มีบัญชีอยู่แล้ว?
เรียนรู้ชีวิตจากไผ่หม่าจู (ไผ่หวานไต้หวัน)
บางครั้งเรามักจะถามตัวเอง หรือไม่ก็ถูกสมาชิก
ในครอบครัว หรือคนใกล้ตัวตั้งคำถามว่า
"เมื่อไหร่จะประสบความสำเร็จ"?
คำตอบที่ได้จากบรรดาท่านผู้รู้ทั้งหลายเหมือนสายลม คือเย็นสบายเมื่อแรกแต่พอนานวันไป
ก็กลับร้อนรุ่มกุ้มใจเหมือนเดิม
ถ้าคุณเป็นหนึ่งในหลายคนที่มีความสงสัยในชีวิต
ลองมาฟังเรื่องราวของไผ่หม่าจู ไม่แน่คุณอาจจะ
รู้คำตอบก็เป็นได้
นานมาแล้วมีเกษตรกรคนหนึ่งมีลูกชายสองคน
คนพี่ชื่อโจ คนน้องชื่อจอน
ก่อนตายพ่อได้มอบถุงผ้าใบเล็กๆ ให้ลูกชายทั้งสองคนละหนึ่งถุงไว้เป็นมรดก
แล้วพูดจาสั่งเสียว่า"จงดูแลสิ่งนี้ให้ดีเพราะต่อไปมันอาจจะนำพาชีวิตของเจ้าทั้งสองให้มีอยู่มีกิน หลุดพ้นจากความยากจน"
พูดได้เพียงเท่านี้พ่อก็เสียชีวิตเพราะทนพิษ
โรคร้ายไม่ไหว
(ไม่ปรากฎหลักฐานว่าเป็นโรคอะไร ตั้งแต่แม่เสียไปพ่อก็เอาแต่ร่ำสุราเคล้านารี จนร่างกายผ่ายผอม ชำรุด ทรุดโทรม)
หลังจากจัดแจงงานศพพ่อเสร็จสรรพลูกชายทั้งสองก็เอาห่อผ้ามาเปิดดูข้างใน เห็นเมล็ดพันธุ์ของอะไรสักอย่างรูปร่างคล้ายเมล็ดข้าว สีฟาง ประมาณหนึ่งกำมือ
ต่างคนต่างมองดูโดยไม่รู้ว่ามันคืออะไรและ
ไม่รู้ว่าจะเอามันไปใช้ทำประโยชน์อันใดได้บ้าง
โจผู้พี่มัดปากถุงไว้เหมือนเดิมแล้วเอาไปวางไว้ใกล้ๆ กับโถใส่อัฐิของพ่อ เพื่อกราบไหว้บูชา
ขอพรให้ตนเองเจริญรุ่งเรืองในอาชีพการงาน
ส่วนจอนผู้น้องออกท่องยุทธภพพร้อมถุงผ้าเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล เสาะหาอาจารย์ผู้รู้ (ปัจจุบันคงเป็นอาจารย์กูยูเฟส) เพื่อไขข้อข้องใจ
ว่าสิ่งนี้คืออะไร
และจะเอาไปใช้ทำประโยชน์อันใดในชีวิต
ให้เจริญก้าวหน้าเหมือนดั่งคำที่บิดาสั่งเสียไว้
ได้บ้าง
จนกระทั่งวันหนึ่งเขาได้พบอาจารย์จอสผู้รอบรู้จากทิศบูรพา
เมื่ออาจารย์จอสหยิบเมล็ดพันธุ์ไผ่หม่าจู
มาพิจารณาดูอย่างถ้วนถี่จึงตอบจอนไปว่า
"นี่คือเมล็ดพันธุ์ไผ่หม่าจู เป็นของดีหายาก
มาจากทางใต้ถ้าไม่ตายขีคงไม่มีใครสามารถเก็บเอามาได้"
(ตายขีคือการสิ้นอายุของไผ่ ยังไม่มีข้อมูลว่า
อายุของไผ่หม่าจูตายขีปี่ปี แต่ไผ่ไทยตายขี
เมื่ออายุราว 25 ถึง 30 ปี)
"การที่จะปลูกไผ่หม่าจูให้รอดจนกระทั่งนำไปใช้ประโยชน์ได้นั้นไม่ง่าย ต้องใช้ความเพียรมาก
1
ถ้าอยากได้เคล็ดวิชา เจ้าจะต้องมาเรียนรู้อยู่ที่นี่
8 ปี ข้าจะสอนวิธีปลูกไผ่ให้"
จอนดีใจมากรีบตอบรับคำของอาจารย์และก้มลงกราบฝากตัวเป็นศิษย์
ความจริงอาจารย์จอสจะสอนวิธีการปลูก
ไผ่ให้เขาไปเลยก็ได้
แต่ด้วยความที่ศิษย์ยังเยาว์วัย อาจารย์เกรงว่าเขาจะละความเพียรเสียก่อน จึงต้องสร้างเงื่อนไขขึ้นมาเพื่อต่อรอง
จากวันแรกที่จอนเริ่มหยอดเมล็ดไผ่หม่าจูลงดินตามคำแนะนำของอาจารย์จอส
เขาเฝ้าดูแลรดน้ำ ใส่ปุ๋ย ตัดหญ้า พรวนดิน
ทุกวันไม่ว่างเว้น
เครดิตภาพ facebook :สวนไผ่ดินหอม
5 ปี ผ่านไป ไวเหมือนนิยาย
ไผ่หม่าจูที่เด็กน้อยเฝ้าเพียรปลูกดูแล รักษา
เริ่มแตกหน่อแรกโผล่พ้นผิวดินขึ้นมาให้จอน
ได้ยลโฉม
เขาดีใจมาก จนต้องรีบไปบอกอาจารย์
พออาจารย์เห็นผลงานของลูกศิษย์ได้แต่กล่าวชมไม่ขาดปาก
"ดีมากๆ"
จากนั้นใช้เวลาอีกไม่นานเพียง 5 สัปดาห์
ไผ่หม่าจูก็เริ่มเติบโตเหยียดลำตั้งตรงสูงใหญ่ขึ้น
ต่อมาอีก 3 ปีจากไผ่ลำอ่อน กลายเป็นไผ่เนื้อแข็ง สีเขียวสด แลดูสวยงาม สูงราว 30 เมตร พร้อมนำไปใช้งาน
อาจารย์จอสจึงเรียกจอนเข้ามาหาแล้วบอกว่า
"เจ้าได้สำเร็จการศึกษาวิชาปลูกไผ่หม่าจูแล้ว
ข้าไม่มีใบปริญญาจะมอบให้
1
ได้แต่หวังว่า 8 ปี ที่เจ้าอยู่กับข้าคงได้เรียนรู้อะไรไปบ้างไม่มากก็น้อย
ถึงเวลาที่เจ้าต้องออกไปท่องยุทธภพแล้ว"
พอจอนได้ฟังอาจารย์พูดจบ ถึงกับร่ำให้ ไม่ใช่นึกซาบซึ้งในบุญุคณที่อาจารย์ อุตส่าห์อบรมสั่งสอนวิชาปลูกไผ่หม่าจูให้ตนแต่อย่างใด
แต่จอนกลับเสียดายต้นไผ่ที่ปลูกไว้ตั้ง 8 ปี เพราะมันอยู่ในที่ดินของอาจารย์จอส โลคอส
1
"ฮือๆๆ"
1
ไผ่หม่าจูมีฐิ่นกำเนิดทางตอนใต้ของประเทศจีน
และทางตอนเหนือของประเทศเมียนมา ลำใหญ่
เหยียดตรง หน่อมีรสหวาน
ลำไผ่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 ถึง 20 เซนติเมตร
เนื้อหนา 1 ถึง 3 เซนติเมตร สูง 15 ถึง 30 เมตร
หน่อมีน้ำหนักเฉลี่ย 1 ถึง 2 กิโลกรัม
ปลูกอย่างแพร่หลายที่ไต้หวัน เพื่อบริโภคหน่อและใช้ประโยชน์จากลำไผ่
สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย
ระบายน้ำได้ดี สภาพดินมีความอุดมสมบูรณ์
พื้นที่เหมาะสมควรสูงจากระดับน้ำทะเล
400 ถึง 1,500 เมตร
แต่ปัจจุบันเราสามารถขยายพันธุ์ไผ่หม่าจูได้
ด้วยการแยกเหง้า ปักชำกิ่ง และการตอนกิ่ง
ช่วยให้เกษตรกรประหยัดเวลาได้มาก
ไม่ต้องทนรอนานถึง 5 ปี อีกต่อไป
เราได้เรียนรู้อะไรจากเรื่องราวของไผ่หม่าจูบ้าง?
2
ผมชอบคำนี้
"อดทนรอความสำเร็จ"
ด้วยความที่ปัจจุบันสื่อสังคมออนไลน์ได้นำเสนอ
ตัวอย่างของบุคคลที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยมากมายหลายช่องทาง บ้างก็จริง
บ้างก็ปลอม
จึงทำให้เกิดการเปรียบเทียบ คนที่ทำงานมานานพออายุมากขึ้น มักถูกตั้งคำถามจากครอบครัวและคนรอบข้างว่า
'เมื่อไหร่จะประสบความสำเร็จ?'
คำถามนี้มองผิวเผินเหมือนไม่มีอะไรดูเรียบง่ายแต่ทรงพลัง แฝงไว้ทั้งด้านบวกและลบ
สุดแล้วแต่ว่าใครจะมอง
ตัวอย่างสุดคลาสสิคเรื่องราวของความอดทน
รอความสำเร็จที่ผมชอบมากนั่นก็คือ
เรื่องราวของผู้พันแซนเดอร์ส (Colonel Sanders) ผู้สร้างตำนานไก่ทอดเคเอฟซี
อันเลื่องชื่อ
กว่าที่ท่านจะประสบความสำเร็จในถนนธุรกิจ
ขายไก่ทอด อายุก็ปาเข้าไปตั้ง 66 ปี
ตอนนี้เราอายุเท่าไหร่ถ้ายังไม่ถึง 66 แสดงว่า
ยังมีโอกาส
ต้นไม้แต่ละชนิดใช้เวลาเติบโตไม่เท่ากัน
เร็วบ้าง ช้าบ้าง
แต่สุดท้ายทุกต้นก็รวมกันเป็นป่าผืนใหญ่ให้สรรพชีวิตได้อยู่อาศัย
คนเราก็เช่นกัน
แต่ละคนมีที่มาต่างกัน ถูกเลี้ยงดูจากสภาพแวดล้อม ต่างกัน
ปัจจัยที่จะส่งผลให้ชีวิตประสบความสำเร็จเร็วช้า
จึงแตกต่างกัน
แต่สุดท้ายทุกคนก็มีส่วนช่วยผลักดันซึ่งกันและกันให้เดินไปสู่ถนนแห่งความสำเร็จได้
คงไม่มีใครกล้าพูดได้เต็มปากว่าความสำเร็จ
ที่เขาได้รับมาในวันนี้นั้น เพราะเขาคนเดียว
ไม่เกี่ยวกับใคร
ไม่มีไก่ดำจะรู้ได้อย่างไรว่าไหนไก่ขาว
ไม่มีดาวเป็นเพื่อน พระจันทร์คงเหงาแย่
กินแต่อาหารคาวจึงรู้คุณค่าของหวาน
ไม่มีถ้วย ช้อน ซ่อม จาน จึงรู้ว่าถึงเวลาต้องขอตัว
ไปล้างแล้วล่ะ
ไม่งั้นวันนี้อด
1
แหล่งข้อมูล
เกษตรเอส'Society
"อยากเห็นคนในสังคมนี้ 
มีรอยยิ้มและความสุข"
1
หากชอบช่วยกดไลค์ กดแชร์ กดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ผมและทีมงานด้วยนะครับ หรือจะเข้ามาเขียนคอมเม้นต์เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ก็ยินดีครับ
ติดตามอ่านบทความได้ที่
หลังจากจอนออกมาจากสำนักของอาจารย์จอส
แล้ว จึงเอาเรื่องราวของตนไปปรึกษาทนายต้อม นาตาร่า
ข่าวว่าตอนนี้คดีความเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว
ผลออกมาเป็นประการใดจะเขียนมาเล่าให้ฟัง
อีกที ครับ
🙂

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
    Live in Hokkaido
    สนุกดีค่า มีหักมุม😆