ทำไมรวยแล้วถึงยังหยุดไม่ได้ / Anontawong's Musings
สมมติว่ามีชายสามคนมีอาชีพทำมาค้าขายเหมือนกัน
นาย A เดือนแรกได้กำไร 200,000 บาท เดือนถัดมาขาดทุน 40,000 บาท
นาย B เดือนแรกได้กำไร 150,000 บาท เดือนถัดมาเท่าทุน
นาย C เดือนแรกได้กำไร 70,000 บาท เดือนถัดมาได้กำไรอีก 70,000 บาท
คุณคิดว่าใครมีความสุขมากที่สุด?
คำตอบน่าจะเป็นนาย C แม้จะมีกำไรรวมน้อยที่สุด
ส่วนนาย A แม้จะได้กำไรรวม 160,000 บาท แต่ก็อาจจะเป็นคนที่มีความสุขน้อยที่สุดเพราะเพิ่งขาดทุนมาหมาดๆ
สมองคนเรานั้นถนัดกับการคิดแบบสัมพัทธ์ (relative) มากกว่าสัมบูรณ์ (absolute)
3
เราไม่เคยมานั่งหักลบกลบหนี้หรอกว่าตั้งแต่เราเรียนจบมาเรา “กำไร” มาแล้วเท่าไหร่ อารมณ์ความรู้สึกของเรานั้นขึ้นอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ สัปดาห์นี้ หรือเดือนนี้เป็นหลัก
1
ความรู้สึก “ชนะ” จึงไม่ได้เกิดจาก “กำไรสะสม” มากเท่ากับ “ผลลัพธ์ครั้งล่าสุด”
ดังนั้น แม้ว่าบางคนจะร่ำรวยและมี net worth สูงอยู่แล้ว มันก็ไม่ได้มีความหมายเท่ากับว่าเขาสามารถ “ชนะ” ได้อีกในครั้งถัดไปรึเปล่า (ส่วน “ชนะ” นั้นจะนิยามอย่างไรก็ได้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องตัวเงินเสมอไป)
2
เมื่อเข้าใจว่าสมองคนเราทำงานแบบสัมพัทธ์เป็นหลัก เราก็สามารถนำความรู้นี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์
เพราะความสุขไม่ได้ไหลมาเทมามาในวันที่เราเก็บเงินได้ถึง 1 ล้านบาท แต่มันค่อยๆ รวยระรินในเวลาที่เราได้ทำอะไรบางอย่างเพื่อสร้างความก้าวหน้าให้กับตัวเองในวันนี้
1
ไม่มีความจำเป็นต้องรอถึงวันที่ฝันเป็นจริง
แค่รู้ตัวว่ากำลังเดินเข้าใกล้มันขึ้นอีกนิดก็ฟินได้แล้ว
    Rusji
    บทความไม่ยาวแต่เฉียบมากครับ