6 ส.ค. 2021 เวลา 09:42 • การศึกษา
การจ่ายเงินได้จากการรับทำงานให้..ให้กับบุคคลธรรมดาต่างประเทศ >>>
"บุคคลธรรมดา มีถิ่นที่อยู่ต่างประเทศ"
เงินได้จากการรับทำงานให้ ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร
หลักการพิจารณาประเด็นภาษีหัก ณ ที่จ่าย เป็นดังนี้
(1) กรณีบุคคลธรรมดามีถิ่นที่อยู่ในประเทศที่ไม่มีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศไทย
(1.1) กรณีจ่ายให้กับผู้รับที่เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย ผู้จ่ายเงินได้มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50(1) แห่งประมวลรัษฎากร
(1.2) กรณีจ่ายให้กับผู้รับซึ่งมิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย ผู้จ่ายเงินได้มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15 ของเงินได้ (ตามมาตรา 50(1) วรรคสี่ แห่งประมวลรัษฎากร)
(ผู้อยู่ในประเทศไทย หมายถึง อยู่ในไทยระยะเวลาหนึ่ง หรือ หลายระยะเวลา รวมกันถึง 180 วัน ในปีภาษีใด (ม.ค. ถึง ธ.ค.))
(2) กรณีบุคคลธรรมดามีถิ่นที่อยู่ในประเทศที่มีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศไทย (ปัจจุบันมี 61 ประเทศ ที่มีผลบังคับใช้แล้ว) แบ่งพิจารณา ดังนี้
(2.1) กรณีหากผู้รับทำงานให้ไม่ได้เข้ามาอยู่ในประเทศไทย ผู้จ่ายเงินได้ไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย (ทั้งนี้ตามอนุสัญญาภาษีซ้อนแต่ละฉบับ)
(2.2) กรณีผู้รับทำงานให้เข้ามาอยู่ในประเทศไทย และเข้าเงื่อนไข ข้อหนึ่งข้อใด หรือ เข้าเงื่อนไขทุกข้อ ของหัวข้อ "บริการส่วนบุคคลที่เป็นอิสระ" ผู้จ่ายเงินได้อาจจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ซึ่งต้องพิจารณาตามอนุสัญญาภาษีซ้อนแต่ละฉบับ (แต่ละประเทศ)
ตัวอย่าง :
บริษัท ก จ่ายค่าที่ปรึกษาด้านการตลาดให้กับ Mr.M ซึ่งเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศฝรั่งเศส โดยในระหว่างปี Mr.M ได้เข้ามาในประเทศไทย เพื่อศึกษาดูงานและธุรกิจของบริษัท ก. เป็นเวลา 7 เดือน บริษัท ก. เป็นผู้จ่ายค่าที่ปรึกษาให้ Mr.M
กรณีตามตัวอย่าง เราต้องไปดูอนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ข้อ 14 บริการส่วนบุคคลที่เป็นอิสระ (ข้อความเงื่อนไขของอนุสัญญาฯ)
(บริการส่วนบุคคลที่เป็นอิสระ คือ ไม่ได้เป็นลูกจ้างหรือพนักงานของบริษัท)
อนุสัญญาภาษีซ้อนไทย,ฝรั่งเศส ข้อ 14 บริการส่วนบุคคลที่เป็นอิสระ ข้อ 2 หรือ วรรค2
"แม้ว่าจะมีบทของวรรค 1 อยู่ เงินได้ซึ่งผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐ ผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งได้รับในส่วนที่เกี่ยวกับบริการอาชีพหรือกิจกรรมอิสระอื่นๆ ซึ่งประกอบขึ้นในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง มิให้เก็บภาษีในอีกรัฐหนึ่ง ถ้า
ก) ผู้รับอยู่ในอีกรัฐหนึ่งนั้นชั่วระยะเวลาหรือหลายระยะเวลา ซึ่งรวมกันแล้วไม่เกินกว่า 183 วันในปีรัษฎากรที่เกี่ยวข้อง และ
ข) ผู้รับมิได้มีสถานประกอบการประจำในอีกรัฐหนึ่ง สำหรับระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะซึ่งรวมกันแล้วไม่เกินกว่า 183 วันในปีนั้นๆ และ
ค) เงินได้มิได้ตกเป็นภาระแก่วิสาหกิจหรือสถานประกอบการถาวรในอีกรัฐหนึ่งนั้น
(ขยายความ : ประเทศฝรั่งเศสจะเป็นผู้จัดเก็บภาษีถ้าเข้าเงื่อนไขทั้ง 3 ข้อ ส่วน ประเทศไทย จะจัดเก็บภาษี หากไม่เข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง)
ดังนั้น กรณี Mr.M เข้ามาอยู่ในประเทศไทย 7 เดือนซึ่งเกินกว่า 183 วัน และค่าตอบแทน (ค่าที่ปรึกษา) จ่ายโดยบริษัท ก. ผู้จ่ายเงินได้ ถือว่าประเทศไทยเป็นทั้งรัฐถิ่นที่อยู่และรัฐแหล่งเงินได้ ผู้จ่ายเงินจึงมีหน้าที่จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50(1) แห่งประมวลรัษฎากร
(มาตรา 50(1) คือ เงินได้พึงประเมิน หัก ค่าใช้จ่าย หัก ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ แล้วคำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า)
และ Mr.M มีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ภงด.90 ประจำปีภาษีที่ได้รับเงินได้ในประเทศไทยด้วย หากการคำนวณมีภาษีชำระเพิ่มให้จ่ายเพิ่ม หากการคำนวณ มีภาษีขอคืน ให้ขอคืน ในนาม Mr.M
ข้อหารือภาษีอากรที่น่าสนใจ:
(1) ข้อหารือภาษีอากรที่ กค 0706/2777 ลว.31 มี.ค.49
(2) ข้อหารือภาษีอากรที่ กค 0702/7602 ลว.24 ส.ค.58
สาระน่ารู้เพิ่มเติม: ประเทศที่มีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศไทย ทั้ง 61 ประเทศ ได้แก่
กัมพูชา, เกาหลีใต้, แคนนาดา, คูเวต, จีน, ชิลี, เชค, เซเซลส์, ไซปรัส, ญี่ปุ่น, เดนมาร์ก, ไต้หวัน, ตุรกี, ทาจิกิสถาน, นอร์เวย์, นิวซีแลนด์, เนเธอแลนด์, เนปาล, บาห์เรน, บังคลาเทศ, บัลแกเรีย, เบลเยี่ยม, เบลารุส, ปากีสถาน, โปแลนด์, ฝรั่งเศส, พม่า, ฟินแลนด์ ฟิลิปปินส์, มอริเซียส, มาเลเซีย, ยูเครน, เยอรมัน, รัสเซีย, โรมาเนีย, ลักเซมเบอร์ก, ลาว, เวียดนาม, ศรีลังกา, สเปน, สวิสเซอร์แลนด์, สวีเดน, สหรัฐอเมริกา, สิงค์โปร์, สโลเวเนีย, ออสเตรเลีย, ออสเตรีย, อังกฤษและไอแลนด์เหนือ, อาร์เบเนีย, อิตาลี, อินเดีย, อินโดนีเซีย, อิสราเอล, อุซเบกิสถาน, อามิเรตส, เอสโตเนีย, แอฟริกาใต้, โอมาน, ไอร์แลนด์, ฮังการี และฮ่องกง)
ขอบคุณ ภาพประกอบบทความสวยๆ จาก K.Rajitkaew Skillinghaug
เพจ VI Style by MooDuang
โฆษณา