มีบัญชีอยู่แล้ว?
เรื่องราวความสำเร็จของ Sheryl Sandberg หญิงแกร่งทรงอิทธิพลที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงในโลกไอที
1
Sheryl Sandberg ทำงานที่ธนาคารโลกและที่กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ก่อนที่จะย้ายไปทำงานที่ซิลิคอน วัลเลย์เพื่อทำงานให้กับ Google ในปี 2001 ที่ในตอนนั้นเพิ่งก่อตั้งได้เพียงแค่ 3 ปี
3
เรื่องราวความสำเร็จของ Sheryl Sandberg หญิงแกร่งทรงอิทธิพลที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงในโลกไอที
เธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจจากฮาร์วาร์ด และติดอันดับในนิตยสารฟอร์จูนในฐานะผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลในด้านธุรกิจ
เธอเป็นผู้สนับสนุนผู้หญิงในตำแหน่งผู้นำและเป็นผู้แต่งหนังสือ “Lean In” ซึ่งเป็นหนังสือที่เขียนขึ้นเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงประสบความสำเร็จในการเติบโตทั้งส่วนบุคคลและในเส้นทางอาชีพ
2
เธอเป็นแม่ของลูกสองคน เธอแต่งงานกับ David Goldberg อดีต CEO ของ Survey Monkey ซึ่งเสียชีวิตในปี 2015
โดยในปี 2017 เธอร่วมเขียนหนังสือ “Option B” เกี่ยวกับความเศร้าโศกต่อสามีผู้ล่วงลับของเธอกับเพื่อนและนักจิตวิทยาชื่อดังอย่าง Adam Grant
ชีวิตในวัยเด็กและการศึกษา
Sheryl Sandberg เกิดในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เป็นลูกคนโตในลูกสามคนของ Joel Sandberg จักษุแพทย์ และ Adele Sandberg
1
ครอบครัว Sandberg ย้ายไป North Miami Beach, Florida เมื่อเธออายุได้ 2 ขวบ เมื่อเป็นเด็ก เธอมีแม่และยายเป็นแบบอย่างของผู้หญิงที่ทำให้ครอบครัวมีความสมดุลระหว่างเรื่องงานและชีวิตส่วนตัว
เธอเป็นนักเรียนชั้นนำที่โรงเรียนมัธยม North Miami Beach Senior และสำเร็จการศึกษาด้วยเกรดเฉลี่ย 4.6
1
ในโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นใน Miami Sandberg เป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งใน “สาวฉลาด” เธอได้รับเลือกจากเพื่อน ๆ ของเธอให้เป็นบุคคลที่มีแนวโน้มว่าจะประสบความสำเร็จมากที่สุดในรุ่น
1
เธอเป็นสมาชิกของสมาคมเกียรติยศแห่งชาติและเป็นครูสอนแอโรบิกก่อนจะลงทะเบียนเรียนที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเพื่อศึกษาระดับปริญญาตรี
เรื่องราวความสำเร็จ
เส้นทางสู่การเป็น ผู้นำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของ Sheryl Sandberg นั้นไม่ธรรมดา เธอเรียนด้านเศรษฐศาสตร์ และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีที่ฮาร์วาร์ด ที่นั่นเธอได้ Larry Summers เป็นที่ปรึกษาในวิทยานิพนธ์ของเธอ
1
เธอยังเป็นผู้รับรางวัล John H. Williams Prize สำหรับนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์อีกด้วย
เส้นทางอาชีพของเธอสู่ผู้บริหารอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นนำเริ่มต้นที่ World Bank ซึ่งเธอทำงานให้กับหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ Summers ในตำแหน่งผู้ช่วยนักวิจัย
ก่อนที่เธอจะกลับไปฮาร์วาร์ดเพื่อศึกษาต่อในระดับชั้นปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ โดยในช่วงแรก ๆ ของเธอที่ World Bank บางครั้งเธอก็หารายได้เสริมด้วยการเปิดสอนคลาสแอโรบิก
หลังจากที่ Sandberg ได้รับปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ เธอก็มาช่วยงาน Summers ในตำแหน่งหัวหน้าเจ้าหน้าที่แผนกธนารักษ์ของสหรัฐฯ ซึ่งในขณะนั้น Summers ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองเลขาธิการระหว่างการบริหารของประธานาธิบดี Bill Clinton
2
เธอก็มาช่วยงาน Larry Summers ที่รับตำแหน่งใหญ่ในรัฐบาลของประธานาธิบดี Clinton (CR:Fortune)
เมื่อ Summers เป็นรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง Sandberg ยังคงทำงานเคียงข้างเขาจนถึงปี 2001
1
ในปี 2001 Sandberg ย้ายไปแคลิฟอร์เนียเพื่อเป็นรองประธานฝ่ายขายและปฏิบัติการออนไลน์ทั่วโลกที่ Google ซึ่งเพิ่งก่อตั้งบริษัทมาได้เพียงแค่ 3 ปี
ความรับผิดชอบของ Sandberg ที่ Google แม้จะเป็นบริษัทที่เพิ่งจะตั้งไข่ แต่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งเธอได้รับผิดชอบให้มาดูแลเรื่องการขายโฆษณาและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของ Google ตั้งแต่ยุคแรก ๆ
2
เธอทำงานที่ Google จนถึงปี 2008 และได้รับการยกย่องในฐานะผู้บริหารชั้นแนวหน้าในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
ในปี 2008 Sandberg เข้าร่วมงานกับ Facebook ในตำแหน่ง COO ในขณะนั้น Facebook ก็กำลังดิ้นรน กำลังอยู่ในช่วงเติบโตเช่นเดียวกับ Google ตอนที่เธอเริ่มเข้าไปทำงาน โดยในตอนนั้น Facebook มีพนักงานมากกว่า 500 คนแล้ว แต่ยังไม่มีเส้นทางสู่การสร้างผลกำไรที่ชัดเจนนัก
Facebook ยังประสบความล้มเหลวหลายครั้งในการปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ ซึ่งรวมถึงการแชร์ข้อมูลผู้ใช้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากพวกเขา
1
เธอได้เข้ามาบริหารจัดการ การดำเนินธุรกิจของบริษัทโดยมุ่งเน้นในการขยายธุรกิจไปทั่วโลก ความรับผิดชอบของเธอยังรวมถึงการตลาด การขาย การพัฒนาธุรกิจ และทรัพยากรบุคคล
Sandberg เป็นคนที่มีความสามารถสูง นอกจากนั้น เธอยังมีความสัมพันธ์ที่ราบรื่นและ Mark Zuckerberg ก็ไว้วางใจเธอเป็นอย่างมาก เธออายุมากกว่า Zuckerberg 15 ปี และเป็นคนทำทุกอย่างที่ Mark ไม่ชอบทำ
2
Mark Zuckerberg ไว้วางใจ Sanberg เป็นอย่างมาก (CR:The Times)
นั่นทำให้ Mark สามารถมุ่งความสนใจไปที่สิ่งที่เขาชอบได้ นั่นคือเรื่องของ วิศวกรรม ด้วยความพยายามของเธอ เขาให้พื้นที่ของเธอในการเป็นบุคคลสาธารณะของบริษัทในหลาย ๆ ด้าน
เธอได้ผลักดันให้รูปแบบโฆษณามีความเรียบง่ายขึ้น และได้จัดประชุมทุก 2 สัปดาห์กับผู้บริหารโฆษณาและผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างสมดุลระหว่างประสบการณ์ของผู้ใช้กับความต้องการของนักการตลาด
1
ในปี 2012 Sandberg กลายเป็นสมาชิกหญิงคนแรกของคณะกรรมการบริหารของ Facebook
ในส่วนของค่าตอบแทน Sandberg ได้รับหุ้นทุนใน Facebook ซึ่งทำให้เธอกลายเป็นมหาเศรษฐีหลังจากมีการเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ของบริษัทในปี 2012
1
ณ เดือนตุลาคม 2020 มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของเธออยู่ที่ 1.8 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2020 เธอได้รับการจัดอันดับที่ 22 ของสตรีผู้มีอิทธิพลสูงสุดของโลกของนิตยสาร Forbes ของอเมริกา
ต้องบอกว่าเรื่องราวการเดินทางของผู้หญิงคนนี้ เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจโดยเฉพาะกับเหล่าหญิงสาว Working Woman เป็นอย่างมาก แม้ตำแหน่งจะเป็นรอง Mark Zuckerberg
1
แต่งานที่เธอทำจริง ๆ นั้น คงจะพูดไม่เกินเลยนักว่า เธอได้กลายเป็น CEO ที่แท้จริงของ Facebook ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีอิทธิพลสูงที่สุดอันดับต้น ๆ ของโลกในปัจจุบัน
มีคำพูดนึงจากเธอที่ผมคิดว่าเป็นแรงผลักดันที่สำคัญให้เธอประสบความสำเร็จอย่างที่เราได้เห็นกันในทุกวันนี้
1
“ไม่มีความเหมาะสมที่สมบูรณ์แบบเมื่อคุณกำลังมองหาสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่จะทำต่อไป คุณต้องใช้โอกาสและสร้างโอกาสที่เหมาะกับคุณมากกว่าสิ่งอื่นใด และความสามารถในการเรียนรู้คือคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของผู้นำ ควรพึงมี.” Sheryl Sandberg
3
◤━━━━━━━━━━━━━━━◥
หากคุณชอบคอนเทนต์นี้อย่าลืม 'กดไลก์'
หากคอนเทนต์นี้โดนใจอย่าลืม 'กดแชร์'
คิดเห็นอย่างไรคอมเม้นต์กันได้เลยครับผม
◣━━━━━━━━━━━━━━━◢
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
รวม Blog Post ที่มีผู้อ่านมากที่สุด
=========================
ร่วมสนับสนุน ด.ดล Blog และ Geek Forever Podcast
เพื่อให้เรามีกำลังในการผลิต Content ดี ๆ ให้กับท่าน
——————————————–
ติดตาม ด.ดล Blog ผ่าน Line OA เพียงคลิก :
=========================
ฟัง PodCast เรื่องเกี่ยวเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ที่ Geek Forever’s Podcast
——————————————–
ฟังผ่าน Podbean :
——————————————–
ฟังผ่าน Apple Podcast :
——————————————–
ฟังผ่าน Google Podcast :
——————————————–
ฟังผ่าน Spotify :
——————————————–
ฟังผ่าน Youtube :
——————————————–
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================