มีบัญชีอยู่แล้ว?
เทคโนโลยี AI ที่จะปฏิวัติการซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency)
ที่มา : The Financial Express
นวัตกรรมทางเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้ง ได้นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในทุกด้านของโลก ซึ่ง ณ ตอนนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าองค์กร หรือ อุตสาหกรรมใด ๆ นั้น อยากที่จะมีปัญญาประดิษฐ์ หรือที่ เรียกว่า AI ที่มีความก้าวหน้า และมีความสามารถในการเรียนรู้ได้อย่างแม่นยำ เข้ามาเป็นหนึ่งในกระบวนการทำงานขององค์กร แต่ยังมีอีกหัวข้อที่ฮอตฮิตและถูกกล่าวถึงเป็นอย่างมากตั้งแต่ต้นปี 2021 คู่ขนานกับ AI นั้นก็คือ คริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) ถึงขนาดที่ว่าเมื่อช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา Elon Musk ได้ออกมาประกาศว่าสามารถใช้ Bitcoin (หนึ่งในสกุลเงินดิจิทัลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกของคริปโทเคอร์เรนซี) ซื้อรถ Tesla ได้
จากข้อความที่กล่าวมานั้นแสดงให้เห็นได้ว่าคริปโทเคอร์เรนซีกำลังเข้ามามีบทบาทอย่างมาก ณ ขณะนี้ไม่แพ้กันกับปัญญาประดิษฐ์ โดยบทความนี้จะพูดถึงว่าปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามามีบทบาทในยุคของคริปโทเคอร์เรนซีอย่างไร ลองติดตามอ่านจากบทความนี้ได้เลยค่ะ
ปัญญาประดิษฐ์ทำให้เกิดเทคโนโลยี ดั่งที่บล็อกเชนทำให้เกิดอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซี หลายบริษัทสตาร์ทอัพมีความกระหายที่จะได้เงินหรือได้ประโยชน์ จากกระบวนการวิเคราะห์เชิงลึกของปัญญาประดิษฐ์นี้ ที่มีความฉลาดคล้ายคลึงมนุษย์ และสามารถก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นการกระทำได้ ดังนั้นบริษัทที่มีการนำปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการทำงานจึงสามารถดึงดูดเงินทุนได้มากกว่าบริษัทเทคโนโลยีอื่นๆถึง 15-50%
ในภาคการเงินแบบดั้งเดิม อย่างเช่นตลาดหุ้นนั้น ระบบปัญญาประดิษฐ์ได้เข้ามามีบทบาทอย่างมาก ในด้านการใช้ดูแลพอร์ตการลงทุน หรือในการวิเคราะห์เพื่อคัดเลือกหุ้นมาลงทุนในแต่ละช่วงเวลาโดยมีหลักฐานที่น่าสนใจที่แสดงให้เห็นว่าปัญญาประดิษฐ์นั้นสามารถตัดสินใจซื้อขายหุ้นได้ดีกว่ามนุษย์ อีกทั้งยังมีการศึกษาล่าสุดพบว่าคอมพิวเตอร์สามารถให้ผลลัพธ์ที่ดีในแง่ของการตัดสินใจในการลงทุนได้ดีกว่าการจัดการโดยคนอย่างมีนัยสำคัญ แล้วในโลกการลงทุนคริปโทเคอร์เรนซีล่ะ เป็นอย่างไรบ้าง? ปัญญาประดิษฐ์จะส่งผลกระทบอะไรต่ออุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซี? ท้ายที่สุดการเพิ่มขึ้นของปัญญาประดิษฐ์จะทำให้การเทรดโดยมนุษย์ล้าสมัยลงไปหรือไม่?
ด้วยการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งสามารถสร้างวันซื้อขายได้หลายล้านล้านวันและทำให้เกิดการซื้อขายแบบอัลกอริทึมที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่ามนุษย์ การตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลเป็นหลักนั้นจะช่วยขจัดสิ่งที่ครอบงำนักลงทุน ไม่ว่าจะเป็นความคิดที่มีอคติเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งจะสามารถป้องกันไม่ให้พวกเขาดำเนินการซื้อขายอย่างไร้เหตุผล
คอมพิวเตอร์ที่ได้รับการฝึกฝนด้วยการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) อย่างต่อเนื่องจะทำให้เกิดข้อมูลเชิงลึกที่แม่นยำกว่ามนุษย์ สิ่งนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วและตอนนี้ได้ถูกนำไปใช้กับภาคส่วนคริปโทเคอร์เรนซี ด้วยผลลัพธ์ที่น่าเชื่อที่พอกันกับความสามารถของมนุษย์
แล้วปัญญาประดิษฐ์คืออะไร?
ที่มา : Medium
ปัญญาประดิษฐ์เป็นองค์ประกอบรวม เกี่ยวกับการสร้างเครื่องจักรที่มีความชาญฉลาดและมีความสามารถเพียงพอที่จะทำงานที่โดยปกติแล้วจะต้องใช้ข้อมูลและสติปัญญาของมนุษย์ ในวันนี้ปัญญาประดิษฐ์และ Machine Learning ได้นำการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาสู่ทุกภาคส่วนของโลกเศรษฐกิจสังคมและตลาดคริปโทเคอร์เรนซีก็อยู่ในกลุ่มนี้เช่นกัน
แล้วคริปโทเคอร์เรนซีล่ะ คืออะไร
ที่มา : Steemit
หากจะพูดให้เข้าใจง่าย ๆ Cryptocurrency ก็คือ เงินตราเข้ารหัสลับโดยใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า Blockchain ที่เก็บข้อมูลแบบกระจายออกไปหลาย ๆ ส่วน หลาย ๆ ก้อนที่เชื่อมโยงกันเหมือนโซ่ ไม่มีศูนย์กลาง ไม่มีการควบคุมจากกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งคริปโทเคอร์เรนซีก็ถือเป็นเด็กใหม่ในภาคกลุ่มการเงิน โดยนับตั้งแต่ปี 2017 ได้มีการพูดถึงอย่างกว้างขว้างถึงการเติบโตของสกุลเงินนี้ ผู้คนนับล้านได้เข้าสู่วงการคริปโทเคอร์เรนซี อีกทั้งปัญญาประดิษฐ์ก็มีศักยภาพอย่างมากที่จะส่งผลกระทบต่อการลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีในหลากหลายด้านอย่างมีนัยสำคัญ
- การประมาณการและการคาดการณ์
ที่มา : Unsplash
ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีมีความผันผวนและเพื่อที่จะต่อสู้กับความผันผวนของมูลค่าคริปโทเคอร์เรนซี นักพัฒนาจึงได้สร้างแบบจำลองจากเครือข่ายประสาทประดิษฐ์ (Neural Network) ไว้รองรับ โดยที่มีความแม่นยำมากขึ้นในการคาดการณ์ พวกมันสามารถวิเคราะห์อัตราแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีที่มีอยู่ เพื่อคาดการณ์สถานการณ์ของตลาดได้เป็นรายนาที โดยความสำคัญของการคาดการณ์ขึ้นอยู่กับพลังการคำนวณของคอมพิวเตอร์ ความซับซ้อนของแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่ใช้ และสิ่งสุดท้ายที่ขาดไม่ได้ คือ คุณภาพกับปริมาณของข้อมูลที่วิเคราะห์
- การเทรดด้วยความถี่สูง
ที่มา : Coin Bureau
การเทรดด้วยความถี่สูง (High Frequency Trading) ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในวงการคริปโทเคอร์เรนซี ทำให้ปัญญาประดิษฐ์สามารถที่จะเป็นตัวเปลี่ยนเกมได้ การเทรดด้วยความถี่สูง เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ตัวบ่งชี้ทางเทคนิคเฉพาะบนแพลตฟอร์มการซื้อขายแลกเปลี่ยนที่หลากหลาย โดยเป้าหมายหลักคือการตอบสนองต่อการซื้อขายที่เร็วขึ้นและใช้ประโยชน์จากการพุ่งขึ้นของราคาได้อย่างมีนัยสำคัญ
การเทรดด้วยความถี่สูงนี้ใช้พลังของปัญญาประดิษฐ์ในการวิเคราะห์สัญญาณทางเทคนิคในหลาย ๆ ตลาดพร้อมกัน และดำเนินการส่งคำสั่งซื้อขายในตลาดหุ้น และตลาดแลกเปลี่ยนต่าง ๆ เพื่อตอบสนองต่อการซื้อขายที่เคลื่อนไหวได้อย่างสอดคล้องและราบรื่นโดยอัตโนมัติ ทำให้มีคำสั่งซื้อขายจำนวนมากภายในไม่กี่วินาที ตัวอย่างเช่น ปัญญาประดิษฐ์ ได้ทำการซื้อแล้วขายหุ้นตัวเดียวกันในราคาเดียวกันซ้ำ ๆ หลาย ๆ รอบ เพื่อเป็นการหยั่งเชิงล่อให้นักลงทุนรายอื่นมาเล่นตาม หากมีแรงซื้อเข้ามาก็จะดันขึ้นไปสัก 2-3 ช่องแล้วขายทำกำไร และจะมีพฤติกรรมลักษณะดังกล่าวนี้อีกหลายรอบซึ่งไม่มีมนุษย์คนไหนสามารถทำได้ การใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการเทรดนั้นนักลงทุนสามารถเลือกได้ว่าต้องการให้ซอฟต์แวร์ใช้พารามิเตอร์แบบไหนในการตัดสินใจดำเนินการ
- การวิเคราะห์ความรู้สึก (Sentiment Analysis)
ที่มา : iStockPhoto
การวิเคราะห์ความรู้สึก (Sentiment Analysis) หรือที่ เรียกกันว่า การขุดคุ้ยค้นหาความคิดเห็น (Opinion Mining) นั้นเป็นศาสตร์ย่อยศาสตร์หนึ่งของการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing) ซึ่งกระบวนการนี้จะพยายามระบุและสกัดเอาความคิดเห็นออกมาจากข้อความที่กำหนด รวมไปถึง การวิเคราะห์ข้อมูลจากบล็อก บทความ โซเชียลมีเดีย กระดานข้อความที่เกี่ยวกับหุ้น กระแสข่าวในสังคม การถอดเสียงวิดีโอ และแหล่งข้อมูลอื่น ๆ อีกมากมายเพื่อทำความเข้าใจกับความรู้สึกของตลาดในหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง ณ ขณะนั้น เพราะอารมณ์ความรู้สึกอาจเป็นแต้มต่อที่มีผลมากที่สุดสำหรับนักลงทุน อิทธิพลของมันที่มีต่อการตัดสินใจลงทุนนั้นเป็นเรื่องที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ Machine Learning และปัญญาประดิษฐ์นั้นสามารถช่วยวิเคราะห์ข้อความตัวอักษรจากหลายแหล่งเพื่อสกัดหาและตรวจจับอารมณ์ความรู้สึกของตลาดได้อย่างละเอียดแม่นยำ สิ่งนี้จะช่วยให้การลงทุนของเรามีกำไรได้
- การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน
ที่มา : Tradingacademy
หุ้นและคริปโทเคอร์เรนซีมีความคล้ายคลึงกันในหลาย ๆ ด้าน หนึ่งในความคล้ายคลึงกันนั้นก็คือ การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเพื่อตัดสินใจซื้อขาย รวมถึงการประเมินมูลค่าเหรียญก็ต้องใช้การวัดปัจจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณเช่นกัน โดยปัญญาประดิษฐ์นั้นสามารถวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานได้รวดเร็วแม่นยำกว่ามนุษย์ อีกทั้งปัญญาประดิษฐ์ยังสามารถค้นหารูปแบบ (pattern) ที่เป็นตัวชี้นำราคาหุ้นในอนาคตได้อีกด้วย วิธีนี้ช่วยลดอคติที่มนุษย์อาจมีเมื่อทำการวิเคราะห์หลักทรัพย์ต่าง ๆ
ความคิดเห็นในช่วงท้าย
เพื่อให้ได้เปรียบในการแข่งขัน นักลงทุนได้นำเทคโนโลยีล่าสุดมาประยุกต์ใช้ และปัญญาประดิษฐ์ก็เป็นหนึ่งในนั้น ในขณะที่มีวิธีอื่น ๆ ที่สามารถช่วยให้นักลงทุนทั่วไปวิเคราะห์ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีได้ อย่างไรก็ตามยังต้องมีการใช้พลังของปัญญาประดิษฐ์ที่เปรียบเสมือนไฟส่องสว่างในทางที่มืดมนในตลาดเหล่านี้จนทำให้มีกำไรขึ้นได้ แม้จะมีประโยชน์ของการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการวิเคราะห์ปัจจัยต่าง ๆ ในตลาด แต่ก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่จะต้องเข้าใจว่าปัญญาประดิษฐ์ไม่ใช่สิ่งมหัศจรรย์และมันก็ไม่ได้คาดการณ์ถูกต้องเสมอไปทุกครั้ง ปัญญาประดิษฐ์อาจเป็นเครื่องมือที่ล้ำค่าสำหรับการวิเคราะห์และการลงทุน แต่ท้ายสุดปัญญาประดิษฐ์ก็เป็นเพียงแค่เครื่องมือชิ้นหนึ่งในกล่องที่มีเครื่องมือที่หลากหลายสำหรับการลงทุนและการซื้อขายโดยทั่วไปก็เท่านั้นเอง
ที่มา
อ่านบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Big Data ได้ที่
#govbigdata #bigdatathailand #dataengineer #dataanalytics #digitalthailand #AI #Cryptocurrency #MachineLearning