8 มิ.ย. 2021 เวลา 13:24 • กีฬา
จะเริ่มอาชีพ Strength Coach กับทีมกีฬาระดับไหนดี?
สำหรับหลายคนๆที่อยากจะประกอบอาชีพ Strength Coach ประจำทีมกีฬา แต่ไม่มั่นใจว่าจะเริ่มจากทีมกีฬาระดับไหนดี ผมจะมาแชร์ความคิดเห็นและประสบการณ์ของผมตั้งแต่ตอนเริ่มทำงานด้าน Sport Conditioning ว่าควรจะเริ่มจากทีมกีฬาระดับไหนก่อนดี
ผมจะพูดถึงบุคคลที่จบในระดับปริญญาตรีขึ้นไปเลยนะครับ เพราะว่าอย่างที่ผมเคยเขียนไปว่า น้องๆที่ยังเรียนอยู่ในระดับปริญญาตรี ผมยังมองว่าอายุยังน้อยเกินไปสำหรับอาชีพ Strength Coach โดยผมใช้เกณฑ์ของการสอบใบประกอบวิชาชีพ CSCS คือ บุคคลที่มีสิทธิ์สอบต้องจบการศึกษาขั้นต่ำคือในระดับปริญญาตรี ถึงจะมีสิทธิ์สอบในประกอบได้ อีกเหตุผลหนึ่ง คือ ผมมองว่า น้องๆที่ยังเรียนในระดับปริญญาตรี ควรศึกษาหาความรู้เบื้องต้นในรูปแบบ Personal Trainer หรือ Group Exercise ก่อน แล้วอาจจะค่อยเปลี่ยนสายอาชีพไปในรูปแบบของ Sport Conditioning หลังเรียนจบหรือในช่วงทำงานก็ได้ และถ้าจะทำงานในบทบาทของ Strength Coach ควรจะเรียนใบประกอบวิชาชีพ CSCS จากสถาบัน NSCA หรือใบประกอบวิชาชีพด้าน Performance จากสถาบันอื่น(NASM, EXOS) ก่อน จึงจะค่อยมาประกอบอาชีพนี้
จากประสบการณ์ที่ทำงานมา ผมแนะนำให้ทำทีมระดับไหนก็ได้ที่มีช่วงอายุของนักกีฬาต่ำกว่าตัวคุณเอง อย่างน้อย 3 ปี ดังนั้นตัดทีมกีฬาอาชีพได้เลย เพราะ ช่วงอายุในนักกีฬาอาชีพจะค่อนข้างหลากหลาย คุณมีสิทธิ์จะได้เจอคนอายุมากกว่าหรือเท่ากับตัวคุณก็ได้ ดังนั้นทีมที่ผมแนะนำคือทีมกีฬาระดับมัธยม, มหาวิทยาลัยหรือทีมระดับ Academy เท่านั้น
ทีมระดับมหาวิทยาลัย
หลายคนอาจจะสงสัยว่า “เรื่องงาน อายุมันไม่เกี่ยว ถ้าเรามีความรู้มากพอ” ใช่ครับ ผมไม่เถียงถ้าคุณมีประสบการณ์มากพอกับทีมกีฬาในระดับมัธยม, มหาวิทยาลัยหรือระดับ Academy แล้ว แต่ถ้าทีมกีฬานั้นเป็นทีมกีฬาแรกของคุณ และคุณไม่เคยมีประสบการณ์ในตำแหน่ง Strength and Conditioning Coach มาก่อน ผมแนะนำให้ทำทีมกีฬาที่อายุน้อยกว่าตัวคุณเองจะดีกว่า
อายุเป็นสิ่งไม่จำเป็นครับ ถ้าคุณมีความรู้และประสบการณ์มากพอแล้ว แต่อย่าลืมนะครับ เรากำลังทำงานอยู่ในประเทศไทย ประเทศซึ่งส่วนใหญ่นับถือ “วัยวุฒิ” มาก่อน “คุณวุฒิ” ถ้าเราทำงานอยู่ในต่างประเทศ อายุคงไม่ใช่สิ่งจำเป็นเท่าความรู้และประสบการณ์ และนักกีฬาในไทยเขาไม่สนใจหรอกว่าคุณมีความรู้แค่ไหน จบจากที่ไหนมา ถ้าเขารู้ว่าคุณอายุน้อยกว่าเขา เขาก็พร้อมจะกดคุณทันทีเมื่อมีโอกาส คุณจะดูเป็นเด็กไปในสายตาของนักกีฬาที่แก่กว่าทันที ในนักกีฬาที่อายุเท่ากัน เขาอาจมองคุณเป็นเพื่อนมากกว่า Strength Coach ด้วยซ้ำ มันจะทำให้คุณทำงานยากขึ้นมากถ้านักกีฬาไม่มีความนับถือคุณ และเมื่อเป็นทีมกีฬาทีมแรกของคุณ คุณก็ไม่รู้ว่าจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ยังไง เพราะ คุณก็ยังไม่มีประสบการณ์ในการรับมือปัญหาเหล่านี้ ดังนั้นผมจึงแนะนำให้ทำงานกับทีมกีฬาในระดับมัธยมหรือมหาวิทยาลัยก่อนเพื่อเรียกความมั่นใจของตัวคุณเอง เพราะ สำหรับนักกีฬาที่อายุน้อยกว่า ช่วงที่คุณเริ่มงานถ้าพวกเขารู้ว่าคุณอายุมากกว่า ยังไงก็ต้องฟัง ต้องทำตามที่คุณสั่ง ในช่วงเวลาหลังจากนั้น ก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณเองว่าจะสามารถควบคุมนักกีฬาให้ทำตามที่คุณสั่งไปได้ตลอดทั้งฤดูกาลหรือไม่
อีกเหตุผลคือ ความถี่และความเข้มข้นของรายการแข่งขันในระดับมัธยมและระดับอุดมศึกษายังไม่เยอะมาก ถ้าเทียบกับระดับอาชีพ คุณสามารถวาง Periodization ได้ง่ายกว่า อาการบาดเจ็บของนักกีฬาก็น้อยกว่า โดยในนักกีฬาระดับสมัครเล่นในช่วงระดับมัธยมและอุดมศึกษาจะยังไม่มีอาการบาดเจ็บติดตัวแบบระยะยาว (Chronic) มากนัก คุณสามารถเขียนโปรแกรมฝึกแบบพื้นฐานเพื่อสร้างความแข็งแรง (Strength training) และป้องกันอาการบาดเจ็บ (Injury Prevention) ได้ โดยไม่ต้องคำนึงว่านักกีฬาส่วนใหญ่มีอาการบาดเจ็บติดตัวมาอยู่แล้วหรือไม่ อีกทั้งเรื่องของ Movement, Plyometrics และ ESD คุณสามารถเริ่มฝึกตั้งแต่พื้นฐานได้เลย คุณก็จะได้ลองเขียนโปรแกรมฝึกแบบพื้นฐานไปด้วย
ด้านการควบคุมนักกีฬา คุณจะได้ลองฝึกตัวเอง ลองใช้จิตวิทยาในการคุมนักกีฬา ควรจะใช้น้ำเสียงกับนักกีฬายังไง เสียงดังประมาณไหน เมื่อไรควรดุ เมื่อไรควรลงโทษ เวลาฝึกนักกีฬาพร้อมกันเยอะๆจะทำยังไง เรียนรู้จังหวะของการพูดว่าเมื่อไรควรเบา เมื่อไรควรหนักในสถานการณ์แบบไหน ต้องกระตุ้นนักกีฬาเมื่อใด ถ้าเป็นทีมกีฬาทีมแรกที่คุณทำและนักกีฬาส่วนใหญ่อายุมากกว่าคุณ แล้วคุณไปพูดเสียงดังใส่หน้าของพวกเขาตั้งแต่ครั้งแรก ผมบอกเลย นักกีฬาเหล่านั้นไม่ชอบใจแน่ๆ ต่อให้คุณทำไปเพราะอยากให้ทีมไปในทิศทางที่ดีก็ตาม คุณต้องหัดเข้าหานักกีฬาที่มีนิสัยที่แตกต่างกันก่อน เรียนรู้นิสัยของนักกีฬา เพื่อหาวิธีกำราบนักกีฬา เมื่อเจอนักกีฬาที่ไม่ค่อยฟังและไม่ทำตาม ในระดับมัธยมหรือมหาวิทยาลัย มีแน่นอนครับ แต่ในความคิดของนักกีฬาพวกนี้ก็ต้องรู้สึกเกรงใจคุณอยู่เพราะยังไงคุณก็มีอายุที่มากกว่า ดังนั้นการทำงานของคุณก็จะง่ายขึ้น ลองฝึกการรับมือกับทีมสมัครเล่นก่อน คุณจะได้มีความมั่นใจในการไปทำทีมกีฬาอาชีพมากขึ้น
ทีมสโมสรกีฬาระดับอาชีพ
เมื่อคุณมีประสบการณ์จากทีมกีฬาสมัครเล่นมากพอ อย่างน้อยเมื่อคุณไปทำทีมกีฬาอาชีพ คุณก็พอจะมีอาวุธไปต่อกรกับนักกีฬาเหล่านั้นได้ ต่อให้เป็นทีมกีฬาที่ระดับสูงกว่าที่คุณเคยทำ แต่คุณก็ยังพอมีประสบการณ์ในการทำงานมาแล้ว ฉะนั้นไม่ต้องกลัว แค่มีความมั่นใจ แล้วก็ค่อยๆเรียนรู้และปรับการทำงานของคุณไป ยังไงก็ดีกว่าคุณเริ่มงานจากการไม่มีประสบการณ์เลย เหมือนคุณเข้าป่าไปล่าสัตว์โดยไม่มีอาวุธติดตัวไปเลยนอกจากมือเปล่า มีแต่ตายกับตายครับ
Poon Promsri, CSCS, XPS
#Strengthcoach #Strengthandconditioningcoach #Thailandstrengthcoach #Thaistrengthcoach
โฆษณา