มีบัญชีอยู่แล้ว?
ตอนเด็กช่วง ม.ต้น คำถามนี้ก็ผุดขึ้นมาในหัวผม จนผมค้นพบคำตอบของตัวเองว่า เรียนไปเพื่อทำงาน ผมก็เลยหาทางลัด โดยการสอบเทียบจนจบ ม.6 ภายในสองปี แล้วออกมาลองหางานทำ แบบยังไม่มีความรู้เกินระดับ ม.6 ซึ่งการดิ้นรนพิสูจน์คำตอบของผมก็บรรลุได้ระดับหนึ่ง
ช่วงนั้นอายุ 17 ก็ได้รับเงินเดือนหมื่นสอง ทำไปทำมาสักพัก ก็พบความจริงอีกด้านว่า ความรู้ที่มีอยู่ไม่เพียงพอสำหรับการไปต่อของสายอาชีพที่ทำ เลยจำต้องลาออกมาเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยในสายงานที่เคยทำ และพอเรียนไปสักพัก ความอยากทำงานก็เกิดขึ้นมาอีก เลยทำไปเรียนไป ทำให้ระยะเวลาในการเรียนให้จบในระดับมหาวิทยาลัยถูกยืดเวลาออกไปอีก
เมื่อผมเรียนจบ ปริญญาที่ผมได้มา ไม่เคยนำออกมาใช้สมัครงานเลยแม้แต่ที่เดียว เพราะกว่าจะเรียนจบ ผมหันเหตัวเองไปเป็นฟรีแลนซ์ละ ก็ทำจนได้มีโอกาสเปิดบริษัทของตัวเอง
และทุกวันนี้ ก็ยังเรียนหลาย ๆ เรื่องด้วยตนเองอยู่ตลอด เพราะการเรียนมันไม่ขึ้นอยู่กับอายุ และการเรียนมันไม่มีจุดที่สิ้นสุดครับ
    HOST OF NO ONE
    น่าสนใจมากค่ะ ชีวิตมีอะไรให้เรียนรู้ไม่จบจริงๆ เพราะความรู้มีมากกว่าหนึ่งชีวิตของเรา ขอบคุณที่ร่วมแบ่งปันความคิดดีๆร่วมกันค่ะ 😊🙏🙏
    คำตอบอื่น
    • เรียนจำนวนนับด้วยการสัมผัสสิ่งของสมัยอนุบาล​ ​ฝึกความทรงจำและจินตภาพในการเรียนภาษาและคณิตศาสตร์​ เรียนคณิตศาสตร์สมัยปฐม​ เป็นรากฐานการเรียนฟิสิกส์เคมีชีวะสมัยมัธยม​ เรียนภาษาเพื่อฝึกการอ่านการค้นคว้าด้วยตนเอง ใครไม่ชอบเคมีชีวะ​ ก็ฉีกออกไปออกแบบสร้างบ้าน​ ซ่อมสร้างสิ่งของในขั้นมหาลัย ใครชอบก็เป็นพื้นฐานในการเรียนแพทย์แ...
        HOST OF NO ONE
        วิชาชีพที่ที่ขาดแคลน และเป็นประโยชน์ต่อคนส่วนมาก ใครเป็นคนกำหนดเหรอคะ ถ้าอ้างอิงสถิติที่ทำมาในแต่ละปีของรัฐนั้นๆ ก็ย่อมต่างกัน หรือถ้าเรามองแค่บริบทที... ดูเพิ่มเติม
      • …ตอนเป็นเด็กเด็ก…ไม่คิดอะไรเรียนตามหน้าที่ …พอเรียนจบทำงานคิดได้ว่าทำไมเราไม่ขยันเรียนตอนเด็กนะ จะได้ทำงานที่ชอบ…แต่พอทำงานตามที่เรียนจบไปนาน ๆ ก็รักงานที่ทำ…สามารถเดินเข้าสู่เป้าหมายได้สำเร็จ…
        • ถ้าจะทำงานสายเฉพาะทาง ต้องมีวุฒิ
          เช่นวิศวะ หมอ ทนาย ฯลฯ
          และเพื่อนสมัยเรียน ไม่น่าเชื่อว่า
          จะเป็นคอนเนคชั่นที่ดีมากในการหาเงินเลี้ยงชีพ...
          • การเรียน คือ การรับรู้ในสิ่งที่เรายังไม่รู้หรือยังไม่เข้าใจเรื่องนั้นๆดีพอ ฉะนั้นควรเรียนรู้ เพื่อนำความรู้จากผู้มีประสบการณ์​ที่นำมาเผยแพร่ นำไปใช้ประโยชน์หรือประยุกต์​ใช้กับ​ตนเองและสังค​มต่อไป
            • ในความคิดิดส่วนตัวนะ
              (บอกก่อนเราเป็นแม่บ้านนะ)
              อย่างแรก ก่อนจะเรียนสาขาอะไรต้องดูทิศทางของงาน ว่ามาแน่ เช่น รถไฟฟ้า พลังงานแสงอาทิตย์ Computer IT การแพทย์ อุสาหกรรมอาหาร อื่นๆอีกมากมาย...
              • เรียนเพื่อให้ได้ความรู้ ต่อยอดการใช้ชีวิต หากไม่มีวุฒิการศึกษาก็ส่งผลต่อการใช้ชีวิต หากไปสมัครงานที่ไหนๆก็ถามหาวุฒิการศึกษา ถึงแม้จะมีวิชาชีวิตเต็มเปี่ยมแต่หากไม่มีวุฒิการศึกษาก็จะส่งผลในการใช้ชีวิต
                • เพื่อให้ได้โลกที่กว้างขึ้น
                  เพื่อให้เข้าใจตัวเองและคนอื่น
                  และเพื่อไม่ต้องตั้งคำถามว่าเรียนไปทำไม
                  • เรียนเพื่อสร้างคอนเนคชั่น และเพื่อพัฒนาทักษะต่างๆ
                    เหมือนเป็นการเตรียมความพร้อม สำหรับการใช้ชีวิตจริงตอนโต...
                    • ถ้าในบ้านเรา ก็เพื่อเอาวุฒิไปทำงาน
                      เพราะทุกการเรียน เมื่อจบหลักสูตรเราจะได้ใบ Certificate ของสถานที่นั้นๆ คล้ายกับเป็น Degree หรือ Credit ว่าเราผ่านหลักสูตรที่สถาบันซึ่งถูกรับรองมาตรฐานแล้ว
                      มารับรองมาตรฐานให้เราอีกทีว่ามีคุณสมบัติพร้อมเข้าทำงานในสถานที่ของพวกท่าน (ส่วนจ...
                      • สำหรับหนูนะคะหนูรู้สึกว่าการที่เราไปเรียนวิชาการมันให้อะไรมากกว่าแค่เนื้อหาที่เรียนเช่นเรียนเลขก็ฝึกการคิดวิเคราะห์ เรียนวิทย์ก็ฝึกทักษะการแก้ปัญหาการสังเกต เนื้อหาที่เรียนอาจจะไม่ได้ใช้จริงแต่ทักษะที่ได้ยังไงๆก็ได้เอาไปใช้จริงค่ะ
                        • กำลังนิยมในบล็อกดิต
                          “กัลยาณมิตร ที่แท้จริงคือใคร เป็นอย่างไร ?” ข้อสังเกต : ครั้งนึงพระอานนท์ได้กล่าวกับพระพุทธองค์ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ความเป็นผู้มีมิตรดี มีสหายดี ความมีเพื่อนผู้แวดล้อมดี นี้เป็นครึ่งหนึ่งของพรหมจรรย์ “ เมื่อพระอานนท์กล่าวอย่างนี้แล้ว พระองค์ได้ตรัสต่อไปว่า “ดูก่อนอานนท์ เธออย่ากล่าวอย่างนั้น ดูก่อนอานนท์ ความเป็นผู้มีมิตรดี ความมีสหายดี ความมีเพื่อนผู้แวดล้อมดี นี้เป็นทั้งหมดทั้งสิ้นของพรหมจรรย์ทีเดียว ในความรู้สึกของคนทั่วไป ก็อาจจะรู้สึกว่าความมีมิตรดี มีสหายดี คือเพื่อนที่ชวนกันไปทำอะไรดี ๆ หรืออะไรก็แล้วแต่ เราลองมาฟังพระพุทธองค์ตรัสว่า ผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีเพื่อนผู้แวดล้อมดี เป็นอย่างไร “ดูก่อนอานนท์ ภิกษุ (พุทธบริษัท) ผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีเพื่อนผู้แวดล้อมดี ย่อมเจริญอริยมรรคมีองค์แปด ย่อมกระทำซึ่งอริยมรรคมีองค์แปดให้มากได้ อย่างนี้แล ดูก่อนอานนท์ สัตว์ทั้งหลายเหล่าใด ได้อาศัยเรา (พระพุทธเจ้า) เป็นกัลยาณมิตรแล้ว สัตว์ทั้งหลายผู้ที่มีความเกิดเป็นธรรมดา ย่อมหลุดพ้นจากความเกิดได้ สัตว์ทั้งหลายผู้ที่มีความแก่เป็นธรรมดา ย่อมหลุดพ้นจากความแก่ได้ สัตว์ทั้งหลายผู้ที่มีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา ย่อมหลุดพ้นจากความเจ็บไข้ได้ สัตว์ทั้งหลายผู้ที่มีความตายเป็นธรรมดา ย่อมหลุดพ้นจากความตายได้ สัตว์ทั้งหลายผู้ที่มีความโศก ความร่ำไรรำพัน ความไม่สบายกาย ความไม่สบายใจ ความคับแค้นใจเป็นธรรมดา ย่อมหลุดพ้นจากความโศก ความร่ำไรรำพัน ความไม่สบายกาย ความไม่สบายใจ ความคับแค้นใจได้ดังนี้ เพราะฉะนั้น ผู้ใดอาศัยพระพุทธเจ้าเป็นกัลยาณมิตรแล้ว ย่อมเจริญอริยมรรคมีองค์แปด ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคมีองค์แปด ด้วยเหตุนี้ ผู้นั้นย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้ ด้วยอาการอย่างนี้แล … * การหลุดพ้นจากความแก่ ความเจ็บไข้ ความตาย ฯลฯ ไม่ได้หมายถึงไม่แก่ ไม่เจ็บไข้ ไม่ตาย ฯลฯ ผู้ที่เกิดมาแล้ว ย่อมต้องประสบกับความแก่ ความเจ็บไข้ ความตายเป็นธรรมดา แต่การหลุดพ้นในที่นี้ หลุดพ้นที่จิต คือจิตหลุดพ้น เมื่อปฏิบัติตามอริยมรรคมีองค์แปด ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้ ไม่มีความเกิดอีกต่อไป ดังที่พระองค์ได้ประกาศไว้ในปฐมเทศนาว่า "ความเกิดนี้เป็นความเกิดครั้งสุดท้าย บัดนี้ ความเกิดอีกย่อมไม่มี ดังนี้. " … ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นชื่อว่าเห็นเราตถาคต ผู้ใดเห็นเราตถาคต ผู้นั้นชื่อว่าย่อมเห็นธรรม ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นชื่อว่าย่อมเห็นปฏิจจมุปบาท ผู้ใดเห็นปฏิจจสมุปบาท ผู้นั้นย่อมเห็นธรรม เพราะฉะนั้น การเห็นพระพุทธเจ้า คือการเห็นปฏิจจสมุปบาท คือเห็นการเกิดขึ้นของความทุกข์ และการดับไม่เหลือของความทุกข์ในขณะจิตหนึ่ง ๆ . อ้างอิง : ปรมกัลยาณมิตตคาถา พระพุทธเจ้าทรงเป็นยอดกัลยาณมิตร ผู้ใดอาศัยพระพุทธเจ้า (คืออริยมรรคมีองค์แปด เป็นกัลยาณมิตรแล้ว) ผู้นั้นย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้
                          Bumrungrad Podcast Ep นี้ จัดให้เป็นพิเศษ เพื่อแจ้งข่าวดี ที่เป็นความหวังใหม่ของผู้ป่วยมะเร็ง โดยเฉพาะใครที่กำลังเผชิญกับมะเร็งกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่ในระยะเริ่มต้น เพราะเรามีเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด มาช่วยในการรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัดแล้วค่ะ ---------------------- รับฟัง Podcast จาก Bumrungrad ได้ที่ 📌 YouTube: https://bit.ly/3p6xJsO 📌 Anchor: https://bit.ly/3vCFBES 📌 Spotify: https://spoti.fi/3uCF8B2 📌 Apple Podcasts: https://apple.co/3ySn2P9 📌 Google Podcasts: https://bit.ly/3c21iGA 📌 Blockdit: https://bit.ly/3fBuab2
                          หญิงสูงอายุคนหนึ่งได้รับของขวัญชิ้นหนึ่งจากบุตรชาย เป็นกล่องของขวัญห่อกระดาษสวยงาม เมื่อเปิดออกมาพบว่าภายในเป็นกระดาษแผ่นหนึ่ง เขียนด้วยลายมือว่า ‘วันอังคาร’ ตั้งแต่นั้นมา ทุกวันอังคาร บุตรชายนางก็มาดูแลบ้านช่องแทนแม่ นางสามารถออกไปเที่ยวเล่นนอกบ้าน พบเพื่อน ๆ กินอาหารอย่างสบายใจโดยไม่ต้องห่วงบ้าน ไม่ต้องรีบกลับไปดูแลสามี เป็นหนึ่งวันเต็มที่นางสามารถผ่อนคลายตักตวงความสงบใจชั่วครู่ชั่วยาม หลังจากใช้เวลาทั้งชีวิตดูแลครอบครัว เลี้ยงดูลูก ๆ จนเติบใหญ่
                          เรื่อง “ความเป็นส่วนตัว" (Privacy) ขอไม่ปล่อยผ่าน • จากการรีวิวของคุณ "Hadsadee Aungkanawin" แอดมินเพจดัง "เสพติดโรงแรม (Hotel Addict)" ซึ่งสมาชิกกลุ่มกว่า “สามแสนเก่าหมื่นห้าพันคน” (395K)
                          ดูทั้งหมด