1 มิ.ย. 2021 เวลา 03:32 • หนังสือ
#7 เล่ม 3 บทที่ 1 หน้า 46 ~ 52
...
N : ได้โปรดอธิบายเรื่องอารมณ์ตามธรรมชาติทั้ง 5 ชนิดเพิ่มเติมให้ผมฟังหน่อยครับ ผมอยากฟังอีกสักรอบ เพราะลืมที่ ดร.อลิซาเบธ สอนไปเกือบหมดแล้ว
...
...
...
G : 🔸ความเศร้า🔸 คืออารมณ์ตามธรรมชาติ เป็นอารมณ์ที่อนุญาตให้เธอสามารถเอ่ยคำลาในห้วงเวลาที่เธอไม่อยากเอ่ย เป็นการแสดงออก (การผลักออกมา, ขับดันออกมา) ถึงความปวดร้าวข้างในเมื่อต้องประสบกับความสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียคนรักหรือการสูญเสียคอนแทคเลนส์
1
⏺️ เมื่อเธอยอมให้ความเศร้าแสดงตัวออกมา มันก็จะจางหายไป เด็กคนไหนที่ได้รับอนุญาตให้อยู่กับความเศร้าในยามที่รู้สึกเศร้า พวกเขาจะรู้สึกดีกับความเศร้าในยามที่โตเป็นผู้ใหญ่ และมักข้ามผ่านความเศร้าได้อย่างรวดเร็ว
💥 แต่กับเด็กที่ถูกบอกว่า "นี่ ห้ามร้องนะ❗" พอโตขึ้นพวกเขาก็จะมีปัญหากับอารมณ์เศร้า ร้องไห้ได้ยาก เพราะถูกบอกมาตลอดชีวิตว่าห้ามแสดงอาการอย่างนั้น ดังนั้นพวกเขาจึงเก็บกดความเศร้าเอาไว้ข้างใน
💥 ความเศร้าที่ถูกเก็บกดเอาไว้นานๆนั้นจะกลายเป็นความซึมเศร้าเรื้อรัง ซึ่งเป็นอารมณ์ที่ไม่เป็นธรรมชาติมากๆ
💥 ผู้คนเข่นฆ่ากันเพราะความซึมเศร้าเรื้อรัง มันก่อให้เกิดสงคราม ทำให้ประเทศชาติพังทลาย
➖➖➖
🔸ความโกรธ🔸 คืออารมณ์ตามธรรมชาติ มันเป็นเครื่องมือที่มีไว้ให้เธอได้กล่าวคำว่า "ไม่❗ ขอบคุณ" อารมณ์โกรธไม่จำเป็นต้องก่อความเสียหาย และไม่มีวันจำเป็นต้องทำร้ายคนอื่น
⏺️ เมื่อเด็กได้รับอนุญาตให้แสดงความโกรธออกมาได้ พวกเขาจะมีทัศนคติที่ดีต่อความโกรธเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ ฉะนั้นจึงมักข้ามผ่านความโกรธได้เร็วมาก
💥 เด็กคนไหนที่ถูกสอนให้รู้สึกว่าความโกรธนั้นเป็นสิ่งไม่ดี (ว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้องที่จะแสดงความโกรธออกมา ว่าไม่ควรแม้แต่จะรู้สึกโกรธ) จะมีปัญหาในการจัดการกับความโกรธของตัวเองได้อย่างเหมาะสมเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่
💥 ความโกรธที่ถูกเก็บกดเอาไว้นานๆจะกลายเป็นความเดือดดาลคั่งแค้น ซึ่งเป็นอารมณ์ที่ไม่เป็นธรรมชาติมากๆ
💥 ผู้คนเข่นฆ่ากันเพราะความเดือดดาลคั่งแค้น เกิดเป็นสงคราม ประเทศชาติพังทลาย
➖➖➖
🔸ความอิจฉา🔸 คืออารมณ์ตามธรรมชาติ เป็นอารมณ์ที่ทำให้เด็กห้าขวบฝันว่าสักวันหนึ่งจะเอื้อมมือถึงลูกบิดประตู (หรือปั่นจักรยาน) ได้อย่างที่พี่สาวทำ ความอิจฉาคืออารมณ์ตามธรรมชาติที่ผลักดันให้เธออยากลองทำดูอีกสักครั้ง อยากพยายามให้มากขึ้นอีก อยากมานะบากบั่นไปจนกว่าจะสำเร็จ ความอิจฉามีประโยชน์ต่อชีวิตมาก และก็เป็นเรื่องธรรมชาติมากๆด้วย
⏺️ เมื่อเด็กได้รับอนุญาตให้แสดงความอิจฉาออกมาได้ พวกเขาจะมีทัศนคติที่ดีมากๆต่อความอิจฉาเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ ฉะนั้นจึงมักข้ามผ่านความอิจฉาได้เร็วมาก
💥 ความอิจฉาที่ถูกเก็บกดเอาไว้นานๆจะกลายเป็นความริษยา ซึ่งเป็นอารมณ์ที่ไม่เป็นธรรมชาติมากๆ
💥 ผู้คนเข่นฆ่ากันเพราะความริษยา เกิดเป็นสงคราม ประเทศชาติวอดวาย
➖➖➖
🔸ความกลัว🔸 คืออารมณ์ตามธรรมชาติ ทารกทุกคนเกิดมาพร้อมความกลัวสองชนิด นั่นคือ กลัวตกจากที่สูงและกลัวเสียงดัง ความกลัวชนิดอื่นทั้งหมดเป็นปฏิกิริยาตอบสนองจากการเรียนรู้ผ่านสภาพแวดล้อมและการสอนสั่งของพ่อแม่-ผู้ปกครองในภายหลัง
⏺️ จุดมุ่งหมายของความกลัวตามธรรมชาติก็คือ เพื่อสร้างระบบระวังภัยไว้ในตัวเด็ก ความระมัดระวังคือเครื่องมือที่ช่วยให้ร่างกายมีชีวิตรอด ซึ่งเกิดขึ้นจากความรัก...💖รักตัวเอง💖
💥 เด็กคนไหนที่ถูกสอนให้รู้สึกว่าความกลัวนั้นเป็นสิ่งไม่ดี (ว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้องที่จะแสดงความกลัวออกมา ว่าไม่ควรแม้แต่จะรู้สึกกลัว) จะมีปัญหาในการจัดการกับความกลัวของตัวเองได้อย่างเหมาะสมเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่
💥 ความกลัวที่ถูกเก็บกดเอาไว้นานๆจะกลายเป็นความหวาดกลัวและวิตกจริต ซึ่งเป็นอารมณ์ที่ไม่เป็นธรรมชาติมากๆ
💥 ผู้คนเข่นฆ่ากันเพราะความหวาดกลัวและวิตกจริต เกิดเป็นสงคราม ประเทศชาติวอดวาย
➖➖➖
🔸ความรัก🔸 คืออารมณ์ตามธรรมชาติ เมื่อความรักได้รับอนุญาตให้แสดงตัวออกมา และเด็กที่ได้รับความรักอย่างสม่ำเสมอและเป็นธรรมชาติโดยปราศจากข้อจำกัดหรือเงื่อนไข โดยปราศจากการถูกยับยั้งหรือความละอายใจ เมื่อนั้นก็ไม่มีสิ่งใดที่จำเป็นอีก เพราะความเบิกบานจากการได้แสดงออกและการได้รับความรักในลักษณะนี้นั้นก็เพียงพอแล้วในตัวมันเอง
⏺️ ทว่าหากความรักนั้นมีเงื่อนไขและข้อจำกัด ถูกปิดกั้นด้วยกฏเกณฑ์ บทบัญญัติ ข้อบังคับ ข้อห้ามและพิธีกรรม...ถูกควบคุม ครอบงำ และขัดขวาง ความรักจะกลายเป็นสิ่งที่ผิดธรรมชาติไป สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ลักษณะตามธรรมชาติของความรัก
💥 เด็กคนไหนที่ถูกสอนให้รู้สึกว่าธรรมชาติแห่งรักที่อยู่ในตัวเองนั้นเป็นสิ่งไม่ดี (ว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้องที่จะแสดงความรักออกมา ว่าไม่ควรแม้แต่จะรู้สึกรัก) จะมีปัญหาในการจัดการกับความรักของตัวเองได้อย่างเหมาะสมเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่
💥 ความรักที่ถูกเก็บกดเอาไว้นานๆจะกลายเป็นความต้องการครอบครอง (ต้องการครอบงำและควบคุม) ซึ่งเป็นอารมณ์ที่ไม่เป็นธรรมชาติมากๆ
💥 ผู้คนเข่นฆ่ากันเพราะความต้องการครอบครอง เกิดเป็นสงคราม ประเทศชาติวอดวาย
➖➖➖
💢ดังนั้นเมื่ออารมณ์ตามธรรมชาติทั้งหลายเหล่านี้ถูกเก็บกดไว้ มันจะก่อให้เกิดปฏิกิริยาและการตอบสนองที่ผิดธรรมชาติตามมา และคนส่วนใหญ่ก็เก็บกดอารมณ์ตามธรรมชาติเหล่านี้เกือบทั้งหมดไว้💢
✴️ทว่าอารมณ์ตามธรรมชาติเหล่านี้คือเพื่อนของเธอ คือของขวัญ
✴️คือเครื่องมืออันศักดิ์สิทธิ์ที่มีไว้ให้เธอใช้สลักเสลาประสบการณ์ชีวิตของตัวเอง
✴️เธอได้รับเครื่องมือเหล่านี้มาตั้งแต่เกิด มีไว้เพื่อให้เธอได้ใช้จัดการและนำพาชีวิตของตัวเอง
N : ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงเก็บกดอารมณ์เหล่านี้เอาไว้ล่ะครับ❓
G : 🔸เพราะพวกเขาถูกสอนมาอย่างนั้น ถูกบอกให้ทำแบบนั้น🔸
N : จากใครครับ❓
G : จากพ่อแม่ จากคนที่เลี้ยงดูพวกเขาขึ้นมา
N : ทำไมครับ❓ ทำไมพวกเขาต้องทำแบบนั้นด้วย❓
G : เพราะพวกเขาก็ถูกสอนมาจากพ่อแม่ของตัวเองอีกที และพ่อแม่ของพวกเขาก็ถูกสอนมาจากพ่อแม่ของตัวเองมาอีกทอด
N : อันนี้เข้าใจครับ แต่ทำไมพวกเขาถึงสอนต่อๆกันมาแบบนั้นล่ะครับ❓ มันเกิดอะไรขึ้น❓
G : สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ :
💢พวกเธอใช้คนผิดคนมาเลี้ยงดูเด็ก💢
N : พระองค์หมายความว่ายังไงครับ❓ ใครคือ "คนผิดคน" ที่พระองค์หมายถึงครับ❓
G : พ่อกับแม่
N : พ่อกับแม่ไม่ใช่คนที่ถูกต้องที่จะมาเลี้ยงดูลูกๆของตัวเองอย่างนั้นหรือครับ❓
G : ใช่...เมื่อพ่อกับแม่อายุยังน้อย และใช่...ในกรณีส่วนใหญ่ จริงๆแล้วถือเป็นปาฏิหาริย์เลยด้วยซ้ำที่พ่อกับแม่หลายๆคนเลี้ยงดูลูกตัวเองได้ดีทีเดียว
💢 ไม่มีใครจะขาดความพร้อมในการเลี้ยงดูเด็กมากไปกว่าพ่อกับแม่ที่ยังอายุน้อยอีกแล้ว และก็ไม่มีใครที่จะรู้ดีไปกว่าตัวของพ่อกับแม่ที่ยังอายุน้อยเองนั่นล่ะ
💢 พ่อกับแม่ส่วนใหญ่ที่ต้องเลี้ยงลูก ยังผ่านประสบการณ์ชีวิตมาน้อยมากๆ เผลอๆพวกเขาเองก็ยังถูกเลี้ยงดูโดยพ่อแม่ของตัวเองอยู่เลย พวกเขายังคงค้นหาคำตอบของชีวิต ยังคงเสาะแสวงหาความเข้าใจในชีวิตอยู่ พวกเขายังค้นหาตัวเองไม่พบเลย แต่ต้องมาพยายามชี้แนะและอบรมเลี้ยงดูคนที่เปราะบางยิ่งกว่าตนให้ค้นหาตัวเองให้พบ
💢 พวกเขายังไม่รู้เลยว่าจะนิยามชีวิตของตัวเองว่าอย่างไร แต่ต้องถูกผลักดันจากสัญชาตญาณของความเป็นพ่อแม่ให้เข้าไปนิยามชีวิตอื่น ตัวพวกเขาเองยังคงต้องพยายามดิ้นรนให้พ้นไปจากความเลวร้ายของนิยามชีวิตบิดๆเบี้ยวๆที่พ่อแม่ของพวกเขาตีตราเอาไว้ให้อยู่เลย
💢 พวกเขายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นใคร แต่ก็ยังพยายามบอกเธอว่าเธอคือใคร ทั้งยังต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันมหาศาลให้ต้องเลี้ยงลูกออกมาให้ดี ทั้งที่ทำชีวิตของตัวเอง "ให้ดีและเข้าที่" ยังไม่ได้เลย สุดท้ายก็ทำทุกอย่างผิดพลาด ทั้งชีวิตของตัวเองและชีวิตลูก
🔸ถ้าพวกเขาโชคดีพอ ความเสียหายในชีวิตลูกของพวกเขาก็อาจจะยังไม่มากนัก ซึ่งทายาทของพวกเขาก็จะเอาชนะมันได้ในท้ายที่สุด แต่มันมักเกิดขึ้นหลังจากที่พวกเขาได้ถ่ายทอดความเสียหายบางส่วนไปยังทายาทของตัวเองเรียบร้อยแล้ว🔸
✨พวกเธอส่วนใหญ่จะเกิดปัญญา ความอดกลั้น ความเข้าใจ และความรักที่จะเป็นพ่อแม่ที่ยอดเยี่ยมหลังผ่านพ้นช่วงเวลาในการเลี้ยงดูฟูมฝักลูกๆไปแล้ว✨
N : ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะครับ❓ ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆ ผมรู้ว่าข้อสังเกตของพระองค์ถูกต้องหลายเรื่อง แต่ทำไมมันถึงต้องเป็นแบบนั้นด้วยครับ❓
G : ✴️เพราะผู้ให้กำเนิดที่อายุยังน้อย "มิได้ถูกมุ่งหมาย (ออกแบบ) ให้เป็น" ผู้เลี้ยงดูเด็ก ช่วงวัยที่เหมาะสมแก่การเลี้ยงลูกของพวกเธอจริงๆแล้วควรเริ่มขึ้นหลังจากที่พวกเธอโตแล้ว✴️
2
N : โตแล้ว❓ ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี
G : ในเชิงชีวภาพแล้ว มนุษย์สามารถให้กำเนิดเด็กทั้งที่ตัวเองก็ยังเป็นเด็กอยู่ได้ ซึ่งที่บอกว่ายังเป็นเด็กนี้อาจทำให้พวกเธอส่วนใหญ่รู้สึกประหลาดใจ นั่นคือ 40 - 50 ปี
N : อายุ 40 - 50 ปีแล้ว มนุษย์ก็ยัง ✨เป็นเด็กอยู่✨ อย่างงั้นหรือครับ❓
...
...
...

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา