Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เพจคลังปัญญา
•
ติดตาม
15 ส.ค. 2021 เวลา 23:30 • หนังสือ
(16) สรุปเนื้อหาสาระสำคัญจากหนังสือ
ลงทุนแบบป้าแอนน์ โดย ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
ตอนที่ 16
ปัญหาของกลยุทธ์การลงทุน
เรื่องแรกก็คือ การลงทุนระยะยาวในหุ้น จะให้ผลตอบแทนที่สูงที่สุดประมาณ 10-12 เปอร์เซ็นต์ต่อปีแบบทบต้น ดังนั้น ถ้าเราเลือกหุ้นไม่เป็น เราก็ซื้อกองทุนรวมอิงดัชนี เช่น SET 50 ถ้ามองย้อนหลังไป 41 ปีตั้งแต่ตั้งตลาดหลักทรัพย์ ผลตอบแทนรวมปันผลก็น่าจะยังอยู่ในระดับประมาณเกือบ 10 เปอร์เซ็นต์ต่อปีแบบทบต้น
ประเด็นก็คือ กลยุทธ์การลงทุนแบบนี้อาจจะได้ผลดีใน "อดีต" และได้ผลตอบแทนดีเฉพาะ "บางช่วงเวลา"
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนอาจจะเถียงว่า โดยส่วนใหญ่แล้วถ้าเราถือหุ้นระยะยาว เช่น อย่างน้อย 30 ปีขึ้นไป แต่ในความเห็นผม ผมคิดว่า "อนาคต" ต่อจากนี้ก็ไม่แน่ว่าพฤติกรรมผลตอบแทนของตลาดหุ้นไทยอาจจะเหมือนเดิมในช่วง 41 ปีที่ผ่านมา หรือตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในช่วงที่ยาวกว่านั้นมาก
เหตุผลของผมก็คือ ตลาดหุ้นไทยที่ผ่านมานั้น ตรงกับช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไทยเติบโตเร็วมาก ถ้าเศรษฐกิจไทยต่อจากนี้โตช้าลงมาก ตลาดหุ้นไทยก็อาจจะไม่เหมือนเดิม ดังนั้น การลงทุนในช่วงเวลาที่หุ้นมีราคาไม่ถูก และอนาคตเศรษฐกิจอาจจะแย่ลง "อย่างถาวร" การลงระยะยาวในหุ้นก็อาจจะไม่ให้ผลตอบแทนที่ดีก็ได้
กลยุทย์การลงทุนเรื่องที่สองก็คือ การลงทุนแบบ DCA นี่คือการลงทุนระยะยาวในหุ้นหลายตัวที่เราคิดว่าดี โดยที่เราจะเก็บสะสมหุ้นเหล่านั้นไปเรื่อยๆ ด้วยเม็ดเงินคงที่ทุกเดือนหรือทุกปี โดยไม่สนใจราคาหุ้นว่าจะขึ้นหรือลง
แต่ประเด็นคือ ถ้าหุ้นไม่ดี หรือราคาหุ้นตัวนั้นแพงเกินไปล่ะ ยิ่งถ้า "พื้นฐาน" ของกิจการกำลังเปลี่ยนแปลงในทางเลวร้ายลงอย่างถาวร การทำ DCA ก็จะกลายเป็น "หายนะ" เหมือนกับการ "ขุดหลุมฝังตัวเอง" DCA ที่จะให้ผลดีนั้น จึงต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขว่าในวันที่เราซื้อหุ้นทุกครั้ง พื้นฐานของกิจการยัง "ดีเยี่ยม" เหมือนวันที่เราเริ่มลงทุนในหุ้นตัวนั้น
กลยุทธ์ที่สามก็คือ การขายหุ้น "ทำกำไร" บางส่วน เพื่อ "ลดต้นทุน" ของหุ้น หรือ "เอาทุนคืนมา"
นอกจากนั้น การขายหุ้นเพื่อ "ลดต้นทุน" โดยที่ไม่ได้คำนึงถึงพื้นฐานหรือผลประกอบการที่ดีขึ้นเทียบราคา ก็อาจจะเป็นการ "ขายหมู" เพียงเพื่อที่จะทำให้ตนเอง "สบายใจ" ว่าเราจะไม่เจ็บจากการที่ราคาหุ้นอาจจะลดลงในอนาคต ส่วนตัวผมเองนั้นคิดว่าเราควรจะหาวิธีการอื่นที่ทำให้ตนเองสบายใจ โดยไม่ต้องเสียโอกาสหรือประโยชน์จากการลงทุนในหุ้นมากกว่า
กลยุทธ์ที่สี่ที่ผมจะพูดนั้น อาจจะไม่มีการพูดถึงเป็นเรื่องเป็นราว แต่ผมคิดว่ามีคนทำไม่น้อยก็คือ การซื้อเมื่อหุ้นลงมาที่ "แนวรับที่แข็งแกร่ง" ของหุ้นแต่ละตัว เสร็จแล้วก็รอขายเมื่อหุ้นขึ้นไปในระดับหนึ่งที่ให้ผลตอบแทนพอสมควร อาจจะ 5-10 เปอร์เซ็นต์ นี่มักเป็นการลงทุนรายย่อยที่เฝ้าติดตาม
ปัญหาของกลยุทธ์นี้ก็คือ ในวันที่เขาซื้อหุ้นครั้งหลังสุดนั้น รูปแบบของราคาหุ้นอาจจะเริ่มเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมอีก
ข้อสรุปของผมสำหรับคนที่ชอบใช้กลยุทธุ์ต่างๆ เราต้องวิเคราะห์ว่า พื้นฐานของตลาดและตัวหุ้นแต่ละตัวที่เราเกี่ยวข้องนั้นเป็นอย่างไร ดีหรือร้าย ดูว่าดัชนีหรือราคาหุ้นที่เราเห็นนั้น ถูกหรือแพง แน่นอนว่าไม่มีใครมีข้อมูลที่สมบูรณ์ หรือความสามารถในการวิเคราะห์ที่สุดยอด ไม่ผิดพลาด ประเด็นก็คือ เราต้องประเมินเรื่องของพื้นฐานและราคาตลอดเวลา และพยายาม "ประมาณ" ว่ามันถูกหรือแพงในภาพใหญ่ๆ
สำหรับผมเองนั้น ผมแทบไม่ใช้เทคนิคหรือกลยุทธุ์ที่กล่าวมาเลย ผมคิดว่าการลงทุนนั้น ความยืดหยุ่นสำคัญมาก มี "กฎเหล็ก" น้อยมากที่ผมจะไม่ยอมผ่าน หนึ่งในนั้น ก็คือ พื้นฐานเมื่อเทียบกับราคาจะต้องถูกหรือสมเหตุผล ในการที่จะซื้อขายหุ้นผมไม่ตั้งเกณฑ์อะไรล่วงหน้า
เขียน ณ วันที่ 12/3/2559
หากเห็นว่าหนังสือเล่มนี้เป็นประโยชน์กับคุณ อย่าลืมซื้อ เพื่อเป็นการสนับสนุน ผู้เขียนด้วยนะ
หาซื้อได้ที่ ร้านหนังสือ Se-Ed Book Center หรือร้านจำหน่ายหนังสือใกล้บ้านคุณ ราคา 220 บาท
สามารถกดติดตาม กดไลค์ กดแชร์ เพื่อรับบทความดีๆจาก เพจคลังปัญญา ได้ในทุกวันเวลา 06.30 น. สามารถติชม แนะนำ
ในทางสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาเพจในทางที่ดีขึ้นได้นะ ขอขอบคุณผู้ติดตามทุกท่านมานะที่นี้
บันทึก
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ลงทุนแบบป้าแอนน์ โดย ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย