BI Analyst กับ ETL Developer ทำอะไร เข้ามามีส่วนช่วยใน BI อย่างไร
สำหรับวงการ data หนึ่ง buzzword ที่ทุกคนมักจะได้ยินอยู่เสมอคือ Business Intelligence หรือ BI ซึ่ง BI นั้นครอบคลุมถึงแนวคิดของกระบวนการตั้งแต่การนำข้อมูลดิบเข้ามาดัดแปลง ไปจนถึงการนำข้อมูลเหล่านี้ไปแสดงผลให้ผู้รับสารเข้าใจได้โดยง่าย และสามารถนำไปสู่การสรุปข้อมูลเชิงลึก การที่จะดำเนินการขั้นตอนเหล่านี้ให้สำเร็จผล จำเป็นต้องมีทีมงานในหลาย ๆ ตำแหน่งเข้ามามีส่วนร่วม
ในบทความนี้ เราจะมาแนะนำ 2 ตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงานที่เกริ่นไปข้างต้นอย่าง “BI Analyst” และ “ETL Developer” ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ทำงานอยู่ตรงต้นทางและปลายทางของกระบวนการ โดยแต่ละตำแหน่งจะเข้ามามีส่วนร่วมในลักษณะใด เนื้องานต้องทำอะไร ทักษะที่ต้องใช้มีอะไรบ้าง ผู้อ่านจะได้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นจากบทความนี้
“Business Intelligence” คืออะไร?
ก่อนที่จะเข้าไปถึงตำแหน่งงานทั้งสองนั้น เราควรถอยหลังมาสักก้าวเพื่อทำความเข้าใจความหมายของ Business Intelligence กันเสียก่อน BI เป็นแนวคิดในการค้นหาข้อมูลเชิงลึก (insight) จากข้อมูลดิบ (data) และสรุปออกมาในรูปแบบรูปภาพเพื่อให้คนดูเข้าใจได้ง่ายขึ้น และนำไปสู่ความสามารถในการวางกลยุทธ์หรือทำการตัดสินใจในกระบวนการทางธุรกิจต่อไป แนวคิดนี้อาศัยเทคนิคหลาย ๆ อย่าง ตั้งแต่การนำข้อมูลเข้า Data Warehouse การเก็บข้อมูลให้มีประสิทธิภาพ ทำ Data Modeling ทำ Data Analysis รวมไปถึงการทำ Data Visualization เพื่อแสดงผลออกมาให้คนดูเข้าใจ รูปแบบ (pattern) ของข้อมูลได้ง่ายขึ้น ดังที่จะเห็นในแผนภาพ BI System ด้านล่างที่ครอบคลุมจากต้นทางของการรวบรวมข้อมูล ไปจนถึงปลายทางในการสรุปผลข้อมูลให้กับคนรับสาร
ในงาน BI ของ Sertis ตำแหน่ง BI Analyst จะเข้ามาช่วยในฝั่งของการวิเคราะห์ การทำ report และ dashboard ส่วน ETL Developer เข้ามาช่วยในฝั่งของ database และ ETL (Extract Transform Load: การนำข้อมูลดิบมารวบรวม ดัดแปลงเป็นกลุ่มข้อมูลใหม่เพื่อให้พร้อมใช้งาน)
1. BI Analyst ทำอะไร?
BI Analyst เป็นตำแหน่งที่โฟกัสในส่วนของ data ไปจนถึง Reporting Layer เป็นคนที่สามารถแปลง requirement ภาษาธุรกิจให้ออกมาในรูป technical requirement ได้ เช่น ลูกค้าอยากทราบยอดผลประกอบการในมุมมองหนึ่งผ่านเงื่อนไขบางอย่าง ต้องพิจารณาว่า ข้อมูลที่ทางลูกค้ามีให้เรานั้นเพียงพอที่จะทำหรือไม่ ถ้าเพียงพอ เราต้องทำออกมาในรูปแบบไหนเพื่อที่จะส่งมอบให้ลูกค้าได้ ในส่วนของการทำ Data Analysis ต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจข้อมูลเชิงธุรกิจของลูกค้าเป็นอย่างดี เพื่อให้คำแนะนำที่มีน้ำหนัก รวมทั้งกลยุทธ์ต่าง ๆ ให้กับทางลูกค้าได้ในที่สุด
ทักษะที่ BI Analyst ต้องใช้
- Data Analysis + Business Acumen (การวิเคราะห์ข้อมูลและความเข้าใจธุรกิจของลูกค้า) สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเข้าใจในตัวธุรกิจและ metric ที่สำคัญในธุรกิจนั้น ๆ เพื่อที่จะสามารถให้คำแนะนำที่มีน้ำหนักได้ ยกอย่างเช่นที่ Sertis เรามีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ให้แก่กลุ่มลูกค้าธุรกิจ Retail ได้อย่างตอบโจทย์และมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเรามีประสบการณ์ในธุรกิจประเภทนี้มากเป็นพิเศษ
- Data Query (การดึงข้อมูล) ลักษณะข้อมูลที่เป็น Big Data ของลูกค้าส่วนใหญ่จะถูกเก็บอยู่ในรูปแบบ Structured Data ทักษะการใช้ SQL จึงเป็นทักษะสำคัญ นอกจากนี้ยังมีการใช้ภาษาโปรแกรมมิ่งอื่น ๆ เช่น Python และ R ซึ่งมีส่วนช่วยในการ explore ข้อมูลเพิ่มเติมในกรณีที่ได้รับข้อมูล ad hoc ที่มีขนาดเล็กกว่า Big Data แต่ว่าใหญ่เกินกว่าจะเปิดบน Excel ได้โดยที่คอมพิวเตอร์ไม่ค้างไปซะก่อน การเลือกใช้ภาษาโปรแกรมมิ่งตัวอื่นเข้ามาช่วยจึงเป็นทางลัดในการ explore ข้อมูล โดยที่เราไม่ต้องนำข้อมูลเข้าไปใน database
- Data Aggregation (การจัดระเบียบข้อมูล) เนื่องจากข้อมูลที่เรารับจากลูกค้ามีขนาดใหญ่และต้องการ transform ระดับหนึ่ง เพื่อให้ข้อมูลอยู่ในรูปที่แสดง metric ถูกต้อง สามารถนำไปใช้กับ dashboard ได้อย่างไม่ช้าจนเกินไป
- Data Visualization (การออกแบบและแสดงข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบของภาพ) จะต้องเลือกใช้ visualization ที่เหมาะสมกับแต่ละโจทย์ของลูกค้า ซึ่ง Dashboard Tool ในท้องตลาดมีมากมาย ยกตัวอย่างตัวเด่น ๆ ที่ทางเราใช้ คือ Tableau และ Power BI หรือการทำ visualization ผ่าน Library ของ Python และ R ในบางครั้ง
BI Analyst Career Path
แท้จริงนั้น BI Analyst ที่พวกเราทำมีความ all-rounder ที่ปูทักษะมาให้ครบทุกทาง จึงกล่าวได้ว่า BI Analyst ไปต่อยอดขาไหนก็ไม่ยาก ไม่ว่าจะไปสายงานที่โฟกัสเฉพาะเจาะจงด้านธุรกิจ โฟกัส dashboard หรือ statistics ขาใดขาหนึ่งหรือจะมัดรวมทุกศาสตร์ และให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพแบบงานสาย consulting ไปเลย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลว่าอยากเลือกเดินไปเส้นทางไหนต่อ
2. ETL Developer ทำอะไร?
ETL Developer เป็นตำแหน่งที่ทำในส่วนของ Data Warehouse และ Data Transformation เนื้องานหลักไม่ได้ลงมาทำการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเพื่อเฟ้นหา insight หรือช่วยคิดข้อเสนอกลยุทธ์ทางธุรกิจ แต่เป็นการทำความเข้าใจ infrastructure ในหลาย ๆ เจ้าบนท้องตลาด ไม่ว่าจะเป็น On-Cloud หรือ On-Premise เพื่อช่วยนำเสนอทางเลือกที่เหมาะสมให้กับขนาดข้อมูลของลูกค้าได้ อีกทั้งยังคอยช่วยพัฒนาและดูแล Data Workflow ทำ ETL ให้ data ของลูกค้าที่ต้องมีการรับส่งข้อมูลดิบรายวัน ให้สามารถนำมา aggregate เป็น datasource เพื่อพร้อมใช้งานโดยใช้เวลาน้อยและมีประสิทธิภาพที่สุด
ทักษะที่ ETL Developer ใช้
- Software Development ตำแหน่งนี้อาศัยการ develop สิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมาตามความต้องการของโจทย์ บางครั้งต้องมีการใช้ Programming Script เพื่อช่วยเติมเต็มกระบวนการ ETL จึงต้องอาศัยทักษะการเขียนโปรแกรม ซึ่งมีได้ทั้งการเขียน Python ไปจนถึงการอาศัยหลักการ Ci/CD เพื่อ deploy ระบบต่าง ๆ
- System Architecture (ความเข้าใจความสัมพันธ์ของระบบในวงกว้าง) เพื่อพัฒนาระบบที่ประกอบไปด้วยส่วนย่อย ๆ ให้ในแต่ละส่วนสามารถผนวกทำงานร่วมกันได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิผล
- Data Transformation (ความเข้าใจในรูปแบบต่าง ๆ ของข้อมูล) สามารถประเมินข้อมูลดิบได้ว่าควรออกแบบ workflow ในลักษณะใด เพื่อ transform ข้อมูล ให้ datasource ตัวท้ายสุดมีลักษณะข้อมูลถูกต้อง ครบถ้วน ตัวเลขถูก พร้อมให้ user คนถัด ๆ ไปใช้งานต่อ
- Data Management (การจัดการข้อมูล) เข้าใจคอนเซปต์การเก็บข้อมูลเพื่อให้สามารถนำข้อมูลดิบของลูกค้ามาเก็บในรูปแบบที่ใช้สอยได้มีประสิทธิภาพที่สุด ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล จำกัดการเข้าถึงของข้อมูลในแต่ละฝ่าย
- Big Data Technology (ความสนใจและเข้าใจในเทคโนโลยี) เทคโนโลยี infrastructure มีการอัพเดตใหม่ ๆ อยู่เสมอ เราจึงควรเท่าทันข่าวสารของ tool ใหม่ ๆ ในวงการเพื่อที่จะได้ประเมินว่า solution ที่เราใช้ปัจจุบันล้าสมัยเกินไปหรือไม่ และนำเสนอ solution ใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าได้
ETL Developer Career Path
เนื่องด้วย ETL Developer มีทักษะของ Software Development การเข้าใจ Life Cycle ของข้อมูล การ maintain ระบบ และ architecture ต่าง ๆ นั้นทำให้ ETL Developer สามารถต่อยอดไปในด้านของ DevOps, Consult ด้าน Data Governance, Data Management หรือ Cloud Architecture ก็ได้เช่นกัน
หลังจากอธิบายความแตกต่างของทั้ง 2 ตำแหน่งไปแล้ว อีก 2 ทักษะที่ทั้ง 2 ตำแหน่งควรจะต้องมีนั่นคือ
- Communication การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่ากับบุคลากรภายนอกอย่างลูกค้าหรือภายในองค์กร เช่น เพื่อนร่วมงาน หัวหน้างานในทีมเรา การสื่อสารที่ใช้มีตั้งแต่ระดับ Non Technical ที่เราต้องตัดทอนรายละเอียดหลายส่วนเหลือเพียงใจความสำคัญเพื่อทำให้คนฟังไม่รู้สึกหลุดหรือหลงระหว่างฟังศัพท์เทคนิคยาก ๆ ไปจนถึงคนฟังในระดับเดียวกันที่เข้าใจการอธิบายใน technical เชิงลึก
- BI, Big Data Concept Understanding ทั้ง 2 ตำแหน่งเข้ามามีส่วนร่วมใน BI System แล้ว แต่ถ้าไม่เข้าใจภาพรวมของ BI ก็จะแปลก ๆ สักหน่อย อย่างน้อยเราควรเข้าใจถึงภาพรวมกับบทบาทของเราว่า เราเข้ามามีส่วนร่วมใดใน BI System บ้าง อีกทั้งเข้าใจรายละเอียดเบื้องต้นในส่วนอื่น ๆ ของ BI System แม้ว่าจะไม่ใช่หน้าที่ของเรา แต่ความเข้าใจในองค์รวมจะทำให้เราเห็นการเดินทางของตัวงาน ก่อนที่จะมาถึงส่วนงานของเราไปจนถึงปลายทาง มี input, output และ requirement อะไรบ้าง องค์ความรู้นี้จะทำให้เราสามารถคุยกับเพื่อนร่วมงาน รวมถึงให้คำแนะนำลูกค้าได้อย่างมืออาชีพ มากกว่ารู้เพียงเฉพาะแค่เนื้องานที่เราทำเพียงอย่างเดียว
จากที่อธิบายไปใน 2 ตำแหน่งงานนี้ จึงสามารถสรุป ความต่าง และจุดร่วม ของ 2 ตำแหน่งนี้ให้เห็นในอินโฟกราฟฟิคด้านล่าง
จากที่อธิบายภาพรวมไว้ทั้งหมดนี้ คงทำให้คุณผู้อ่านเข้าใจภาพรวมโดยสังเขปมากขึ้น ทั้งที่มาของคำว่า Business Intelligence เนื้องานของตำแหน่ง BI Analyst และ ETL Developer รวมไปถึงอาจมีส่วนช่วยในการตัดสินใจให้กับผู้อ่านได้มากขึ้นว่า ตำแหน่งใดที่เหมาะสมกับเรา ทำงานด้านนี้แล้วจะต่อยอดในสายนี้ต่อได้อย่างไร และสามารถประเมินตัวเองในขั้นต้นได้ว่า ควรจะต้องเพิ่มทักษะด้านไหนเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจจะทำงานสายนี้จริง ๆ
หมายเหตุ ชื่อตำแหน่ง BI Analyst ของ Sertis คือ Data Analyst - BI
หากสนใจในตำแหน่งงานของ Sertis สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.careers.sertiscorp.com/
บทความโดย:
ชวัลกร กสิโณภาส (เกิ้ล) - Data Analyst