ความทุกข์ที่พูดได้
1
‘พูดไม่ออกบอกไม่ถูก’ เป็นสภาวะน่าอึดอัด
สองวลีถูกนำมาต่อกันคล้องจอง ถ้าลองแยกดูจะเห็นว่าทั้งคู่เป็นเหตุเป็นผลกัน เมื่อไม่พูดออกมาจึงบอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไง หรือบางทีเมื่อบอกไม่ถูกจึงไม่รู้จะพูดออกมายังไง
ใครเคยอยู่ในสภาวะเช่นนี้ย่อมพบว่ามีสองสถานการณ์ซ้อนกันอยู่ ทั้งด้านในและด้านนอก
ด้านในคือสับสน ไม่เข้าใจตัวเอง ทุกข์ร้อน แต่ไม่รู้เกิดจากอะไร จึงไม่สามารถเรียบเรียงเป็นเหตุผลชัดเจนได้ ส่วนด้านนอกคือ ไม่กล้าบอกใครเพราะกลัวถูกตัดสิน ถูกมองในด้านลบ ไม่ไว้ใจคนรับฟังมากพอที่จะระบายออกเหมือนเขื่อนแตก
1
กำแพงเขื่อนจึงกักกั้นความรู้สึกมากมายอยู่ภายใน ทุกข์ใจมหาศาลไร้ช่องทางระบาย เป็นไปได้ว่าถ้ากักไว้ถึงจุดแตกหัก กำแพงเขื่อนอาจปริแยกจนก่อเกิดภัยพิบัติใหญ่กวาดพาสารพัดสิ่งที่อยู่ใกล้ให้พังภินท์ไปด้วยทั้งหมด
1
ทุกข์ใหญ่ในใจมีน้ำหนักมหาศาล แม้จับต้องไม่ได้แต่เราต่างสัมผัสได้ มันหน่วงอยู่ในใจ พานดึงหัวไหล่ แผ่นหลัง ลำคอ ลงสู่เบื้องต่ำ ส่งผลให้ตัวห่อเหมือนตุ๊กตาสูบลมรั่ว แต่นั่นเป็นเพียงปัญหาชั่วคราว ที่ร้าวลึกลงไปกว่านั้นคือบาดแผลซึ่งเกิดจากทุกข์ที่ไม่ถูกบอกสร้างความบอบช้ำเรื้อรังกลายเป็นจุดอักเสบในใจส่งผลร้ายยาวนาน พฤติกรรมด้านร้ายของผู้คนจำนวนมากมีต้นตอจาก ‘แผลอักเสบ’ เหล่านี้ โกรธเกรี้ยวรุนแรง ใจอิจฉาริษยา รู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ ไม่ไว้ใจผู้คน และอื่นๆ อีกมากมายอาจมีเหตุจากเหตุการณ์เจ็บปวดที่ถูกกระทำแล้วไม่อาจบอกกล่าวออกมาได้
ถูกทำร้ายทางกายใจ ถูกทอดทิ้ง ถูกเปรียบเทียบ ถูกเหยียดหยาม ถูกข่มเหง ไม่ได้รับความรัก ฯลฯ
3
ผู้คนจำนวนไม่น้อยเก็บบาดแผลสำคัญไว้ในใจ ซ่อนไว้ลึกเสียจนบ้างครั้งตัวเองก็ลืมมันไปแล้ว แต่ความรู้สึกสืบเนื่องจากเหตุการณ์นั้นยังคงอยู่และส่งผลสะเทือนทุกเมื่อเชื่อวัน นับเป็นเรื่องเข้าใจได้ เพราะไม่มีใครอยากหยิบเหตุการณ์เจ็บปวดขึ้นมาพูดซ้ำอีก ทำเช่นนั้นไม่ต่างอะไรกับหยิบมีดมากรีดหัวใจตัวเองเป็นครั้งที่สอง-สาม-สี่
ทุกข์จำนวนมากจึงถูกเก็บไว้ ยิ่งทุกข์หนักยิ่งซุกไว้ลึกสุดใจ
2
ยิ่งนานวันยิ่งยากค้นหาต้นตอ เหมือนคุ้ยซากปรักหักพังของอาคารซึ่งพังถล่มลงมาเพื่อค้นหาฐานรากผุกร่อน อาคารหลายหลังโยกคลอนและนำไปสู่การพังทลายก็เพราะปัญหาที่ฐานรากไม่ถูกหยิบขึ้นมาคุย
1
2
ไม่ว่าอาคารใหญ่ บ้านหลังน้อย หรือเขื่อนยักษ์ ไม่มีสิ่งก่อสร้างใดแบกรับน้ำหนักเอาไว้ได้หากโครงสร้างไม่แข็งแรงหรือมีแผลฉกรรจ์ มันเพียงรอวันถล่มลงมาถ้าไม่แก้ปัญหาระดับลึก ความทุกข์ที่ไม่เปิดเผยคือระเบิดเวลาอันตรายสำหรับชีวิต มันเพียงรอวันใดวันหนึ่งที่จะตูมตามขึ้นและสร้างความวินาศให้ตัวเราเองและคนรอบข้าง
1
อยากกู้ระเบิดต้องเผยที่อยู่ของระเบิด
6
มันวางอยู่ที่ไหน ใครเป็นคนฝากมันไว้ เหตุการณ์ต่างๆ เป็นอย่างไร
เราอาจไม่รู้ จึงต้องมีคนช่วยกู้ระเบิด คนนั้นควรเป็นคนที่เราไว้ใจ ยินดีเล่าเรื่องราวให้ฟัง และยินดีรับฟังคำถามที่ช่วยให้เราขุดค้นลึกลงไปว่ากว่าที่ชีวิตจะมีหน้าตาแบบที่เป็นอยู่เราผ่านเรื่องราวร้ายดีมาแบบไหน ในวัยเด็ก อนุบาล ประถม มัธยม มหาวิทยาลัย เลยมาถึงวัยทำงาน พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย พี่ชายน้องสาว มิตรสหาย ครูใจร้าย เพื่อนเลว แฟนหนุ่ม สาวที่หลงรัก ญาติขี้อิจฉา หัวหน้า ลูกน้อง คนเหล่านั้นเข้ามาช่วยเขียนบทชีวิตของเราให้กลายเป็นแบบไหน ทำให้เราเข้าใจว่าชีวิตคืออะไร
1
ผู้คนฝากความทุกข์เอาไว้ไม่น้อย เมื่อเขาเคลื่อนผ่านไปความเข้าใจเกี่ยวกับชีวิตของเราก็เปลี่ยนแปลง บางคนผ่านเข้ามาทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตคือความผิดหวัง ความเจ็บปวด การหลอกลวง เรื่องไม่น่าไว้ใจ เอาเปรียบ ใช้อำนาจ กดขี่ หักหลัง แข่งขัน เอาชนะคะคาน ถูกทอดทิ้ง หรือเป็นทุกข์?
1
มิใช่หรือว่าแต่ละคนนิยามชีวิตตัวเองต่างกันไปตามแต่ประสบการณ์ที่พบเจอ เป็นไปได้ว่าห้าเหตุการณ์ใหญ่ฝังใจอาจกำหนดมุมมองที่เรามีต่อชีวิต ซึ่งยากจะเปลี่ยนแปลงตราบที่เรายังค้นไม่เจอ ‘ระเบิดเวลา’ ที่คนนั้นทิ้งเอาไว้
3
การรื้อค้นนั้นจำเป็นต้องอาศัยความไว้วางใจ
คนหนึ่งสร้างพื้นที่ปลอดภัย อีกคนไว้ใจและให้ความร่วมมือ
พื้นที่ปลอดภัยทำให้เรารู้สึกว่าการเผยความเปราะบาง น้ำตา และความอ่อนแอเป็นเรื่องทำได้ คนที่เราร้องไห้กับเขาได้ย่อมเป็นนักกู้ระเบิดในใจที่ดี หากเขาเป็นผู้ฟังที่ดี ไม่ตัดสิน อยู่ข้างๆ รองรับความรู้สึก และอนุญาตให้เราค่อยๆ คลี่คลายความรู้สึกหนักหนาออกทีละชั้นเหมือนปอกเปลือกหัวหอม
ระหว่างนั้น เรากำลังร่วมกันกู้ระเบิด
เรื่องราวที่ปกปิดถูกขับขานเหมือนเพลงต้องห้ามถูกกู่ร้อง ความทึบหนักในใจค่อยๆ คลายจาง ประตูหน้าต่างที่เคยปิดตายค่อยๆ แง้มออกและเปิดกว้างขึ้นเรื่อยๆ อากาศอับทึบในห้องเก่าไหลออกภายนอก อากาศใหม่สดชื่นกว่าไหลเวียนเข้าไป ห้องที่อดีตปิดตายเริ่มถ่ายเทและมีชีวิตชีวา
“ความทุกข์ที่พูดได้เป็นความทุกข์ที่มีทางออก”
3
ดังที่อาจารย์สุวรรณา สถาอานันท์เคยกล่าวไว้
ความทุกข์จึงจำเป็นต้องถูกบอกกล่าว แม้เพียงหนึ่งคนบนโลกที่รับรู้เรื่องราวของเราก็สร้างความรู้สึกแตกต่างจากการเก็บทุกอย่างไว้เพียงลำพัง
เพื่อพูดออกมาจึงเข้าใจตัวเอง
บางครั้งเราเพียงต้องการบอกใครบางคนเพื่อจัดเรียงเรื่องราวและทำความเข้าใจเหตุการณ์ทั้งหลายให้กระจ่างว่าตกลงแล้วเหตุการณ์นั้นมีความหมายอย่างไรกับชีวิต มันกำหนดทิศทางของเราอย่างไรมาจนถึงวันนี้ มันฝากพิษร้ายอะไรไว้ในใจ มันทำให้เรากลัวอะไร เข็ดขยาด โกรธแค้น หรือหมองเศร้า แล้วกลายไปเป็นเราอีกคนได้อย่างไรบ้าง
เล่า—เพื่อเข้าใจตัวเอง
เราอาจไม่ได้เล่าเรื่องราวเหล่านั้นเพื่อบอกกล่าวว่า ‘เกิดอะไรขึ้น’ แต่เล่าเพื่อมองให้เห็นว่า ‘เราเข้าใจเหตุการณ์นั้นว่าอย่างไร’ เพราะความเข้าใจนั้นแหละที่ประทับอยู่ในใจเราและมีผลต่อความรู้สึกที่มีต่อตัวเอง คนอื่น และชีวิตต่อเนื่องสืบมา
เมื่อได้เล่าความทุกข์เก่าก็เหมือนเรากำลังเดินเข้าไปในห้องถูกทิ้งร้างของชีวิตที่ปิดมิดชิดมาเนิ่นนาน ไปรื้อค้นสิ่งสำคัญซึ่งอาจเป็นสิ่งไม่อยากเห็นมามองให้เต็มตาอีกครั้ง ในบางชั่วขณะจะเกิดภาวะ ‘อ๋อ! แบบนี้นี่เอง’ ระหว่างบอกเล่าความทุกข์ เมื่อหยิบสิ่งสำคัญนั้นขึ้นมาดูใหม่ เราเข้าใจตัวเองมากกว่าเดิม นั่นเป็นจุดเริ่มของการวางทุกข์ไว้ในห้องนั้น แล้วก้าวเดินออกจากห้องในอดีตโดยไม่ติดค้างใดๆ อีก
กล้ากลับเข้าไปในห้องทึบตันเพื่อหาทางออก
2
กุญแจที่ใช้เปิดเข้าไปก็คือการบอกเล่าความทุกข์ใจ
เมื่อบอก—ทางออกจะเกิดขึ้น
4
ผมพบว่าการมีคนหนึ่งคนในชีวิตที่พร้อมรับฟังเรื่องเลวร้ายไม่ว่าจะเป็นเรื่องทุกข์ใจ ความผิดพลาด ล้มเหลว อ่อนด้อย อ่อนแอ โง่เง่า ของเรา เสมือนมีนักกู้ระเบิดมือฉมังอยู่ข้างกาย ทันทีที่ทุกข์ใจ ผมไม่เก็บไว้นาน มีโอกาสก็จะบ่นหรือบอกออกมาโดยไม่อาย เพราะคนนี้คือพื้นที่ปลอดภัยของเรา
นอกจากเก็บกู้ระเบิดเก่าออกไปเรื่อยๆ ผมพยายามไม่สะสมระเบิดลูกใหม่เข้าไปอีก เมื่อมีก็เก็บกู้ทันที โยนทิ้งไปทุกวันๆ ไม่สะสมบ่มไว้เป็นอันตรายในระยะยาว เพราะรู้ดีว่ายิ่งเก็บไว้นานยิ่งเก็บกู้ยาก หาไม่เจอ
ทุกข์เป็นสิ่งที่ไม่ควรเก็บไว้ หากมีใครสักคนที่สามารถบอกเล่าก็ควรปล่อยเรื่องราวนั้นออกมา เพราะทุกข์ที่บอกเล่าได้เป็นทุกข์ที่มีทางออก
ยิ่งออกมาเร็วก็ยิ่งดี
ในบรรดาผู้คนมากมายที่เราติดต่อสัมพันธ์กันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ที่เรานั่งหรือยืนข้างกันบนรถไฟฟ้า รถตู้ รถเมล์ ที่เราเดินสวนกันไปมาตามท้องถนนหรือในที่ทำงาน ล้วนแล้วแต่เป็นอาคารสะสมระเบิดเวลาในใจด้วยกันทั้งนั้น เราไม่มีวันล่วงรู้เลยว่าแต่ละคนเก็บระเบิดร้ายไว้ในใจคนละกี่ลูก และมันส่งผลอย่างไรบ้างกับจิตใจและมุมมองที่เขามีต่อตัวเองและโลกใบนี้
1
ทุกคนล้วนมีความทุกข์ที่อยากบอกเล่า
แต่มิใช่ทุกคนที่มีโอกาสนั้น
2
ความทุกข์ที่พูดได้

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
53ถูกใจ
48แชร์
6.5Kรับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      StartYup 163: เมื่อโค้กกลายเป็นผู้แพ้ แม้ว่าโค้กที่เราชื่นชอบนั้น มักจะมียอดขายแบบนอนมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่เหนือฟ้าย่อมมีฟ้า เหนือโคคา-โคล่า ย่อมมีเป๊ปซี่ ที่เข้ามาดับฝันโค้กได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง กลายมาเป็นตำนานที่เล่าขานมาได้จนถึงทุกวันนี้ หนังสือแนะนำอ่านประกอบ: สงครามน้ำโคล่า แค่กระพริบตาก็โดนอัด SoundCloud: bit.ly/3gFv2JZ Blockdit: bit.ly/2Bi4tuj Podbean: bit.ly/36QsT9V Apple Podcasts: apple.co/2TQtROk Spotify: spoti.fi/2XJqvgX YouTube: bit.ly/3k4uCAJ #InfinityPodcast #TheInfinity #StartYup #Startup #โสภณ #ศุภมั่งมี
      ในบรรดาเกิร์ลกรุ๊ปสายเลือดใหม่ new jeans เป็นผู้นำเทรนทั้งแฟชั่นและแนวเพลง ในบทความนี้เราจะมาดูกันซิว่าพวกเธอเหล่านี้เอาแฟชั่นที่เคยอินเทรนด์ในอดีตมาปัดฝุ่นและเอากลับมาในปีนี้มีอะไรบ้าง
      น้ำดื่ม “Trump Ice” หนึ่งในธุรกิจที่ล้มเหลวของ “โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump)” หลายคนน่าจะรู้จักชื่อของ “โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump)” เป็นอย่างดี
      สวนป่าร่มรื่นที่โดดเด่นด้วยบ่อปลารูปเลข 8 บ้านหลังนี้มีพื้นที่ว่างข้างลานจอดรถที่มีหน้ากว้างเพียงแค่ 4 เมตร กับความต้องการของเจ้าของบ้านที่ตรงกับโจทย์ยากที่กล่าวไปข้างต้น แถมยังอยากให้ถูกหลักฮวงจุ้ยด้วย งานนี้ผู้ออกแบบจะแก้ปัญหาอย่างไร เราไปชมพร้อม ๆ กันครับ
      ดูทั้งหมด