16 มิ.ย. 2021 เวลา 04:00 • ประวัติศาสตร์
《ยอดหญิงงามดั่งผกา 12 นาง(美女十二月花神)》
ในตำนานเรื่องเทศกาลมวลผกาสะพรั่ง(花朝节)ได้ใช้เดือนทั้ง 12 เดือนตามปฏิทินจันทรคติจีนเป็นตัวแทนของดอกไม้ ดังนั้นจึงทำให้เกิดอีกหนึ่งตำนานคือ “เทพแห่งดอกไม้(花神)” ประจำในแต่ละเดือน และเมื่อถึงวันที่ 12 เดือน 2 ตามปฏิทินจันทรคติจีน(农历二月十二日)ถือเป็นวันเกิดของมวลดอกไม้หรือเทศกาลมวลผกาสะพรั่งนั่นเอง
.
ตำนาน เรื่องเล่าผันเปลี่ยนหมุนเวียนเหมือนฤดูกาลในโลก ดอกไม้แต่ละชนิดก็ล้วนมีรูป กลิ่น สีและลักษณะเฉพาะในแบบของตัวเอง นอกจากชาวจีนให้ความสำคัญกับดอกไม้แล้ว เขายังให้ความสำคัญกับความงามของผู้หญิงในสมัยก่อนเช่นกัน ด้วยเหตุนี้เองดอกไม้ที่เป็นตัวแทนในแต่ละเดือน ก็ยังมีความงามของสุดยอดหญิงงามในยุคโบราณซุกซ่อนอยู่อีกด้วย
.
เมื่อท่านผู้อ่านได้อ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้ว เราลองมาดูกันสิว่าในเดือนเกิดของท่านมีหญิงงามคนใดเป็นตัวแทนในเดือนนั้นๆ บ้าง
พระมเหสีเหม่ย์-ดอกบ๊วยแห่งมกราคม(一月梅花神—梅妃)
พระมเหสีเหม่ย์-ดอกบ๊วยแห่งมกราคม(一月梅花神—梅妃)
.
พระมเหสีเหม่ย์(梅妃)เกิดในหมู่บ้านเจียงตง เมืองผูเถียน มณฑลฮกเกี้ยน(福建莆田江东村)ซึ่งตรงกับกลางรัชศกไคหยวนของถังเสวียนจง(唐玄宗开元中)
.
กล่าวกันว่ามีขันทีคนหนึ่งได้เดินทางไปยังหมู่บ้านเจียงตง ระหว่างนั้นก็บังเอิญไปเห็นนางกำลังไหว้พระในศาลเจ้าอย่างตั้งใจ รูปร่างนางงดงามอ่อนหวาน เมื่อเป็นดังนี้เขาจึงรายงานไปยังวังและนางก็ได้รับคัดเลือกไปเป็นสนมในถังเสวียนจง ด้วยความอัจฉริยะของนางจึงทำให้ฮ่องเต้พอใจเป็นอย่างมาก จนในที่สุดก็เลื่อนขั้นเป็นพระมเสีเหม่ย์และยังเป็นคู่ปรับของสนมกุ้ยเฟย์อีกด้วย
.
สาเหตุที่นางได้ชื่อว่า “พระมเหสีเหม่ย์” นั้นมาจากนางเป็นคนชอบดอกบ๊วยเป็นอย่างมาก ทุกครั้งที่ดอกบ๊วยบาน นางก็จะนำมาตกแต่งวัง ด้วยเหตุนี้ฮ่องเต้จึงตั้งแต่ให้เป็นพระมเหสีเหม่ย์นั่นเอง
สนมกุ้ยเฟย์-ดอกแอพริคอตแห่งกุมภาพันธ์(二月杏花神—杨贵妃)
สนมกุ้ยเฟย์-ดอกแอพริคอตแห่งกุมภาพันธ์(二月杏花神—杨贵妃)
.
สนมเอกหยางกุ้ยเฟย์(杨贵妃)เดิมชื่อว่า “หยางยวี่หวน(杨玉环)” ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ยอดหญิงงามของจีน(四大美女)อุปนิสัยเป็นคนที่คล่องแคล่ว ไหวพริบดี รูปงามตามธรรมชาติและยังเป็นคนที่ชอบในเสียงดนตรีอย่างผีผา(琵琶)เป็นอย่างมาก
.
รัชศกเทียนเป่าปีที่ 4 สมัยถังเสวียนจง(天宝四年唐玄宗)นางได้รับคัดเลือกเข้าไปเป็นนางสนมของฮ่องเต้ หลังเข้าวังนางก็ยึดถือปฏิบัติตามกฎวังและไม่ชิงดีชิงเด่นกับใคร ส่วนการเล่นดนตรีของนางก็เพิ่มเสน่ห์ให้แก่ตัวเองจนฮ่องเต้เลื่อนขั้นจากสนมเป็นสนมเอก
.
สาเหตุที่นางได้รับฉายาว่า “มวลผกาละอายนาง(羞花)” เป็นเพราะครั้งหนึ่งนางได้ไปชมทุ่งดอกไม้ ด้วยกลิ่นหอมจากตัวนางและรูปโฉมที่สวยมาก ทำให้ดอกแอพริคอตที่อยู่รอบตัวนางหุบดอกแบบไม่รู้ตัว
เกอเสี่ยวเอ๋อ-ดอกท้อแห่งมีนาคม(三月桃花神—戈小娥)
เกอเสี่ยวเอ๋อ-ดอกท้อแห่งมีนาคม(三月桃花神—戈小娥)
.
เกเสี่ยวเอ๋อ(戈小娥)เป็นสนมในสมัยหยวนสุ้นตี้(元顺帝)ซึ่งในสมัยของข่านองค์นี้ก็มีสนมไม่ต่ำกว่าร้อนคนและหนึ่งในนั้นก็คือนางเกอเสี่ยวเอ๋อ สาเหตุที่ข่านโปรดปรานนางกว่าสนมคนอื่นก็เพราะว่าผิวของนางเรียบเนียน ขาวเหมือนหยก เมื่อนางเมาแก้มก็จะอมชมพูเหมือนดอกท้อ ยิ่งหลังจากนางอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ ก็ราวกับน้ำค้างบนดอกท้อ ด้วยเหตุนี้เองรูปลักษณ์ของนางจึงทำให้ข่านหยวนสุ้นตี้คลั่งรักเป็นอย่างมาก จนนางได้รับฉายาว่า “ฮูหยินดอกท้อ(桃夫人)”
ลี่เจวียน-ดอกโบตั๋นแห่งเมษายน(四月牡丹花神—丽娟)
ลี่เจวียน-ดอกโบตั๋นแห่งเมษายน(四月牡丹花神—丽娟)
.
ลี่เจวียน(丽娟)เป็นนางในสมัยจักรพรรดิฮั่นอู่ตี้แห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันตก(西汉汉武帝)กล่าวกันว่า: หลังการตายของหลี่ฮูหยิน(李夫人)ก็ทำให้ฮ่องเต้รู้สึกเป็นทุกข์มาก เมื่อเป็นเช่นนี้เว่ย์จื่อฟูฮองเฮา(卫子夫皇后)จึงเลือกให้นางลี่เจวียนเข้าวังไปปรนนิบัติรับใช้ฮ่องเต้
.
เมื่อฮ่องเต้เห็นนางก็รู้สึกชอบนางเป็นอย่างมาก ฮ่องเต้จึงหลับนอน รับประทานอาหารและเทคแคร์นางเป็นอย่างดี นางไม่เพียงสวยงามแต่ยังเป็นคนที่ฉลาดอีกด้วย นั่นยิ่งทำให้ฮ่องเต้คลั่งรักไปอีก
.
กล่าวกันว่าผิวของนางอ่อนนุ่ม เนื้อตัวหอม กิริยาอ่อนโยน นางเป็นคนที่ร้องเพลงเพราะ ครั้งหนึ่งห้องเต้ให้นางร้องหุยเฟิง(《回风》)นางก็ทำออกมาเป็นที่พอใจมาก ฮ่องเต้จึงเปรียบนางว่าเป็นเหมือนดั่งดอกโบตั๋นที่เมื่อผลิบานก็ทำให้เมืองหลวงสะเทือนได้ (ในที่นี้หมายถึง ฮ่องเต้)
ท่านหญิงกงซุนสื้อ-ดอกทับทิมแห่งพฤษภาคม(五月石榴花神—公孙氏)
ท่านหญิงกงซุนสื้อ-ดอกทับทิมแห่งพฤษภาคม(五月石榴花神—公孙氏)
.
ท่านหญิงกงซุนสื้อ(公孙氏)เป็นนางรำที่โดดเด่นคนหนึ่งในยุคราชวงศ์ถัง ซึ่งนางก็ขึ้นชื่อในเรื่อง “การรำกระบี่” นางดัดแปลงการกระบี่แบบดั้งเดิมให้ทันสมัยและท่าใหม่ๆ อยู่เสมอ จนมีตู้ฝู่ กวีสมัยถัง(唐诗人杜甫)ได้พรรณนาในบทกลอนไว้ว่า “เมื่อก่อนมีหญิงงามนามกงซุน เพียงตวัดกระบี่สะเทือนทั้งสี่ทิศ【昔有佳人公孙氏,一舞剑器动四方。】” หากกล่าวง่ายๆ เลยก็คือนางสวยแซบเหมือนสีทับทิม
ไซซี-ดอกบัวแห่งมิถุนายน(六月荷花神—西施)
ไซซี-ดอกบัวแห่งมิถุนายน(六月荷花神—西施)
.
“ไซซี” หรือตามสำเนียงจีนกลาง “ซีซือ(西施)” เป็นหนึ่งสี่ยอดหญิงงามของจีน เกิดในช่วงปลายยุคชุนชิว(春秋)แคว้นเยว่(越国)ซึ่งขณะนั้นแคว้นของนางกำลังทำศึกอยู่กับแคว้นอู๋(吴国)และพ่ายศึกอย่างหมดรูป เยว่อ๋องโกวเจี้ยน(越王勾践)ต้องการที่จะแก้แค้น เสนาบดีใหญ่จึงคิดอุบายให้ส่งสาวงามไปยังแคว้นอู๋เพื่อเกิดการเน่าจากภายใน ดังนั้นเยว่อ๋องจึงคัดเลือกผู้หญิงสวยและไซซีจึงถูกคัดเลือกแล้วก็ส่งนางไปทันที เมื่อนางถึงแคว้น เพียงอู๋อ๋องฟูไช(吴王夫差)ได้เห็นนางก็เกิดความลุ่มหลงในทันที เขาได้หลับนอนและเสพสุขกับนางจนเสียงายเสียการ และท้ายที่สุดแคว้นเยว่ก็สามารถตีเมืองได้ในที่สุด
.
สาเหตุที่นางได้รับฉายาว่า “มัจฉาจมวารี(沉鱼)” เป็นเพราะวันหนึ่งนางไซซีได้ไปฟอกสีด้ายที่ริมแม่น้ำ ปลาที่แหวกว่ายอยู่ในนั้นเมื่อเห็นรูปโฉมนางก็พากันหลบลงใต้น้ำ บ้างก็ตายไปที่โขดหิน หากเปรียบเทียบนางก็คงไม่ต่างอะไรกับดอกบัวที่งดงามและหายาก
หลี่ฮูหยิน-ดอกยี่เข่งแห่งกรกฎาคม(七月紫薇花神—李夫人)
หลี่ฮูหยิน-ดอกยี่เข่งแห่งกรกฎาคม(七月紫薇花神—李夫人)
.
หลี่ฮูหยิน(李夫人)เป็นมเหสีที่จักรพรรดิฮั่นอู่ตี้รักมากที่สุด พี่ชายของนางหลี่เหยียนเหนียน(李延年)ซึ่งเป็นนักดนตรีในราชสำนักและเป็นที่พอใจของฮ่องเต้ วันหนึ่งเขาแต่งเพลงต่อหน้าฮ่องเต้และมีวรรคหนึ่งไปสะกิดฮ่องเต้: “ทางเหนือมียอดหญิงงาม【北方有佳人】” เมื่อฮ่องเต้ได้ฟังก็ถามเขาไปว่า: “ในโลกนี้ยังมีสาวงามคนใดดังในบทเพลง” เขาจึงตอบไปว่าเป็นน้องสาวของตัวเองชื่อว่า “หลี่สื้อ(李氏)” เมื่อเป็นดังนั้นฮ่องเต้จึงรับสั่งให้นางเข้ามาถวายงานในวัง ด้วยความสวยของนางจึงทำให้ฮ่องเต้เอ็นดูเป็นพิเศษและเลื่อนขั้นเป็นฮูหยิน
.
หลังจากนั้นไม่นานหลี่ฮูหยินก็ป่วยหนักและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ฮ่องเต้เสียใจเป็นอย่างมากและทำได้แต่เก็บช่วงเวลาที่ดีที่มีร่วมกันกับนางไว้ในความทรงจำตลอดไป และยังให้ดอกยี่เข่งเป็นของต่างหน้าไว้ระลึกถึงนาง
ลวี่จู-ดอกหอมหมื่นลี้แห่งสิงหาคม(八月桂花神—绿珠)
ลวี่จู-ดอกหอมหมื่นลี้แห่งสิงหาคม(八月桂花神—绿珠)
.
ตำนานกล่าวว่า: นางลวี่จู(绿珠)เกิดใกล้กับภูเขาซวงเจี่ยว เมืองป๋ายโจว(白州双角山)นางเป็นคนที่ชอบเป่าขลุ่ยและรูปร่างงดงามาก วันหนึ่งผู้มั่งคั่งนามว่า “สือฉง(石崇)” ได้เดินทางมาบริเวณเมืองที่นางอยู่ เขาตกตะลึงในสวยของนางมากจึงว่าจ้างให้นางมาเป็นภรรยาของตัวเอง
.
นานวันเข้าเรื่องข่าวที่สือฉงได้สาวงามก็ดังไปจนถึงในวัง ขุนนางนามว่า “ซุนซิ่ว(孙秀)” เกิดความโลภอยากได้นาง นี่จึงทำให้เกิดศึกชิงนางขึ้น แต่อำนาจของฮ่องเต้ในสมัยนั้นค่อนข้ามเป็นยำเกรงมาก จึงทำให้สือฉงเสียท่าและสีนางแก่ซุนซิ่ว ด้วยความสื่อสัตย์และไร้เดียงสาที่มีต่อสือฉง นางจึงตัดสินใจฆ่าตัวในดอกกุ้ยฮวาหรือดอกหอมหมื่นลี้
เหลียงหงยวี่-ดอกเบญจมาศแห่งกันยายน(九月菊花神—梁红玉)
เหลียงหงยวี่-ดอกเบญจมาศแห่งกันยายน(九月菊花神—梁红玉)
.
เหลียงหงยวี่(梁红玉)เป็นภรรยาของยอดขุนพลปลายราชวงศ์ซ่ง นามว่า “หานสื้อจง(韩世忠)” นางเป็นคนที่ทั้งกล้าหาญและมีความฉลาดมาก ครั้งหนึ่งที่สื้อจงไปปราบกบฏ นางก็แต่งเครื่องแบบนักรบไปลั่นกลองรบทำศึกแก่สามีจนได้รับชัยชนะ จนภายหลังชาวบ้านจึงสรรเสริญในวีรกรรมของนางว่าเป็นยอดนารีคู่จอมทัพ
เตียวเสี้ยน-ดอกพุดตานแห่งตุลาคม(十月芙蓉花神)
เตียวเสี้ยน-ดอกพุดตานแห่งตุลาคม(十月芙蓉花神)
.
“เตียวเสี้ยน” หรือในชื่อภาษาจีนกลาง “เตี้ยวฉาน(貂蝉)” เป็นหนึ่งสี่ยอดหญิงงามของจีนที่ไม่ว่ายอดบุรุษไหนก็หลงใหลได้ เป็นลูกบุญธรรมของอ้องอุ้น(王允)มีตัวตนในสมัยปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันออกตามนิยายสามก๊ก(东汉末年·三国演义)ซึ่งในสมัยมีอุปราชตั๋งโต๊ะ(董卓)เรืองอำนาจอยู่ อ้องอุ้นจึงวางอุบายลับๆ กับนางว่าจะส่งนางไปเป็นภรรยาตั๋งโต๊ะเพื่อให้ยอดนักรบแห่งยุคอย่างลิโป้(吕布)เกิดผิดใจกันเอง ซึ่งลิโป้ที่มันไม่ทันแผนของอ้องอุ้นก็เกิดผิดใจกันจริงๆ ทำให้เขาลงมือสังหารทรราชได้สำเร็จ หลังจากนั้นทั้งลิโป้และเตียวเสี้ยนก็ใช้ชีวิตสามีภรรยาด้วยกัน
.
สาเหตุที่นางได้รับฉายาว่า “จันทร์หลบโฉมสุดา(闭月)” เป็นเพราะในคืนวันไหว้พระจันทร์(中秋节)นางได้ตั้งโต๊ะไหว้บูชานอกเรือน เมื่อแสงจันทร์ส่องสว่าง ความงามของนางก็ส่งประกายออร่าจนทำให้พระจันทร์ต้องหลบในม่าเมฆ ความกล้าหาญของในครั้งที่หลอกตั๋งโต๊ะจึงเปรียบได้กับดอกพุดตาน
หวังเจาจวิน-ดอกชาแห่งพฤศจิกายน(十一月茶花神—昭君落雁)
หวังเจาจวิน-ดอกชาแห่งพฤศจิกายน(十一月茶花神—昭君落雁)
.
หวังเจาจวิน(王昭君)เป็นหนึ่งในสี่ยอดหญิงงามของจีน นางมีชีวิตอยู่ในช่วงราชวงศ์ฮั่นตะวันตก สมัยฮั่นหยวนตี้(西汉汉元帝)ด้วยความงามของนางจึงเป็นที่ต้องการของฮ่องเต้มากและได้รับถวายตัวเป็นนางใน
.
ครั้งหนึ่งชนเผ่าซยงหนู(匈奴)ได้มาเยือนที่นครฉางอัน(长安)เพื่อเจริญสัมพันธไมตรีกับชนชาติฮั่น โดยมีเงื่อนไขคือต้องส่งองค์หญิงหนึ่งองค์ไปแต่งงานกับหัวหน้าเผา ฮ่องเต้จะปฏิเสธก็มิได้เพราะกลัวพวกซยงหนูจะยกทัพมารุกรานเมืองจีน แต่ทว่าไม่มีองค์หญิงองค์ไหนยินยอมจะไปเลย
.
ท่ามกลางความตรึงเครียดก็มีนางในคนหนึ่งอาสาจะไปเอง ชื่อของนางคือ “หวังเจาจวิน” นางได้ให้จิตรกรหลวงวาดภาพนางแบบขี้เหร่แล้วส่งให้ฮ่องเต้ดู เมื่อฮ่องเต้เห็นแล้วก็พระราชทานแก่หัวหน้าเผ่าทันที แต่หารู้ไม่ว่าเมื่อปรากฎตัวในท้องพระโรง ทั้งขุนนาง หัวหน้าเผ่าซยงหนูและฮ่องเต้ต่างอึ้งในความงดงามของนาง หวังเจาจวินจึงได้เดินไปกับหัวหน้าเผ่าซยงหนูและได้แต่งงานกัน แต่ด้วยความโกรธของฮ่องเต้จึงตัดสินสั่งประหารจิตรกรหลวงทันที
.
สาเหตุที่นางได้รับฉายาว่า “ปักษีตกนภา(落雁)” เป็นเพราะขณะนางนั่งอยู่บนหลังม้าในตอนที่เดินทางไปยังดินแดนซยงหนู ฝูงนกที่บินอยู่บนฟ้าเมื่อได้เห็นความงามของนาง ต่างพากันร่วงลงมาทันที หวังเจาจวินเป็นสตรีที่สามารถทำให้แสภาพแวดล้อมที่ตรึงเครียดคลายลงได้
จักรพรรดินีเหวินเจาเจิน-สุ่ยเซียนแห่งธันวาคม(十二月水仙花神—甄姬皇后)
จักรพรรดินีเหวินเจาเจิน-สุ่ยเซียนแห่งธันวาคม(十二月水仙花神—甄姬皇后)
.
“เหวินเจาเจินฮองเฮา(文昭甄皇后)” เดิมชื่อว่า “เจินจี(甄姬)” มีตัวตนในช่วงปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันออก นางถูกว่าจ้างให้มาเป็นภรรยาของลูกชายอ้วนเสี้ยวเมืองกีจิ๋ว(冀州)แต่เมื่อโจโฉนำทัพมาทำศึกที่กัวต๋อ(官渡)อ้วนเสี้ยวก็พ่ายแพ้จนหมดรูปและจำใจตาย เจินจีจึงตกมาเป็นของโจผี ซึ่งเป็นลูกชายของโจโฉ เมื่อโจโฉเสียชีวิต โจผีจึงปราบดาภิเษกเป็นฮ่องเต้แห่งวุยก๊ก(魏国魏文帝)ได้ให้กำเนิดโจยอย(曹睿)ก่อนที่พระเจ้าเหี้ยนเต้จะสละราชสมบัติอย่างเต็มตัว พระองค์ได้เสนอให้นางกัว(郭氏)และนางหลี่(李氏)ไปเป็นนางสนมของโจผีด้วย สนมหลี่เป็นที่โปรดปรานกว่าเจินจี นี่จึงทำให้นางไม่พอใจมากๆ ด้วยความรักที่มั่นคงต่อลูกและสามี นางจึงจำใจตายในภายหลัง และเมื่อโจยอยขึ้นดำรงตำแหน่งต่อจากบิดาก็ได้พระราชทานนางให้เป็นจักรพรรดินีเหวินเจาเจินในกาลต่อมา
ติดตามและอ่านเพิ่มเติมได้ที่
.

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา