มีบัญชีอยู่แล้ว?
“Satoshi Nakamoto” ผู้อยู่เบื้องหลังการสร้าง “Bitcoin” ที่ไม่เคยเปิดเผยตัวตน
สกุลเงินดิจิทัล ได้กลายเป็นสินทรัพย์ที่กำลังกลายเป็นกระแสอย่างมาก จะเห็นได้จาก นักลงทุนหน้าใหม่เริ่มเข้ามาให้ความสนใจ ตลอดจนรันวงการอยู่เรื่อยๆ
แต่รู้ไหม.. ว่าใครเป็นคนคิดค้นสกุลเงินดิจิทัล สกุลแรกของโลกขึ้นมา ?
ย้อนกลับไป 12 ปีก่อน หรือเมื่อปี 2009 สกุลเงินดิจิทัลแรกของโลกชื่อว่า “บิตคอยน์” ได้ถือกำเนิดขึ้นโดยบุคคลหรืออาจจะเป็นกลุ่มคนนิรนาม ที่ใช้นามแฝงว่า “Satoshi Nakamoto”
ซึ่ง “คุณซาโตชิ” ที่ว่านี้ ได้ร่วมมือกับวิศวกรคอมพิวเตอร์ นักโค้ดดิง พัฒนาเครือข่ายที่เขาคิดค้นขึ้น
ในระหว่างนั้น ซาโตชิ ได้สร้างคอมมูนิตี้เล็กๆ คล้ายๆ กับสร้างฐานแฟนคลับ เพื่อคอยอัพเดตความคืบหน้าของโปรเจค และได้มีการชักชวนให้ผู้คน เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโหนดข้อมูล ก่อนที่เขาจะหายตัวไปกับสายลม
จนถึงปัจจุบัน ตัวตนของนามแฝงซาโตชิ ยังคงเป็นปริศนากับผู้คนทั้งโลก แม้จะมีผู้คนมากมายออกมาเปิดเผยตัวว่าเขาคือซาโตชิตัวจริง แต่หลักฐานต่างๆ ก็ไม่ได้มากพอที่จะพิสูจน์ตัวตนได้
ทว่า กระแสของคริปโต ได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้ความสงสัยนี้เริ่มตึงมากขึ้น
ว่าแท้ที่จริงแล้ว ซาโตชิตัวจริง เป็นใครกันแน่ ?
แล้วผู้สร้างบิตคอยน์ สกุลเงินดิจิทัลแรกของโลก มีเหตุผลอะไร ที่ไม่เปิดเผยตัวตน ?
หลายสื่อชั้นนำจากทั่วโลก ต่างก็มะโนไปในทิศทางต่างๆ อาทิ
- อาจเกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้ใช้บริการในเครือข่าย และการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งถ้าหากเขาเผยตัวออกมา รัฐบาลและสถาบันการเงินที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจทั่วโลก อาจกดดันให้มีข้อบังคับในการทำธุรกรรมบางอย่าง อันจะเป็นผลเสียต่อระบบการเงินดิจิทัล เช่นเครือข่ายของบิตคอยน์ที่เป็น Peer to Peer ไม่มีตัวกลางใดๆ เข้ามาควบคุม ซึ่งถ้าหากระบบของบิตคอยน์ถูกแทรกแซงโดยอำนาจอื่น ผู้ใช้งานอาจจะไม่ปลอดภัยกับกฎระเบียบต่างๆ ที่กำหนดโดยบุคคลกลุ่มเดียวได้
- เกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของนามแฝงซาโตชิ ที่อาจถูกละเมิดได้โดยสื่อต่างๆ ที่แห่เข้ามาสัมภาษณ์เขา โดยกรณีศึกษาเช่นนี้ เคยเกิดขึ้นแล้วกับบุคคลจริงที่มีชื่อว่า Dorian Satoshi Nakamoto หนึ่งในคนต้องสงสัยว่าเป็นนามแฝงซาโตชิ เนื่องจากชื่อและความชอบคล้ายกัน จึงมีการฟ้องร้องคดีจำนวนมาก แม้นามแฝงซาโตชิ จะไม่ผิดกฎหมายในทางเทคนิคเลยก็ตาม
- หรือว่าแท้จริงแล้ว เป็นความตั้งใจของนามแฝงซาโตชิ ที่ไม่ต้องการเผยตัว เพื่อสร้างสกุลเงินดิจิทัลในแบบกระจายอำนาจ หากมีผู้นำในเครือข่าย จะสามารถส่งผลกระทบในทั้งด้านบวกและลบ ซึ่งด้านบวกก็คือ ผู้ใช้สกุลเงินดิจิทัลจะรู้ได้ตลอดว่านักพัฒนามีการอัพเดตอะไรบ้าง เหมือนกับผู้ใช้รถ Tesla ที่ติดตามอีลอน มัสก์ ก็จะรู้ได้ตลอดว่าแบรนด์ที่ใช้อยู่นั้น มีการพัฒนาเทคโนโลยีอะไรไปแล้วบ้าง ในทางกลับกัน หากผู้นำมีการเคลื่อนไหวอย่างไร ก็จะส่งผลต่อสกุลเงินแทบหมด เช่น “ชาลี ลี” ผู้สร้าง Litecoin ที่เคยทวิตถึงการเทขาย Litecoin ทั้งหมด ซึ่งส่งผลต่อกระดานเทรดกลายเป็นสีแดง(ขาลง) ในชั่วพริบตา
แต่อย่างไรก็ดี แม้สกุลเงินดิจิทัลจะถือกำเนิดมาเพื่อกระจายอำนาจ เป็นสกุลเงินของประชาชน ไม่มีอำนาจหนึ่งอำนาจใดมาแทรกแซง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่ดีว่า ยุคนี้คือยุคที่ทุกอย่างได้รับอิทธิพลจากสังคมออนไลน์ บุคคลมีชื่อเสียง หรือที่รู้จักกันในนาม Influencer ซึ่งไม่ว่าจะเคลื่อนไหวอย่างไร โพสต์อะไรออกสื่อ ก็กลายเป็นการเคลื่อนไหวของเหรียญดิจิทัลเสียหมด นับเป็นความย้อนแย้งของการกระจายอำนาจในสกุลเงินดิจิทัลสิ้นดี
กลับมากันที่ นามแฝงซาโตชิ..
ถามว่าในอนาคต เขาจะเปิดเผยตัวตน หรือกลุ่มบุคคลไหม ?
จนถึงทุกวันนี้ สกุลเงินดิจิทัลกำเนิดมา 12 ปี แต่ไม่มีใครให้คำตอบได้ว่า ใครเป็นผู้ให้กำเนิดตัวจริง หรือถึงแม้จะมีผู้คนมากมายออกมาเปิดเผยตัว ก็ไม่อาจพิสูจน์ความจริงใดๆ ได้ แถมยังได้รับกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ว่าเป็นจอมหลอกลวง เช่น เคสของ Craig Wright ชาวออสเตรเลียนที่อ้างว่าตนเป็นซาโตชิตัวจริง
ปิดท้ายกันด้วยความสงสัยเกี่ยวกับตัวจริงของซาโตชิ ที่ตามมาด้วยการระดมทุนเพื่อสร้างแคมเปญตามหาซาโตชิ #findsatoshi ในปี 2018 โดยมีเป้าหมายระดมทุนให้ได้ถึง 2.5 แสนเหรียญ โดยแจ้งว่าจะนำเงินเหล่านั้นไปจ้างนักสืบฝีมือดีจากทั่วโลกตามหาซาโตชิ แต่ก็ยังไม่พบเจอ..อยู่ดี
เดี๋ยวก่อน.. ยังไม่จบ
กลางปี 2020 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ Whale Alert คาดการณ์ว่า ซาโตชิตัวจริง มีบิตคอยน์ภายใต้การจัดการอยู่ที่ 1,125,150 BTC ก่อนจะปลีกตัวออกจากวงการคริปโตตลอดกาล
หากข่าวนี้ เป็นเรื่องจริง นั่นหมายความว่า ต้นปีที่ผ่านมา ซาโตชิ มีทรัพย์สินรวมกันมูลค่ามากกว่า 3.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือมากกว่า 1.2 ล้านล้านบาท
และก็มีเศรษฐี คนมีชื่อเสียงในวงการมากมาย ได้ให้การพยากรณ์ว่า บิตคอยน์อาจพุ่งไปแตะราคา 250,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ
ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง ซาโตชิตัวจริง จะกลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกทันที..
*บทความนี้ไม่ได้มีการชักชวนการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจกับสินทรัพย์ ก่อนตัดสินใจลงทุน
ติดตามเพิ่มเติมได้ที่..