24 พ.ค. 2021 เวลา 14:33 • กีฬา
รายได้สำหรับ Strength Coach, ความมั่นคงของอาชีพและการใช้ชีวิต
สำหรับอาชีพ Strength and Conditioning Coach ในประเทศไทย ถือว่าเป็นอาชีพที่ค่อนข้างใหม่ และยังไม่ได้รับการแพร่หลายมากเท่าไรในทีมกีฬา ซึ่งความจริงแล้วทุกทีมกีฬาตั้งแต่ระดับมัธยมจนถึงระดับอาชีพ ควรจะต้องมีบุคลากรรับผิดชอบในตำแหน่งนี้ เพื่อพัฒนาศักยภาพของนักกีฬาในทุกช่วงอายุ แต่ว่าในประเทศไทยก็ยังไม่เข้าใจความสำคัญจริงๆของ Strength Coach ว่ามีความสำคัญต่อทีมกีฬาแค่ไหน ทำให้บางคนซึ่งมีความรู้ ความสามารถในด้าน Strength and Conditioning สำหรับนักกีฬา ไม่สามารถเข้าไปทำงานในทีมกีฬาเหล่านี้ได้ แต่ในบางทีถ้าเราได้รับโอกาส อาจจะเป็นการสมัครเข้าไป หรือมีผู้ฝึกสอน ผู้ช่วยโค้ช แนะนำเราเข้าไป มีการชักชวนจากเจ้าหน้าที่ภายในทีม ก็อาจทำให้เราสามารถเข้าไปทำงานในตำแหน่ง Strength Coach ประจำทีมกีฬานั้นได้
ถ้าพูดถึงความมั่นคงทางอาชีพแล้ว ในตำแหน่ง Strength Coach นั้น ขึ้นอยู่กับทีมที่เราเข้าไปทำงานด้วย เป็นปัจจัยสำคัญมาก ถ้าเป็นทีมระดับมัธยมหรือระดับมหาวิทยาลัย เราอาจจะได้ค่าตอบแทนแบบ Part-time คือได้เป็นจำนวนครั้ง หรืออาจจะได้เป็นเงินเดือน ซึ่งในระดับเยาวชนหรือทีมกีฬาสมัครเล่นนั้น ค่าตอบแทนอาจไม่ได้สูงมาก และทีมส่วนใหญ่นั้นมักจะหยุดจ้าง Strength coach หลังจบการแข่งขันในฤดูกาลนั้นหรือบางทีอาจได้ทำงานแต่รายการแข่งขันเดียวเท่านั้น แข่งเสร็จก็แยกย้ายกันไป สัญญาส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 3-8 เดือน เพราะในระดับมัธยมหรือระดับมหาวิทยาลัย เนื่องด้วยบางประเภทกีฬาไม่ได้มีรายการแข่งขันทั้งปี หรือบางประเภทกีฬามีการแข่งขันทั้งปี แต่ทีมกีฬาก็ไม่ได้มีงบประมาณมากพอที่จะจ้าง Strength Coach เป็นสัญญารายปีได้
ส่วนในระดับกีฬาอาชีพนั้นโดยส่วนใหญ่ทีมกีฬาที่พอจะมีงบประมาณสำหรับ Strength Coach ประจำทีมกีฬานั้นก็ไม่ได้มีทุกทีม บางทีมมีงบประมาณแต่ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับตำแหน่งนี้ หรือบางทีมก็คิดว่า Strength Coach คนไทย ไม่มีความสามารถพอถ้าเทียบกับชาวต่างชาติ ซึ่งชาวต่างชาติบางคน ก็ไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับ Sport Conditioning มาก แต่อาศัยความเป็นชาวต่างชาติ เคยทำงานในทีมกีฬาต่างประเทศ เคยเป็นนักกีฬามาก่อน เข้ามาหากินในไทย เรียกเงินเดือนสูงๆ ความน่าเห็นใจคือ บางทีเราเป็นคนไทยมาสมัครในตำแหน่งเดียวกัน แต่กลับไม่สามารถเรียกค่าจ้างได้สูงเท่าชาวต่างชาติได้เพราะเราเป็น “คนไทย” เลยคิดว่าเราไม่มีความสามารถพอ หรือบางทีมกีฬาก็ไม่เลือกคนไทยทำงานในตำแหน่งนี้เลยเพราะคิดว่ายังไงชาวต่างชาติก็เก่งกว่า เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในหลายประเภทกีฬา
สำหรับเรื่องสัญญาของการทำงานนั้น ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการแข่งขันทั้งฤดูกาล อาจจะได้สัญญาแบบ 6-10 เดือน แต่ในบางทีมกีฬา คุณอาจจะสามารถคุยเรื่องสัญญาแบบรายปี รับเงินเดือนตลอด 12 เดือนได้ ขึ้นอยู่ว่าทีมกีฬานั้น มีสัญญาประเภทนี้หรือไม่ ถ้าเป็นสัญญาแบบรายปี รับเงินเดือนเต็ม 12 เดือน ก็วางแผนชีวิตกันง่ายขึ้น มีเงินไปผ่อนบ้าน ดาวน์รถยนต์ กันไป
อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณสามารถเข้าไปทำงานในทีมกีฬาได้แล้ว สิ่งที่คุณต้องเตรียมตัวเตรียมใจกับการเป็น Strength Coach ไว้เลยคือ
1. เตรียมตัวย้ายถิ่นฐาน เพราะ ทีมกีฬาบางทีม อาจไม่ได้อยู่ในกรุงเทพ หรือ เมืองใหญ่ๆ บางทีคุณอาจจะต้องย้ายบ้านไปต่างจังหวัด เพื่อทำงานที่ตัวเองชอบและเพื่อเลี้ยงชีพ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าคุณจะต้องอยู่ที่นั่นตลอดไป ถ้าคุณทำผลงานดี ฤดูกาลต่อไปคุณอาจได้ย้ายไปทำงานให้ทีมที่อยู่ในเมืองใหญ่ก็ได้
2. บางทีมกีฬา เหมือนจะมีความเป็นมืออาขีพ แต่ก็ไม่มี ซึ่งปัญหาหลักๆเลยคือ เงินเดือนออกไม่ตรงเวลา บางทีมกีฬาที่มีการจัดการที่ดี คุณไม่ต้องห่วง เงินเดือนจะเข้าบัญชีคุณตามวันและเวลาที่กำหนด บางทีมกีฬาให้ค่าจ้างเป็นเงินสดทุกสิ้นเดือน แต่ที่หนักใจสุดๆคือ เงินไม่ออก ออกไม่ตรง ค้างชำระกันเป็นเดือนๆก็มี ดังนั้น ก่อนจะเซ็นสัญญาทำงานให้กับทีมไหน ตรวจสอบปัญหาการจ่ายเงินของทีมนั้นให้ดีซะก่อน อาจจะจากนักกีฬา เจ้าหน้าที่ทีม หรือบุคลากรที่เคยทำงานให้ทีมกีฬานั้นมาก่อนก็ได้
3. ทีมกีฬาส่วนใหญ่ มักไม่ลงทุนกับ Facility (สถานที่และอุปกรณ์) บางทีมมีแค่ Fitness อุปกรณ์ไม่กี่ชิ้น บางทีมมี Fitness แต่อุปกรณ์ส่วนใหญ่เหมาะสำหรับสายสุขภาพ บางทีมไม่มีอะไรเลย ฉะนั้น ก่อนจะเซ็นสัญญาลองขอรูปหรือไปดูสถานที่ฝึกซ้อมก่อน ถ้าไม่มีอุปกรณ์ คุณอาจจะต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์ฝึกนักกีฬาเอง เพื่อให้ได้ทำงานในตำแหน่งนั้น ไม่งั้นถ้ามัวแต่รอทีมที่มีอุปกรณ์ครบ ก็คงไม่ได้ทำงาน Strength Coach ซะที
4. ข้อมูลของสัญญา ควรตรวจสอบสัญญาของตำแหน่งงานให้ดี หรืออาจจะร่างสัญญาเองแล้วส่งให้กับทางทีมกีฬาดู เพื่อให้ทีมกีฬาออกสัญญามาในแนวทางที่เราต้องการ ทั้งระบบการชดเชยเงินเดือน ถ้าเกิดกรณีฉุกเฉิน เช่น การยุบทีม, โดนไล่ออก ถ้าเรายังอยู่ในสัญญาทำงาน ก็สามารถฟ้องร้องหรือเรียกเงินชดเชยได้
5. เก็บเงินไว้ให้พออยู่ได้สัก 3 เดือน ในกรณีที่ทีมยุบ, โดนไล่ออกหรือ Head Coach ลาออก ในบางทีโค้ชคนใหม่อาจนำทีมงานของเขาเข้ามาทำงานในตำแหน่งนี้ เราก็อาจจะโดนไล่ออกด้วย ฉะนั้นเตรียมตัวไว้ให้พร้อม ไม่มีอะไรแน่นอน ดังนั้นควรมีเงินเก็บไว้ใช้ในช่วงว่างงานและหางานใหม่
6. ถ้าคุณไม่ได้รับสัญญาแบบรายปี รับเป็นราย 3-8 เดือน หรือรับเป็น Part time รายครั้ง คุณควรต้องหางานทีมกีฬาอื่นที่จะทำหลังจากหมดสัญญา เพื่อไม่ให้ขาดรายได้ในช่วง Off-Season
7. คุณอาจไม่ได้หยุดพักเหมือนคนทำงานปกติ เพราะ ทีมกีฬาส่วนใหญ่จะแข่งขันในช่วงเสาร์-อาทิตย์ ทำให้ต่อให้เป็นวันหยุด คุณก็ต้องทำงาน หรือบางทีในวันหยุดนักขัตฤกษ์นักกีฬาก็ต้องซ้อม เพราะ เราต้องฝึกนักกีฬาตามโปรแกรมที่เราวางไว้ ถ้าเราหยุด ก็จะมีผลประทบต่อการพัฒนาของนักกีฬา
8. เดินทางไกลจนเป็นเรื่องปกติ ทีมกีฬาอาชีพส่วนใหญ่ อาจไม่ได้แข่งขันในกรุงเทพตลอดฤดูกาล อาจจะต้องเดินทางไปแข่งต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ในบางทีถ้า Head Coach อยากเก็บตัวซ้อมในต่างจังหวัด หรือเก็บตัวก่อนแข่งขันเพื่อให้นักกีฬารู้สึกคุ้นเคยกับสภาพอากาศ สภาพแวดล้อม ทีมก็จะไปอาศัยในต่างจังหวัด หรือต่างประเทศเป็นเวลาอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ ฉะนั้น ทำใจให้ชินครับ ถ้าทีมกีฬานั้นพอมีงบประมาณคุณก็น่าจะได้นั่งเครื่องบิน นอนโรงแรมหรู แต่บางทีมงบน้อย ก็ต้องนั่งรถตู้ รถบัส นอนโรงแรมม่านรูดกันไป
จากข้อมูลที่ผมเขียนไปน่าจะพอทำให้หลายๆคนเข้าใจในอาชีพ Strength Coach มากขึ้นนะครับ จะได้เห็นภาพกว้างๆว่างานในตำแหน่งนี้สามารถหารายได้, มีความมั่นคงหรือไม่ อย่างไร ถ้าจะไปทำทีมกีฬาในตำแหน่งนี้ ควรจะเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
Poon Promsri, CSCS, XPS
#Strengthandconditioningcoach #Strengthcoach #Thaistrengthcoach #Thailandstrengthcoach
โฆษณา