมือนเป็น "วิธีเลี่ยง" ที่พวกนิวเอจชอบพูดกันเวลาที่จะหนีจากความรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ และเอาไว้หลบเลี่ยงผลพวงแย่ๆที่ตามมา
ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนเห็นแก่ตัว (เห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ) มาเกือบทั้งชีวิต ทำแต่เรื่องที่ตัวเองพอใจโดยไม่คำนึงถึงว่ามันจะส่งผลกระทบกับคนอื่นยังไงบ้าง
G : ✨ไม่ใช่เรื่องผิดที่จะทำในสิ่งที่ทำให้ตัวเองพอใจ✨
N : แต่มันทำให้หลายคนต้องเจ็บปวด ต้องผิดหวัง...
G : มีเพียงคำถามเดียวตรงนี้ว่าอะไรที่ทำให้เธอ "พอใจมากที่สุด" ซึ่งดูเหมือนเธอกำลังบอกว่า ตอนนี้สิ่งที่ทำให้เธอพอใจมากที่สุดก็คือ พฤติกรรมที่ทำร้ายคนอื่นให้น้อยที่สุด หรือไม่ก็ไม่ทำร้ายใครเลย
N : เป็นการพูดที่ถนอมน้ำใจกันมาก
G : ฉันจงใจพูดแบบนั้น 🔸เธอต้องเรียนรู้ที่จะอ่อนโยนกับตัวเอง และ 🔸หยุดตัดสินตัวเองเสียที
N : แต่มันยากนะครับ โดยเฉพาะเมื่อใครต่อใครพร้อมจะตัดสินคุณอยู่แล้ว ผมรู้สึกว่าผมกำลังทำให้พระองค์ต้องลำบากใจ เป็นอุปสรรคต่อการเผยแพร่สัจจะ และถ้าผมยังจะเขียนไตรภาคนี้ต่อไปจนเสร็จและตีพิมพ์ออกมา ผมจะต้องเป็นผู้นำสารที่ไม่ได้เรื่องจนทำให้ตัวสารของพระองค์ต้องเสื่อมเสีย
G : 🌟เธอไม่อาจทำให้ความจริงเสื่อมเสียได้🌟
✴️ความจริงก็คือความจริงไม่อาจให้ใครมารับรองหรือไม่รับรอง "มันแค่เป็นเช่นนั้น"✴️
ความมหัศจรรย์และความงามจากสารของฉัน ไม่อาจและไม่มีวันได้รับผลกระทบจากสิ่งที่ผู้คนคิดเกี่ยวกับตัวเธอ
ที่จริงเธอคือหนึ่งในคนที่เหมาะจะเป็นผู้นำสารที่สุดด้วยซ้ำ เพราะใช้ชีวิตมาในแบบที่เธอเรียกว่า "ห่างไกลจากความสมบูรณ์แบบ"
ผู้คนสามารถเชื่อมโยงชีวิตของตัวเองเข้ากับชีวิตของเธอได้ แม้ว่าพวกเขาจะตัดสินเธอไปแล้วก็ตาม และถ้าผู้คนสัมผัสได้ว่าเธอจริงใจอย่างแท้จริง พวกเขาก็อาจจะให้อภัยเธอ สำหรับ "อดีตอันเลวร้าย" ของเธอ
แต่ฉันจะบอกเธอว่า :
✴️ถ้าเธอยังเอาแต่เฝ้ากังวลว่าคนอื่นจะคิดอย่างไรกับเธอพวกเขาก็จะเป็นเจ้าของชีวิตเธอ✴️
✨แต่ถ้าวันใดที่เธอไม่ต้องการการยอมรับจากโลกภายนอกอีก วันนั้นเธอจะเป็นเจ้าของชีวิตของตัวเอง✨
...
...
...

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา