มีบัญชีอยู่แล้ว?
“ถ้าธุรกิจของคุณไม่ได้อยู่บนอินเทอร์เน็ต นั่นแสดงว่าธุรกิจของคุณกำลังจะเจ๊ง”
5
นี่คือสิ่งที่ บิล เกตส์ เคยกล่าวเอาไว้ และ วันนี้คำกล่าวนั้นก็เริ่มเป็นความจริงให้เห็นขึ้นมาทุกที แต่ที่น่าเศร้าไปกว่านั้นคือ คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในชะตากรรมแบบที่ บิล เกตส์ เคยกล่าวเอาไว้
เพราะคิดว่าธุรกิจของตัวเองไม่จำเป็นต้องทำออนไลน์ก็ได้ ก็ฉัน ขายรถ เปิดร้านเสริมสวย ร้านสักคิ้ว ร้านทอง ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ฯลฯ ไม่ได้ขายเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า หรือ เครื่องสำอาง เสียหน่อย ถึงจะต้องทำออนไลน์ เพราะถึงยังไงลูกค้าก็ต้องมาซื้อหน้าร้านอยู่ดี ดังนั้นออนไลน์ไม่ใช่เรื่องจำเป็นเลย
ที่ตอนนี้ยอดขายหายไป ก็เป็นเพราะเศรษฐกิจไม่ดีไง ไหนจะโควิด-19 อีก ใครๆ เขาก็เป็นกันทั้งนั้นแหละ !!
2
ซึ่งก็ไม่ผิดครับ ถ้าจะคิดแบบนั้น แต่ถ้าคุณฟังเรื่องนี้จบ ความคิดของคุณจะเปลี่ยนไปทันที !!
1
วันก่อนเพื่อนของผมคนหนึ่ง เธอบ่นว่าอยากต่อขนตา แน่นอนว่าถ้าเป็นเมื่อก่อน เธอคงต้องขับรถวนเพื่อหาดูว่าแถวนั้นมีร้านต่อขนตาไหม ถ้าร้านไหนทำเลติดถนน ทำป้ายใหญ่ๆ เด่นๆ ก็จะได้ลูกค้าไป ซึ่งลูกค้าอย่างเราเมื่อเจอร้านไหน ก็ต้องเข้าไปใช้บริการร้านนั้น แล้วค่อยไปเสี่ยงดวงดูอีกทีว่าร้านนี้จะต่อขนตาออกมาได้สวยไหม
1
แต่เธอกลับไม่ทำอย่างนั้นครับ เพราะเพื่อนผมคนนี้เธอหยิบมือถือขึ้นมา แล้วค้นหาร้านต่อขนตาที่มีอยู่ในระแวกนั้น อ่านคอนเทนต์ อ่านรีวิว แล้วเปรียบเทียบดูว่าร้านไหนทำออกมาดี ทำออกมาสวย ในราคาที่คุ้มค่า และ ดูน่าเชื่อถือ โดยไม่ยอมเอาเบ้าหน้าของตัวเองไปเสี่ยงดวง ซึ่งเธอก็ค้นหาและพิจารณาร้านต่างๆ อยู่ประมาณ​ 2 ชั่วโมง จนดูเหมือนว่าเธอได้ร้านที่ถูกใจแล้ว
ทันใดนั้นเธอก็เงยหน้าขึ้นมา แล้วทำหน้าตาน่าสงสาร แล้วพูดกับผมว่า “แก… ช่วยพาฉันไปต่อขนตาหน่อยนะ พรุ่งนี้ฉันต้องไปงานลูกรับบัณฑิตน้อยแล้ว นะนะนะ”
1
“ไหงเป็นงั้นล่ะ โดนจนได้เรา” แต่ผมก็ไม่ได้ติดขัดอะไร เพราะตอนนั้นก็ว่างอยู่พอดี แถมอยากไปดูด้วยว่าร้านต่อขนตาที่ว่านี้มันเจ๋งขนาดไหน ถึงทำให้เพื่อนผมตัดสินใจได้
ผมจึงขับรถตาม GPS เพื่อพาเพื่อนรักคนนี้ไปต่อขนตาครับ สิ่งที่ผมอยากจะบอก คือ ร้านนี้ไม่ต่างกับอยู่ในรูเลย เพราะมันเข้าซอยไปลึกมากๆ ผมขับรถเข้าซอยนี้ ออกซอยโน้น จนในที่สุดก็มาเจอร้านต่อขนตาที่อยู่ตรงท้ายซอยพอดี
สิ่งที่ผมเห็น คือ ร้านนี้ไม่ใช่ร้านต่อขนตาทั่วไป เพราะเขาใช้พื้นที่บ้านของตัวเองเปิดให้บริการ ไม่ได้มีป้ายใหญ่ ไม่ได้ลงทุนอะไรมากไปกว่าป้ายธงญี่ปุ่นเล็กๆ ตัวเดียวที่วางอยู่หน้าร้าน แต่สิ่งที่แตกต่างคือ ร้านนี้คิวแน่นมาก ทุกคนที่มาจะต้องจองคิวเอาไว้ก่อน ซึ่งตอนที่ผมมาถึงที่ร้านประมาณ บ่าย 3 ลูกค้าที่เพิ่งจะใช้บริการเสร็จก็ขับรถออกไป ซึ่งเมื่อผมเข้าไปนั่งรอเพื่อนที่โซฟา ก็บังเอิญเห็นสมุดบันทึกการจองของร้านนี้ จึงพบว่ามีการจองคิวยาวไปถึง 3 ทุ่ม
3
หลังจากเพื่อนของผมต่อขนตาเสร็จ แล้วจ่ายเงินให้กับเจ้าของร้าน เธอเดินออกมาพร้อมรอยยิ้มที่ฉีกไปถึงหู บ่งบอกถึงความพึงพอใจที่เธอมีต่อร้านนี้
2
ซึ่งแน่นอนว่าตอนที่ผมจะถอยรถออก ก็มีลูกค้าคิวต่อไปเดินทางมาถึงพอดี แล้วเดินเข้าไปใช้บริการ
คราวนี้คุณเห็นอะไรไหมครับ ทำไมร้านที่อยู่ในซอยลึก ป้ายไม่เด่น ทำเลไม่ดี ถึงมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการอย่างไม่ขาดสาย
นั่นก็เพราะว่า พฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนไปแล้วครับ แน่นอนว่าสุดท้ายเขาจะต้องไปใช้บริการที่หน้าร้านก็จริง แต่ก่อนที่ลูกค้าจะไปถึงหน้าร้าน เขาจะ ค้นหาข้อมูล อ่านคอนเทนต์ ดูรีวิว เปรียบเทียบ ก่อน แล้ว “ตัดสินใจตั้งแต่บนออนไลน์” ว่าเขาจะไปใช้บริการที่ร้านไหน แล้วถึงจะเดินทางไปที่หน้าร้าน
นั่นหมายความว่า ถ้าวันนี้คุณไม่ได้อยู่บนออนไลน์ พอลูกค้าค้นหาข้อมูล เขาก็จะไม่เจอร้านของคุณ ลูกค้าก็จะไม่มีทางเดินไปหน้าร้านคุณได้อย่างแน่นอน
ที่ผมมั่นใจอย่างนั้นก็เพราะหลังจากที่ผมพาเพื่อนไปต่อขนตาเสร็จ ผมก็ลองขับรถสำรวจดูร้านต่อขนตาในระแวกนั้น สิ่งที่ผมเห็นคือ มีร้านต่อขนตาเยอะมาก ตกแต่งร้านก็สวยมาก แต่แทบไม่มีคนเดินเข้าร้านเลย กลายเป็นว่าเพื่อนผมกลับไปจบที่ร้านที่อยู่ต่างอำเภอแถมยังอยู่ท้ายซอยซะอย่างนั้น
บทสรุปของเรื่องนี้ คือ การที่ร้านของคนส่วนใหญ๋ไม่มีลูกค้า ยอดขายตก ไม่ได้เป็นเพราะเศรษฐกิจไม่ดี แต่เป็นเพราะลูกค้าหายไปซื้อร้านอื่นต่างหาก
เห็นไหมครับว่า การทำออนไลน์ ไม่ได้สำคัญเฉพาะกับสินค้าที่ขายบนออนไลน์เท่านั้น แต่ออฟไลน์ก็สำคัญมากเช่นกัน เพราะทุกวันนี้คนจะตัดสินใจซื้อผ่านการ พิจารณา ข้อมูลบนออนไลน์ เกือบทั้งหมด ต่อให้ร้านจะเป็นออฟไลน์ก็ตาม แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะดูข้อมูลและตัดสินใจมาตั้งแต่ที่บ้านเรียบร้อยแล้วว่าอยากจะซื้ออะไร ที่ร้านไหน ถึงจะเดินไปซึ้อสินค้าที่หน้าร้าน
มาถึงตรงนี้คุณคงรู้ตัวแล้วใช่ไหมครับว่า ถ้าคุณไม่ทำออนไลน์ตั้งแต่วันนี้ คุณอาจจะเป็นเหมือนอย่างที่ บิล เกตส์ เคยพูดเอาไว้ เพราะตอนนี้พฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนไปแล้ว ที่สำคัญคือ มันจะเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนเลย และ ไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิมอีก
และถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้ ผมขอแสดงความยินดีกับคุณด้วยครับ เพราะคุณกำลังจะเป็นหนึ่งในคนที่รอดพ้นจากสิ่งที่ บิล เกตส์ เคยพูดเอาไว้ เมื่อได้เข้ามาเรียนในคลาส Online Signature เหมือนอย่างพี่ๆ น้องๆ ในคลาส Online Signature อีกกว่า 100 ชีวิต
2
เพราะเนื้อหาทุกอย่างในคลาสนี้ได้ผ่านการ “ทดสอบ” มาหมดแล้วไม่มีมโน
หนึ่งในเคสที่รอดพ้นจากวิกฤตนี้ ด้วยเนื้อหาทั้งหมดจากคลาส Online Signature ที่ผมได้นำไปทดสอบ คือ หัวหน้าทีมของตัวแทนประกันชีวิตค่ายหนึ่ง ซึ่งเดิมทีการขายประกันจะหาลูกค้าจากคนใกล้ตัว การแนะนำ และ การวอคอิน เป็นหลัก แน่นอนว่าสมัยก่อนวิธีนี้สามารถทำได้ดี
ซึ่งตอนแรกที่ผมเข้าไปปรับกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ บอกตามตรงครับว่าไม่มีตัวแทนประกันคนไหนเชื่อ ว่าสินค้าอย่างประกันชีวิตจะต้องทำออนไลน์ด้วย เพราะที่ผ่านมาพวกเขาปิดการขายแบบเจอหน้ากันมากกว่า แล้วก็ทำแบบนี้มานานแล้วด้วย ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร นอกจากโดนลูกค้าปิดเครื่องหนีเท่านั้น แต่โชคดีที่มีหัวหน้าทีมของประกันค่ายนี้ที่ “เชื่อ” และ อยากให้ผมเข้ามาปรับทิศทางให้ จึงติดต่อให้ผมเข้าไปช่วย โดยที่ผมเองไม่ได้ขอรับค่าตอบแทนใดๆ
1
อย่างที่บอกครับว่าตอนแรกไม่มีใครเชื่อ เพราะคิดว่าการทำออนไลน์มันเสียเวลา สู้เอาเวลาไปโทรหาลูกค้าดีกว่าเพราะมันคือสิ่งเดียวที่สร้างรายได้ให้กับพวกเขาได้
แต่พอผมเริ่มอธิบายให้พวกเขาเห็นภาพว่า ปัจจุบันพฤติกรรมของคนซื้อประกันเปลี่ยนไปแล้ว ที่เขาปิดเครื่องหนี ไม่ใช่เพราะเขาไม่อยาก “ซื้อประกัน” แต่พวกเขาไม่อยาก “ถูกขายประกัน”
คือ ธรรมชาติของมนุษย์ไม่ชอบ “ถูกขาย” ครับ แต่พวกเขา “ชอบซื้อ”
ไม่มีใครชอบให้นักขายประกันโทรมารบกวน โทรมาโน้มน้าว แล้วบีบให้ตัดสินใจซื้อเร็วๆ หรอก เพราะไม่มีใครเชื่อคำพูดของนักขายประกันครับ ลูกค้าชอบที่จะนั่งอ่านรีวิวเองจากคนที่เคยซื้อประกันแล้ว เพราะมันดูน่าเชื่อถือมากกว่านักขายพูดเอง ลูกค้าชอบที่จะศึกษาช้อมูลเปรียบเทียบกรมธรรม์ต่างๆ อ่านข้อมูลศึกษารายละเอียดเยอะๆ แล้วตัดสินใจเอง จากนั้นก็ค่อยติดต่อไปซื้อประกัน ไม่ใช่การถูกนักขายบีบให้ซื้อทางโทรศัพท์ภายในเวลา 5 นาที
1
คำถาม คือ แล้วที่ไหน คือ ที่ๆ ลูกค้าจะเข้ามาอ่านรีวิว อ่านข้อมูล อ่านประโยชน์ ของประกันล่ะ ?
ใช่ครับ !! บนออนไลน์ไง
แล้วถ้าเขาอ่านบนออนไลน์จนตัดสินใจได้แล้ว คนที่เขาจะโทรหาเพื่อซื้อประกันเป็นคนแรก ก็คือ คนจากแหล่งที่เขาได้อ่านข้อมูลยังไงล่ะ
ดังนั้น ใครที่ทำธุรกิจประกันแล้วไม่ได้เอาตัวเองขึ้นไปอยู่บนออนไลน์ คุณก็จะหายไปจากวงโคจรในชีวิตของลูกค้าทันที เพราะเมื่อลูกค้าเสิร์ชหาแล้วไม่เจอ เขาก็ไม่รู้ ไม่เห็น สุดท้ายเขาก็ไม่ซื้อกับคุณจริงไหม
ซึ่งการที่ยอดขายประกันของบางคนหายไป ไม่ใช่เพราะคนซื้อประกันน้อยลงแต่อย่างใด เพียงแต่เขาไปซื้อกับคนอื่นต่างหาก เผลอๆ หลังจากที่ลูกค้าส่วนใหญ่ปิดเครื่องหนีไป เขาก็ไปอ่านข้อมูลบนออนไลน์ต่อนั่นแหละ แล้วสุดท้ายก็โทรไปซื้อจากคนอื่น
พอผมพูดจบ ตัวแทนประกันทุกคนก็เริ่มเปิดใจ โดยมีคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า “จริงด้วย !! ที่ผ่านมาลูกค้าที่โทรเข้ามาซื้อเอง จะปิดการขายได้ง่ายกว่าคนที่เราโทรไปขาย เพราะคนเหล่านี้เขาศึกษามาอย่างดี และ ตัดสินใจมาแล้ว”
หลังจากทุกคนเปิดใจ และ ให้ผมเข้าไปดูแลเรื่องการตลาดออนไลน์ ประมาณ 4 เดือน ทุกอย่างก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
จากที่ตัวแทนประกันต้องนั่งโทรศัพท์ไปขาย 100 คน ปิดการขายได้ 1 คน กลายเป็นนั่งเฉยๆ แล้วรอให้ลูกค้าที่อ่านข้อมูล คอนเทนต์ รีวิว และ อื่นๆ จนตัดสินใจได้แล้วโทรเข้ามาซื้อเอง
ผลก็คือ การขายประกันของทีมนี้ ใช้เวลาลดลง เหนื่อยน้อยลง ทำงานน้อยลง แต่ได้ยอดขายมากขึ้น
นี่แหละครับ คือ เหตุผลที่ผมไม่อยากให้คุณพลาดคลาสนี้ เพราะเทรนด์ในตลาด และ ผลการทดสอบของผมก็แสดงให้เห็นแล้วว่า “ถ้าธุรกิจของคุณไม่ได้อยู่บนอินเทอร์เน็ต นั่นแสดงว่าธุรกิจของคุณกำลังจะเจ๊งจริงๆ”
1
และที่สำคัญ คือ ผมเคยเห็นคนพลาดเรื่องนี้มาแล้ว เพราะเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ตอนผมเริ่มทำออนไลน์ใหม่ๆ ก็มีเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันหลายคนเคยหาว่าผม “บ้า”
แต่ผ่านมา 2 ปี คนเหล่านั้นถึงรู้ตัว ว่าคนที่พลาด คือ พวกเขาเอง
1
และผมเองก็ไม่อยากให้มีใครพลาดเพราะมองข้ามเรื่องเหล่าอีกแล้ว
1
แน่นอนว่า เมื่อคุณตัดสินใจ “ลุย” ไปกับผมแล้ว คุณจะไม่ใช่คนที่พลาดแบบนั้น
✅ ถ้าคุณอยากโตไปด้วยกัน ทักมาได้เลยครับที่ Line : @samounglai
✅ ผมมีราคาพิเศษให้สำหรับ 20 คนแรก ที่ทักเข้ามา
✅ และ ใครมีหนังสืองานประจำสอนทำธุรกิจ เวอร์ชั่นพร้อมลายเซ็น สามารถใช้เป็น “ส่วนลดเพิ่มได้อีก 500 บาท”
✅ แล้วพบกันในคลาสครับ ^^
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      สมัยผมเป็นเด็ก เคยคิดว่า เมอร์ซีเดส เบนซ์ เป็นรถยนต์ของคนยากจน ดังนั้นเมื่อเข้ากรุง เห็นคนรวยเห่อรถเบนซ์กัน ก็รู้สึกประหลาดใจยิ่ง เพราะคนจนอย่างเรานั่งรถเบนซ์มาแต่เด็ก
      1 ใน 8 เทรนด์ใหญ่ 'ไทย' เข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ ปี 2565 “ไทย” เข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ มีประชากรที่อายุเกิน 60 ปี คิดเป็น 20% ของประชากร และยังมีอีกหลายประเทศในโลก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ดังนั้นนี้คือโอกาสที่เราจะปรับสินค้าและบริการให้เข้ากับเทรนด์นี้ ข้อมูลดี ๆ
      ธนาคารกลางรัสเซียสั่งแบนคริปโตในทุกรูปแบบ รวมทั้งเหมืองขุด หวั่นเป็นภัยคุกคามความมั่นคงทางการเงิน ทั้งยังสร้างปัญหาด้านพลังงาน ช่วงหลายปีที่ผ่านมา รัสเซียมีท่าทีต่อต้านคริปโตเคอร์เรนซีมาโดยตลอด เพราะมองว่าคริปโตอาจถูกใช้เพื่อการฟอกเงินหรือเป็นแหล่งเงินทุนให้กับผู้ก่อการร้าย แม้ในที่สุดจะให้การรับรองตามกฎหมายเมื่อปี 2020 แต่ก็ปฏิเสธที่จะอนุญาตให้นำไปใช้ในการชำระหนี้ตามกฎหมาย
      “เปิดบัญชีออมหุ้นที่ไหนดี?” รวม 5 โบรกเกอร์ ออมหุ้นขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท ในยุคนี้ถ้าจะหวังกำไรจากดอกเบี้ยเงินฝากก็คงยาก หลายคนจึงเอาเงินไปลงทุน เพราะมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้มากกว่า ถ้าถามว่าลงทุนอะไรดี? ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยระบุชัดเจนว่า ในระยะยาวแล้ว การลงทุนใน “หุ้น” สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีที่สุดครับ
      ดูทั้งหมด