5 ส.ค. 2021 เวลา 00:00 • นิยาย เรื่องสั้น
คำว่านิยายจีนกำลังภายใน ภาษาจีนคือ บู๊เฮียบ (武侠)
ต้องมีทั้งบู๊และเฮียบจึงจะครบสูตร
บู๊ (武)​ คือการต่อสู้ วิทยายุทธ์ต่างๆ
เฮียบ (侠) คือความกล้าหาญ คุณธรรม
1
นิยายกำลังภายในจำนวนมากเน้นไปที่บู๊ คือวิทยายุทธ์ สะท้อนความเป็นเฮียบไปตามสูตร นั่นคือตัวเอกเป็นคนกล้าหาญ ต่อต้านความชั่วร้าย จบที่เป็นที่หนึ่งของยุทธจักร
แต่ยังมีอีกด้านหนึ่งของเฮียบ นั่นคือการใช้วิชาการต่อสู้ช่วยคน มิใช่สร้างอีโก้ หรือต้องการเป็นที่หนึ่งของยุทธจักร
โก้วเล้งสร้างตัวละครซึ่งก้าวไปอีกขั้น คือตัวละครที่ลุ่มหลงวิชาการต่อสู้ระดับ 'obsession' กับตัวละครที่มีหัวใจ
ตัวอย่างแรกคือ ไซมึ้งซวยเซาะ เอี๊ยบโกวเซียะ อี้จับซา
ตัวอย่างหลังคือลี้คิมฮวง
เรามาดูไซมึ้งซวยเซาะกับเอี๊ยบโกวเซียะก่อน
ทั้งสองต่างเป็นเซียนกระบี่
ไซมึ้งซวยเซาะ (西門吹雪) ฉายากระบี่เดียวหยดโลหิต สวมชุดขาวราวหิมะ เมื่อฆ่าศัตรู จะเป่าเลือดที่ติดกระบี่ออก
1
เป็นที่มาของคำว่า ซวยเซาะ (吹雪 แปลว่าเป่าหิมะ แต่พ้องเสียงว่าเป่าโลหิต)
ส่วนเอี๊ยบโกวเซียะ (葉孤城) เป็นเจ้าของฉายา เซียนเหินจากเหนือฟ้า
1
ทั้งคู่เป็นเซียนกระบี่ระดับเซียนเหนือเซียน ทระนงในฝีมือของตน ที่เหมือนกันทั้งคู่ลุ่มหลงในวิชากระบี่
กระบี่กลายเป็นอวัยวะที่ 33
ไซมึ้งซวยเซาะอาศัยอยู่ในหมู่บ้านหมื่นเหมย มีฐานะดี แต่คบคนน้อย หนึ่งในเพื่อนไม่กี่คนของเขาคือเล็กเซี่ยวหงส์
เริ่มฝึกวิชากระบี่เมื่ออายุเจ็บขวบ เจ็ดปีให้หลังก็สำเร็จ ใจหลอมรวมเป็นหนึ่งกับกระบี่
ยามกระบี่หลุดจากฝัก ไม่ศัตรูตายก็เราสิ้น
ทว่าเขามิเคยแพ้ใครมาก่อน
ส่วนเอี๊ยบโกวเซียะอาศัยอยู่ที่น่ำไฮ้ (ทะเลใต้) ฝีมือไร้คู่ต่อต้าน เพลงกระบี่หมดจดงดงาม สุดยอดในแผ่นดิน
ทั้งสองรู้สึกเงียบเหงาเสมอ
สำหรับมือกระบี่ชั้นยอด ชีวิตที่ไร้คู่ต่อสู้เท่าเทียมกันคือชีวิตที่เงียบเหงา
เป็นที่มาของการประลองฝีมือในวันที่สิบห้า เดือนสิบ สถานที่ประลองคือวังของฮ่องเต้ในเมืองหลวง
ทั้งสองมิอาจไม่ประลองกัน เหตุผลเพราะหนึ่งคือไซมึ้งซวยเซาะ หนึ่งคือเอี๊ยบโกวเซียะ ง่ายๆ เช่นนั้น
2
เพราะคนในยุทธจักรไม่เป็นตัวของตัวเอง
สถานที่ประลองคือยอดหลังคาตำหนักในวัง สถานที่มีองครักษ์หนาแน่นที่สุดในแผ่นดิน เพื่อป้องกันไม่ให้ใครเข้าไปชมได้ เนื่องจากการประลองครั้งนี้เป็นที่กล่าวขวัญในวงการยุทธจักร ใครๆ ก็อยากดู
ปัญหาคือไซมึ้งซวยเซาะเพิ่งมีลูก ดังนั้นในใจเขาเริ่มมีน้ำใจ
คนที่มีน้ำใจจะสามารถฆ่าคนอื่นได้หรือ?
แต่ในเมื่อนัดหมายแล้ว ก็ต้องสู้
แล้วบนยอดหลังคาวัง คมกระบี่ทั้งสองก็ประสานกัน
ส่วนตัวละครที่มีหัวใจที่เห็นได้ชัดก็ เช่น ลี้คิมฮวง เป็นคน emotional อ่อนโยน
1
ยังมีตัวละครอีกแบบหนึ่งที่เป็นการเคลื่อนเปลี่ยนของสองฝั่ง จากอาการลุ่มหลงวิชาการต่อสู้มาเป็นตัวละครที่มีหัวใจ ตัวอย่างคือ เจี่ยเฮียวฮง
เจี่ยเฮียวฮงเริ่มต้นเป็นตัวละครที่ลุ่มหลงการต่อสู้ จนเป็นหมายเลข 1 ในสนามวิมเบิลดันแห่งบู๊ลิ้ม ครองแชมป์มาตลอด
1
สิ่งที่ตามมากับความเป็นเบอร์ 1 คือชื่อเสียง ใครๆ ก็อยากไปประลองกับเขาเพื่อสร้างชื่อเสียง
เขาเกิดความเบื่อหน่ายต่อสภาวะนี้ จนปลีกวิเวกในคราบคนธรรมดา
1
เขายอมเป็น 'อากิกที่ใช้ไม่ได้' ช่วยชาวบ้าน เพราะเห็นว่าการช่วยชาวบ้านมีค่ากว่าการรับเกียรติยศของมือหนึ่งในยุทธจักร
เขาพบว่าการเป็นหมายเลข 1 ของยุทธจักรไม่ได้มีความหมายอะไร หากมิสามารถใช้ประโยชน์เพื่อคนอื่น
บุคคลเดียวที่ต้องการประลองกับเจี่ยเฮียวฮงโดยมิหวังชื่อเสียงคืออี้จับซา
คำว่าจับซา (13) เกี่ยวข้องกับสิบสามกระบี่คร่าชีวิต ไม้ตายของเขา
เขาต้องการประลองเพื่อมรรคากระบี่ล้วนๆ
การต่อสู้ระหว่างเจี่ยเฮียวฮงกับอี้จับซาก้าวไปไกลกว่าการต่อสู้เพื่อเอาชนะคู่ต่อสู้ แต่เพื่อเอาชนะขอบเขตของวิชาการและใจตนเอง
มันเปิดพื้นที่ใหม่ของมรรคากระบี่ จากสิบสามไม้ตายของอี้จับซา ขยายออกไปเป็นกระบวนท่าที่ 14
1
เปล่งประกายอานุภาพเหนือกระบี่ของเจี่ยเฮียวฮง
1
สิ่งอัศจรรย์ของการประลองของสองยอดฝีมือครั้งนี้คือมันขยายขอบเขตของวิชาการไปถึงขีดสูงสุด
กลายเป็นกระบวนท่าที่ 15
อี้จับซาก้าวไปถึงขั้นสูงสุดของมรรคากระบี่ อีโก้ตัวตนของเขาหายไปกับกระบวนท่าสุดท้าย เขาอยู่เหนือชื่อเสียงและเกียรติยศอย่างสมบูรณ์
กระบวนท่าอยู่เหนือคน แต่คนเลือกอยู่เหนือกระบวนท่า
1
คืนสู่สามัญ
จะมีใครกี่คนที่มีอำนาจในมือแล้วสามารถคุมมันได้เช่นอี้จับซา
ทว่าถึงจุดนี้วิชาใหม่ก็ครอบคลุมคน จนอี้จับซามิสามารถคุมอำนาจมืดของมัน
อี้จับซาจึงเลือกปลิดชีวิตตนเอง เนื่องเพราะเขาเริ่มมีน้ำใจ
ก่อนหน้าประลองครั้งนี้ อี้จับซาช่วยชีวิตเจี่ยเฮียวฮง
จากคนไร้น้ำใจกลายเป็นคนมีน้ำใจ
มรรคากระบี่ ชะตากรรมคน
ท้ายที่สุดแล้ว คนเราไม่ว่าจะลุ่มหลงวิชาการต่อสู้หรือไม่เพียงใด ก็หนีไม่พ้นจิตใจตนเอง
หัวใจในยุทธจักรไม่เป็นตัวของตัวเอง
1
[ติดตามข้อเขียนของ วินทร์ เลียววาริณ ได้ทุกวันที่เพจ https://bit.ly/3amiAvG และ blockdit.com]

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา