มีบัญชีอยู่แล้ว?
งานวิจัยอิสราเอล ฉีด mRNA ครบสูตร ติดโควิด-19 ได้ เชื้ออยู่นาน 6 สัปดาห์
4
การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลตา ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในทุกๆ ที่ที่มีรายงานการปรากฏตัวของมัน ไม่เว้นแม้แต่กระทั่งในประเทศที่ได้ชื่อว่า มีอัตราการฉีดวัคซีน mRNA ต่อสัดส่วนประชากรสูงมาก
1
เช่น สหรัฐอเมริกา หรืออิสราเอล ก็ตาม
แล้ว ณ ปัจจุบัน ชาวโลกมีข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับโควิด-19 และสายพันธุ์เดลตากันมากน้อยขนาดไหนแล้ว ในวันนี้เราลองไปพิจารณาข้อมูลล่าสุดจากประเทศสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ซึ่งเป็นประเทศที่กำลังค้นคว้าวิจัยในเรื่องนี้อย่างจริงจังกันดู
3
งั้นเราไปเริ่มที่ประเทศสหรัฐอเมริกากันก่อน!
โดยรายงานผลการศึกษาเรื่องการแพร่ระบาดโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา ล่าสุด (อัปเดต 30 ก.ค. 64) ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ หรือ CDC
ซึ่งได้เริ่มการศึกษาวิจัยกลุ่มตัวอย่างที่เมืองโพรวินซ์ทาวน์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พบว่า...
1
มีตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 469 คน และในจำนวนนี้มีจำนวนมากถึง 346 คน หรือ 74% เป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนครบสูตรแล้ว นอกจากนี้ จากการสุ่มเลือกตัวอย่าง (Sequenced Samples) ผู้ติดเชื้อจำนวน 133 คน พบว่า มากถึง 90% เป็นการติดเชื้อสายพันธุ์เดลตา
2
หากแต่ที่สำคัญมากไปกว่านั้นคือ ปริมาณเชื้อไวรัสที่พบในกลุ่มผู้ที่ได้รับวัคซีนครบสูตรแล้ว แทบจะไม่มีความแตกต่างจากกลุ่มผู้ติดเชื้อที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนอีกด้วย
6
"ปริมาณเชื้อไวรัสจำนวนมากที่พบในกลุ่มผู้ได้รับการฉีดวัคซีนครบสูตร แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อที่เพิ่มมากขึ้นได้ อีกทั้งยังทำให้เกิดความกังวลด้วยว่า ในกลุ่มผู้ที่ได้รับวัคซีนครบสูตรที่ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตา สามารถแพร่เชื้อต่อได้ ซึ่งแตกต่างจากสายพันธุ์อื่นๆ ชัดเจน ซึ่งจากข้อมูลนี้ CDC จึงแนะนำให้ชาวอเมริกันควรกลับไปสวมหน้ากากอนามัยอีกครั้ง"
3
ดร.โรเชลล์ วาเลนสกี (Rochelle Walensky) ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ CDC กล่าวยอมรับ
*หมายเหตุ: รัฐแมสซาชูเซตส์ ถือเป็นหนึ่งในรัฐที่มีอัตราการฉีดวัคซีนสูง โดยล่าสุดมีการฉีดวัคซีนครอบคลุมถึง 69% ของจำนวนประชากรในกลุ่มผู้ใหญ่ (Adults) แล้ว
2
อย่างไรก็ดี ดร.โรเชลล์ วาเลนสกี ยืนยันว่า วัคซีนต้านโควิด-19 ยังคงมีประสิทธิภาพในการต้านทานการเจ็บป่วยหนัก การต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และการเสียชีวิตได้ เนื่องจากผลจากการศึกษาดังกล่าวพบว่า มีเพียง 4 คน ซึ่งมีอายุระหว่าง 20-70 ปี ที่ได้รับวัคซีนครบสูตร ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล และในจำนวนนี้ 2 คน มีโรคแฝง รวมถึงไม่มีรายงานการเสียชีวิต
6
แต่อย่างไรก็ดี 79% ในจำนวนผู้ติดเชื้อที่ได้รับวัคซีนครบสูตร พบว่า มีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย เช่น ไอ ปวดศีรษะ เจ็บคอ ปวดกล้ามเนื้อ และมีไข้อ่อนๆ
1
นอกจากนี้ ดร.โรเชลล์ วาเลนสกี ยังได้หยิบยกผลงานวิจัย 3 ชิ้น จากแคนาดา สิงคโปร์ และสกอตแลนด์ ที่สามารถยืนยันได้ว่า วัคซีนไฟเซอร์ยังคงมีประสิทธิภาพถึงมากกว่า 90% ในการต้านทานการเจ็บป่วยหนัก การต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และการเสียชีวิตด้วย
3
*หมายเหตุ: จำนวนผู้ติดเชื้อ 346 คน ที่ได้รับวัคซีนครบสูตร จากการศึกษาล่าสุดของ CDC แยกเป็นผู้ได้รับวัคซีนไฟเซอร์ 56% วัคซีนโมเดอร์นา 38% และวัคซีนจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน 7%
เหตุใดผู้ฉีดวัคซีน mRNA จึงติดเชื้อโควิด-19 สูงกว่าวัคซีนชนิดไวรัสเป็นพาหะ?
2
ก่อนอื่น "เรา" ต้องไปดูข้อมูลการบริหารจัดการวัคซีนในสหรัฐฯ กันก่อน โดยหากอ้างอิงรายงานของ CDC สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ค. 64 จะพบว่า มีวัคซีนไฟเซอร์ถูกนำไปใช้ในสหรัฐฯ แล้วประมาณ 190 ล้านโดส และวัคซีนโมเดอร์นาอยู่ที่ประมาณ 140 ล้านโดส ส่วนวัคซีนจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน อยู่ที่ประมาณ 13.3 ล้านโดส
2
ซึ่งจากตัวเลขนี้จะเห็นได้ชัดว่า ชาวสหรัฐฯ นิยมฉีดวัคซีน mRNA มากกว่าวัคซีนชนิดไวรัสเป็นพาหะ อย่างจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ในสัดส่วนที่แตกต่างกันมาก ด้วยเหตุนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ค่าเฉลี่ยของผู้ติดเชื้อจากรายงานดังกล่าวจะเป็นผู้ได้รับการฉีดวัคซีน mRNA สูงกว่า
2
สายพันธุ์เดลตาแพร่ระบาดได้รวดเร็วกว่าสายพันธุ์อื่นๆ จริงหรือไม่?
ดร.เพอร์รี วิลสัน (Dr.Perry Wilson) ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยา จากมหาวิทยาลัยเยล ซึ่งได้ทำการศึกษาการแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดลตาในประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ระบุว่า สายพันธุ์เดลตาสามารถแพร่กระจายเชื้อได้รวดเร็วกว่าสายพันธุ์อัลฟา (อังกฤษ) ถึง 50% นอกจากนี้ยังสามารถติดเชื้อได้มากกว่า 50% เมื่อเปรียบเทียบกับสายพันธุ์ดั้งเดิมอย่าง SARS-CoV-2 อีกด้วย
1
นอกจากนี้ ในสภาพแวดล้อมที่มีระดับการป้องกันต่ำ (ไม่สวมหน้ากากอนามัย หรือมีอัตราการฉีดวัคซีนในระดับต่ำ) สายพันธุ์เดลตาจะสามารถแพร่กระจายเชื้อจากคนหนึ่งคนไปยังอีก 3.5-4 คนเป็นอย่างน้อย ในขณะที่ โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ดั้งเดิม สามารถแพร่กระจายเชื้อไปได้เพียงในสัดส่วน 2.5 คนเท่านั้น ภายใต้สภาพแวดล้อมเดียวกัน
3
ผู้ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนมีความเสี่ยงมากแค่ไหนจากสายพันธุ์เดลตา?
ในสหรัฐอเมริกาเห็นได้ชัดว่า รัฐที่มีอัตราการฉีดวัคซีนต่อประชากรต่ำ มีตัวเลขการติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาเพิ่มสูงขึ้นมาก เช่น รัฐอาร์คันซอ จอร์เจีย มิสซิสซิปปี มิสซูรี และเวสต์เวอร์จิเนีย
นอกจากนี้ จากผลการศึกษาในสหราชอาณาจักรเมื่อเร็วๆ นี้ยังพบว่า ในกลุ่มเด็กและกลุ่มผู้ใหญ่ที่มีอายุต่ำกว่า 50 ปี มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเดลตามากกว่ากลุ่มวัยอื่นๆ ถึง 2.5 เท่าอีกด้วย (จากการที่มีการกระจายวัคซีนไปยังกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุและมีโรคร่วมเป็นกลุ่มแรกๆ)
สายพันธ์ุเดลตาอาจนำไปสู่สิ่งที่เรียกว่า การระบาดอย่างรุนแรงในพื้นที่จำกัด?
ดร.เพอร์รี วิลสัน (Dr.Perry Wilson) ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยา จากมหาวิทยาลัยเยล วิเคราะห์ว่า หากยังคงมีระดับการฉีดวัคซีนในแต่ละพื้นที่ "แตกต่างกัน" สายพันธุ์เดลตาก็ยังคงสามารถกระโดดข้ามจากพื้นที่ที่มีอัตราการฉีดวัคซีนสูงไปยังพื้นที่ที่มีอัตราการฉีดวัคซีนต่ำได้อยู่ดี และสุดท้ายมันจะทำให้เกิดการระบาดอย่างรุนแรงในพื้นที่จำกัด (Hyperlocal Outbreaks)
ทั้งนี้ การระบาดของโควิด-19 จะยังคงอยู่ต่อไปอีกอย่างน้อย 3-4 ปี จนกว่าทุกคนจะได้ฉีดวัคซีน หรือไม่ก็ติดเชื้อจนเกิดภูมิคุ้มกันหมู่
6
อย่างไรก็ดี หากมีจำนวนการติดเชื้อในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งมากเกินไป ระบบสาธารณสุขในพื้นที่นั้นย่อมล่มสลายลง และจะนำไปสู่การเสียชีวิตของผู้คนจำนวนมาก ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมากในสหรัฐฯ แต่ถ้าหากมันเกิดขึ้นในพื้นที่อื่นของโลก ประเด็นนี้คือเรื่องที่น่ากังวลเป็นอย่างยิ่ง
แล้วงานวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับโควิด-19 จากอิสราเอล ทำให้ "เรา" รู้อะไรเพิ่มเติมบ้าง?
ผู้ได้รับวัคซีนครบสูตร (ไฟเซอร์ 2 เข็ม) สามารถติดเชื้อโควิด-19 ได้ แต่ที่น่ากังวล คือ มีอาการน้อย และแม้ตรวจก็พบเชื้อได้ยาก หนำซ้ำ! เชื้อยังตกค้างในร่างกายนานถึง 6 สัปดาห์!
โดยรายงานวิจัยของศูนย์การแพทย์ชีบา (Sheba Medical Center) ศูนย์วิจัยทางการแพทย์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอิสราเอล ซึ่งถูกตีพิมพ์ในนิตยสารทางการแพทย์ New England Journal of Medicine หรือ NEJM
เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 64 พบว่า จากการทดสอบกลุ่มตัวอย่างที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ (หมอ พยาบาล นักศึกษาแพทยศาสตร์ และอาสาสมัคร) จำนวน 1,497 คน ซึ่งทั้งหมดได้รับวัคซีนครบสูตรแล้ว (วัคซีนไฟเซอร์ครบ 2 เข็ม) ระหว่างวันที่ 19 ธ.ค. 63 - 28 เม.ย. 64 พบว่า...
1
จากการตรวจ RT-PCR (Polymerase chain reaction) หรือการเก็บตัวอย่างเชื้อบริเวณลำคอและโพรงจมูกในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ พบว่า บุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับวัคซีนครบสูตร (วัคซีนไฟเซอร์ครบ 2 เข็ม) ติดเชื้อ SARS-CoV-2 (โควิด-19) เพียง 39 คน หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 2.6%
1
อย่างไรก็ดี ในผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าวมีระดับภูมิคุ้มกันชนิดสลายไวรัส (neutralizing antibody) "น้อยกว่า" กลุ่มที่ไม่ติดเชื้อ ทั้งนี้ การที่มีระดับภูมิคุ้มกันชนิดสลายไวรัสที่สูง สัมพันธ์กับการติดเชื้อที่ลดลง
1
ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ประมาณ 16% จะมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น สูญเสียการรับรู้กลิ่น ไอ เหนื่อยล้า อ่อนแรง หายใจลำบาก หรือปวดกล้ามเนื้อ หรือไม่มีอาการเลย แม้ว่าอาการดังกล่าวจะคงอยู่ได้นานถึงมากกว่า 6 สัปดาห์ พบเชื้อสายพันธุ์อัลฟา B.1.1.7 ร้อยละ 85 ของผู้ป่วย และร้อยละ 74 ของผู้ป่วย พบระดับไวรัสที่สูง (high viral load) อย่างไรก็ตามพบว่า คนไข้เพียงร้อยละ 59 (17 คน) ที่มีผลบวกเมื่อใช้ชุดตรวจคัดกรองแอนติเจน (Ag-RDT) โดยไม่พบการติดเชื้อซ้ำเป็นครั้งที่สองอีกด้วย
2
ส่วนอีก 23% ไม่แข็งแรงพอที่จะกลับไปทำงานได้ หลังจากผ่านการกักตัวนาน 10 วัน และมีเพียง 1 คน ที่ไม่สามารถกลับไปทำงานได้ หลังจากผ่านไปนานถึง 6 สัปดาห์
หากแต่สิ่งที่น่าเป็นกังวล คือ การติดเชื้อโควิด-19 ในรายงานวิจัยดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อสายพันธุ์อัลฟา (อังกฤษ) ซึ่งจากข้อมูล ณ ปัจจุบัน เป็นที่ทราบกันดีว่า "มีความดุ" น้อยกว่า "สายพันธุ์เดลตา" ที่กำลังแพร่ระบาดในหลายๆ ประเทศทั่วโลก รวมถึงสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย ณ เวลานี้เสียด้วย
1
นอกจากนี้ การที่งานวิจัยดังกล่าวพบว่า เชื้อโควิด-19 สามารถอยู่ในร่างกายของผู้ที่ได้รับวัคซีนครบสูตรได้นานถึง 6 สัปดาห์ ยังสอดคล้องกับที่ CDC เปลี่ยนคำแนะนำให้ผู้ได้รับวัคซีนครบสูตรในสหรัฐฯ ควรกลับมาสวมหน้ากากอนามัยอีกครั้งด้วย เพราะนั่นย่อมแปลว่า ภายในระยะเวลาดังกล่าวอาจทำให้เกิดการแพร่เชื้อต่อไปได้ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนนั่นเอง
2
และทั้งหมดนี้คือ ความคืบหน้าล่าสุดจากงานศึกษาค้นคว้าวิจัยเพื่อนำไปสู่แสงสว่างที่ชาวโลกทุกคนกำลังปรารถนา นั่นก็คือ การพิชิตโควิด-19 ลงให้ได้ในท้ายที่สุด.
ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน
กราฟิก: Varanya Phae-araya
    Chai-chaiyadaj
    อยากได้วัคซีนที่มันกันติดเชื้อ เมื่อไหร่จะมี
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      บทเรียนชีวิตอะไรบ้าง ที่น่าจะรู้ตั้งนานแล้ว | 5M EP.1312 บทเรียนชีวิต คือสิ่งที่เราทุกคนเรียนรู้ ผ่านประสบการณ์ต่างๆ มากมาย บ้างอาจจะดี บ้างอาจจะแย่ แต่มันก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้เรา เข้าใจชีวิตของตัวเองมากขึ้นและในบางครั้งเมื่อชีวิตได้มอบบทเรียนใหม่ๆ ให้เรา มันก็อดคิดไม่ได้ว่า ทำไมกันนะ เราถึงไม่รู้เรื่องนี้ตั้งนานแล้ว โดยในพอดแคสต์ 5M EP. นี้ เตรียมไปพบกับ 33 บทเรียนชีวิต ที่ล้ำค่าและยากที่จะได้มา แถมยังทำให้หลายคนคิดว่า ทำไมกันนะ เราถึงไม่รู้ตั้งนานแล้ว #goodtime #5minutespodcast #missiontothemoonpodcast
      โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากการมีน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้ร่างกายมีความผิดปกติของการผลิตฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอ ส่งผลถึงระดับน้ำตาลที่ไม่เหมาะสมอาจจะสูงหรือต่ำเกินไป จนกลายเป็นความผิดปกติ ต้องทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง และอาจภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้
      ขบวนรถชาวรัสเซียที่ต้องการหนีจากปูตินยาวเหยียดจนถึงขนาดที่ว่า "ดาวเทียม" สามารถถ่ายภาพเอาไว้ได้ สถานที่ในภาพถูกระบุว่าคือที่ชายแดน รัสเซีย-จอร์เจีย และเจ้าหน้าที่ของจอร์เจียบอกว่าในหนึ่งวันพวกเขาต้องทำเรื่องผ่านแดนให้ชาวรัสเซียเหล่านี้มากถึง 10,000 คน เลยทีเดียว
      "ปูติน" พร้อมเจรจากับ "ยูเครน' ล่าสุด!! ประธานาธิบดีปูตินกล่าวว่า รัสเซียยังคงพร้อมที่จะเจรจากับยูเครน แต่เสริมว่าเงื่อนไขสำหรับการเจรจาจะเปลี่ยนไปตามสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้น
      ดูทั้งหมด