มีบัญชีอยู่แล้ว?
ถ้าในบ้านเรา ก็เพื่อเอาวุฒิไปทำงาน
เพราะทุกการเรียน เมื่อจบหลักสูตรเราจะได้ใบ Certificate ของสถานที่นั้นๆ คล้ายกับเป็น Degree หรือ Credit ว่าเราผ่านหลักสูตรที่สถาบันซึ่งถูกรับรองมาตรฐานแล้ว
มารับรองมาตรฐานให้เราอีกทีว่ามีคุณสมบัติพร้อมเข้าทำงานในสถานที่ของพวกท่าน (ส่วนจะดีไหม อันนี้ต้องให้เวลาเป็นตัวตัดสิน เขาถึงต้องมีช่วงทดลองงานหรือ Probation สามเดือน)
ซึ่งข้อเสียของระบบนี้คือ การเผาเวลาทิ้งไปเปล่าๆ ในคนที่ไม่สนใจ เพราะช่องว่างของระบบนี้คือ การเรียนที่ไม่จำเป็นต้องรู้อะไรมาก หากสถาบันนั้นๆ สอนแบบขอไปที ซึ่งบางครั้งก็อิงตามศักยภาพที่มีของผู้เรียนด้วย (เช่นโรงเรียนวัด บริการเด็กในชุมชนแออัด จะเอาเลิศหรูแบบ รร.อินเตอร์ เด็กมันก็ไม่รับ หรือถึงรับ กลับบ้านไปเจอปัญหาครอบครัว พ่อแม่ด่ากัน เมา ติดยา เล่นพนัน.....มันก็สูญเปล่าอยู่ดี เพราะเด็กอายุแค่นั้น ยังไงมันก็ดูครอบครัวเป็นต้นแบบ)
คนเก่งหรือมีฐานะพอ จึงต้องส่งลูกไปทำกิจกรรมอื่น และไม่แปลกใจว่าทำไมธุรกิจให้ความรู้นอกห้องเรียน จึงเติบโตในช่วงนี้มาก เพราะผู้ใหญ่หลายคนเห็นปัญหาตรงนี้ว่า รู้อย่างเดียวสมัยนี้มันไม่รอดแล้ว
ยิ่งรู้แค่เพื่อเอาไปทำงานอีก เหมือนโดนโขกบล๊อคปั๊มแรงงานที่ต้องอยู่ในระบบ 9 เช้า - 5 เย็น แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ได้เงินง่ายสุดแล้ว (ส่วนจะได้เยอะพอกิน พอใช้ พอเก็บไหมนั้น...อีกเรื่อง)
บ้านที่มีฐานะพอเลยไม่อยากให้อนาคตลูกเป็นแบบนั้น แต่ก็ต้องติดกับดักอีกครั้งตรงที่ บางทีลูกก็ไม่สนใจ โตมาก็ไม่ต่างกับคนอื่นแม้ตอนเด็กจะมีทุนชีวิตที่ดีกว่า ก็เห็นไม่น้อย อันนี้ขึ้นกับความรักดีจริงๆ เพื่อนผมหลายคนที่ผมเคยอิจฉา คือตัวอย่างที่ดี บางคนได้เรียนดนตรี โตมาเป็นขี้เมาไม่เอาดนตรี, บางคนได้ไปเรียนเมืองนอกแต่เด็ก กลับมาติดยาไม่สามารถเป็นแรงให้พ่อแม่ที่เริ่มเข้าสู่ช่วงสูงวัยได้
เอาเป็นว่า ถ้าตั้งคำถามนี้แล้ว รู้อนาคตแล้ว ก็ลองวาดเส้นทางของตัวเองดูครับ รู้เร็วได้เปรียบ เรื่องแบบเนี้ย
    คำตอบอื่น
    • สำหรับหนูนะคะหนูรู้สึกว่าการที่เราไปเรียนวิชาการมันให้อะไรมากกว่าแค่เนื้อหาที่เรียนเช่นเรียนเลขก็ฝึกการคิดวิเคราะห์ เรียนวิทย์ก็ฝึกทักษะการแก้ปัญหาการสังเกต เนื้อหาที่เรียนอาจจะไม่ได้ใช้จริงแต่ทักษะที่ได้ยังไงๆก็ได้เอาไปใช้จริงค่ะ
      • ที่จริงการเรียนมันมีหลายรูปแบบนะครับ
        ในอดีตการเรียนมีอยู่ทุกที ทั้งจาก การดำเนินชีวิต พ่อแม่สอน ถ่ายทอดมาเรื่อยหรือจากการอ่านหนังสือ
        ไม่ว่าจะจากการเรียนโดยทฤษฎีและปฏิบัติ ขึ้นกับว่าเราสนใจอะไร แล้วไปใช้ต่อยอดอะไร...
        • ตอนเป็นเด็กขี้เกียจไม่อยากเรียนไม่เห็นว่ามันดียังไง พอโตขึ้นเข้าใจแล้วว่าการเรียนทำให้คนเอาตัวลอดได้ในสังคมและอยู่ร่วมในสังคมได้รู้ถูกผิดค่ะ
          • ตอนเด็กๆก็ไม่รู้หรอกค่ะว่าเรียนไปทำไม แต่พ่อแม่ชอบพูดว่าถ้าไม่เรียนก็โง่เหมือนควาย (เป็นเด็กบ้านนอกค่ะมีควายเยอะ) พอจบประถมพ่อแม่ก็บอกว่าถ้าไม่เรียนต่อก้อเลี้ยงควาย ซึ่งตอนนั้นรุ่นพี่ๆเขาเรียนต่อ จบมาทำงานสบายไม่ต้องตากแดดตากฝนทำไร่ทำสวน
            พอโตมารู้สึกว่าสังคมไทยยอมรับกันที่ระดับการศึกษาโดยเฉพาะสังคมการทำงาน จบแค่ป.ตรี...
            • เรียนเพื่อให้ได้รู้ในสิ่งที่ไม่รู้ ... ชีวิตคนเรามีการเรียนรู้ตลอดเวลา ถ้าถามถึงการเรียนรู้(เรียนหนังสือในโรงเรียน) มันเป็นการเรียนรู้เพื่อการสื่อสาร (พื้นฐาน)ให้เป็นไปในทิศทางเดียว(อย่างถูกต้อง)ของการอยู่ร่วมกันในสังคมนั้น ๆ ... ความจริงจะไม่เรียนก็ได้ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล ... บางคนเรียนรู้เพื่อเอาใบ Cer.มาต่อยอด บางคน...
              • เรียนเพื่อใหัมีความรู้ในการเอาตัวรอด ไม่ได้หมายถึงเฉพาะในห้องเรียน มนุษย์ทุกคนมีการเรียนรู้ตลอดเวลา และความรู้ใดๆก้มีประโยชน์ ขึ้นอยู่ว่าเราอยู่ในสภาพแวดล้อมใด ไม่เรียนก้ต้องลองผิดถูก อาจต้องใช้ความตายแลกความรู้มา อย่ารังเกียจที่จะเรียนเลย คนรุ่นเก่าเขาสะสมมาเพื่อให้เราสะสมต่อให้คนรุ่นต่อไป เพื่อให้มนุษยชาติอยู่รอด มัน...
                • เรียนเพื่อให้สมองมีการขยายเครือข่ายระบบเส้นประสาท ถ้าเราไม่เรียน สมองจะปรับตัวด้วยการลดการเชื่อมต่อเส้นประสาทหรือหดตัวหรือฝ่อ
                  การเรียนคือการบรรจุชุดข้อมูล ภายใต้ปัจจัยต่างๆ เมื่อชุดข้อมูลเชื่อมต่อกัน จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า ปัญญา...
                  • ้เรียนเพื่อสร้างรอยหยักในสมอง และ รากความคิดให้แตกออก คิด วิเคราะห์ สังเคราะห์เป็น ... และอนาคตทุกอาชีพต้องมีทักษะ ที่จำเป็นและบางที่รับเอกสาร ที่คุณถาม คือ เรียนไปทำไม ทำอาชีพ ให้อยู่รอด / ตามความฝัน/ สร้างวุฒิภาวะผ่านกระบวนการเรียนรู้ มาบวก ประสบการณ์ทำงาน และ ใช้ชีวิต แบบที่คุณต้องการ
                    • เรียนไปเพื่อให้อยู่รอดค่ะ
                      ตอนเด็กๆต้องไปโรงเรียนเพื่อฝึกทักษะการรู้หนังสือและการเข้าสังคม พอโตขึ้นเราจึงเข้าใจว่า คำว่า เรียน อาจจะไม่ได้จำกัดแค่ในห้องเรียนค่ะ สมัยก่อนเลยหยุดเรียนตั้งแต่ประถมได้ เพราะแค่อ่านออกเขียนได้ก็ใช้ได้แล้ว ยังไงก็ต้องมาเรียน(รู้)เรื่องอาชีพ...
                        it's a marathon, not a sprint
                        แต่ถ้าคำตอบที่ต้องการสำหรับ topic นี้แบบไม่ abstract คำตอบคือ คุณเรียนอะไรก็ได้+เรียนภาษาอังกฤษให้เก่ง ถ้าคุณได้ภาษาอังกฤษ คุณจะเชื่อมกับโลกทั้งใบได้ง... ดูเพิ่มเติม
                      • เคยถามครูท่านนึงคับครูบ่ายเบี่ยงไม่ตอบ คือครูเค้าไม่ชอบคำถามแนวคอนฟลิก ไม่ชอบเลยครับ
                          HOST OF NO ONE
                          แล้ววันนี้ได้คำตอบยังคะ
                        • กำลังนิยมในบล็อกดิต
                          เรื่องเล่าสาวไซด์ไลน์(SL) #18+, #SL, #ระวังโรค#บทความแบ่งปันความรู้..เล่าเผื่อมีประโยชน์ทำให้คนไม่เข้ามาในวังวนนี้ ..คุณจะได้ทุกอย่างยกเว้น👇 ★ "สิ่งที่คุณจะไม่มี คือ ค่าของความเป็นคน ความรัก และอนาคต”
                          ออเดอร์เดียวคือคุณ สาวเล่าเรื่องประทับใจหลังสั่งข้าวร้านเดิม 3 วัน สาวเล่าเรื่องราวประทับใจ หลังสั่งอาหารร้านเดิมเป็นเวลา 3 วัน ทางร้านได้ส่งจดหมายและแถมส้มมา ขอบคุณที่ช่วยอุดหนุน บอกเปิดร้านมา 5 วันมีออเดอร์คุณแค่คนเดียว
                          🔥BREAKING !!🔥 : เลวร้ายกว่า Super-Bubble !? ล่าสุด Jerremy Grantham นักลงทุนระดับตำนานได้ออกมากล่าวย้ำอีกครั้งว่าตอนนี้วิกฤตในตลาดหุ้นสหรัฐฯ กำลังเลวร้ายกว่าที่เขาเคยเตือนว่าเป็น Super Bubble เสียอีก !! นักลงทุนควรตระหนักเรื่องนี้โดยด่วน ! ขณะที่หุ้นยังโดนเทขายทั่วโลก 📌 ในขณะที่ดัชนีหุ้นทั่วโลกยังโดนเทขายและปิดตลาดในโซนสีแดงยกกระดานในวันนี้ โดยเฉพาะ Tesla ที่ปิดตลาดเมื่อเช้าถึง -11% !! (และยังโดนเทขายในช่วง Pre-Market จนตอนนี้อยู่ใกล้ระดับ 820 ดอลลาร์แล้ว) ใครที่ติดตาม World Maker มาโดยตลอด คงรู้แล้วว่าก่อนหน้านี้นักลงทุนระดับตำนานอย่าง Jeremy Grantham ผู้ซึ่งรอดตายจากวิกฤตครั้งใหญ่ของตลาดการเงินโลกมาแล้วอย่างน้อย 3 ครั้ง ได้ออกมาเตือนโดยใช้คำพูดอย่างชัดเจนว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ กำลังอยู่ในภาวะฟองสบู่ลูกใหญ่มากหรือที่เรียกว่า Super-Bubble !
                          จากทีมที่เคยมั่นใจเต็มร้อย ว่าแข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาค เจอใครก็ไม่กลัว และประกาศกร้าวว่าจะเป็นทีมแรกจากอาเซียนที่ไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายในรอบ 84 ปี วันนี้เกิดอะไรขึ้นกับเวียดนาม ทำไมพวกเขาจมดิ่งไปอย่างรวดเร็วเหลือเชื่อ เราจะไปไล่เรียงด้วยกัน ก่อนอื่นต้องอธิบายว่า สิ่งที่เป็นสัจธรรมสำหรับฟุตบอลทีมชาติ คือ แต่ละชาติจะมีช่วงเวลาของความสำเร็จอยู่สั้นๆ ราว 3-4 ปี จากนั้นจะค่อยๆ เข้าสู่ขาลง
                          ดูทั้งหมด