Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
อยากสรุป
•
ติดตาม
3 ก.ย. 2021 เวลา 12:06 • หนังสือ
วันนี้ผมจะมารีวิวและสรุปหนังสือที่มีชื่อว่า 'The magic of thinking big' หรือ ‘คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก’
หนังสือเล่มนี้เขียนโดยคุณ David J. Schwartz
แปลโดย ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
หนังสือเล่มนี้เป็นอีกหนังสือที่เป็นตำนานก็ว่าได้
เนื่องจากหนังสือเล่มนี้ถูกเขียนเมื่อ ค.ศ. 1991 หรือกว่า 30 ปีที่แล้ว
แต่ก็เป็นเล่มที่ขายดีอีกเล่มในตอนนี้อยู่เลยครับ
หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับหลักการและสนับสนุนแนวคิดการคิดใหญ่
พร้อมกับมีตัวอย่างมากมายภายในเล่ม
เรื่องที่เกี่ยวข้อง เช่น โรคความล้มเหลว วิธีคิดใหญ่ สร้างนิสัยในการลงมือทำ
เราจะเป็นไปตามสิ่งที่เราคิด mindset สร้างความสำเร็จ เป็นต้น
โดยผมจะสรุปมาบางส่วน ซึ่งเป็นส่วนที่น่าสนใจและสำคัญมาฝากกันครับ
ความรู้สึกหลังอ่าน
อ่านแล้วเข้าใจเลยว่าทำไมเป็นหนังสือขายดี
มีส่วนที่หนังสือหลายเล่ม ที่นำบางส่วนจากหนังสือเล่มนี้ไปใช้
แม้ตัวอย่างจะไม่ทันสมัยมากนัก แต่มันกลับนำมาใช้ได้อยู่เลยครับ
เป็นอีกเล่มที่จะต้องอ่านซ้ำครับ
หากจะให้ผมสรุปหนังสือเล่มนี้คงจะบอกว่า
1
ถ้าคุณคิดว่าคุณทำได้ คุณก็จะทำได้
ใครอ่านเล่มนี้แล้วรู้สึกอย่างไร แลกเปลี่ยนกันได้ครับ
#Themagicofthinkingbig #คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก #อยากสรุป #ีรีวิวหนังสือ
โรคความล้มเหลวพร้อมวิธีแก้
คุณ David บอกไว้ว่า มันเป็นสิ่งที่คนไม่ประสบความสำเร็จเป็นกัน
เพราะเป็นข้ออ้างในการไม่ลงมือทำ โดยจะแบ่งเป็น 4 ข้ออ้าง
1 สุขภาพ
บอกว่าสุขภาพไม่ดีเลยทำไม่ได้
ให้เราปฏิเสธที่จะพูดข้ออ้างเรื่องสุขภาพ
แล้วลงมือทำหรือยินดีที่สุขภาพในตอนนี้ของเรายังดีบางคน
2 ความฉลาด
แบ่งได้เป็น 2 อย่างคือ คิดว่าฉลาดมากไปและคิดว่าฉลาดน้อยไป
ให้บอกตนเองว่า สมองเรามีดีมากกว่าที่เราคิด และ ทัศนคติสำคัญกว่าสมอง
1
3 อายุ
แบ่งเป็นรู้สึกอายุมากไปและรู้สึกอายุน้อยไป
ให้มองอายุตนเองให้เป็นบวก คำนวณว่าเราเหลือเวลาเท่าไหร่ในการทำงาน
และเลือกทำสิ่งที่เราต้องการทำจริงๆครับ
2
4 โชค
แก้โดย ยอมรับกฎของเหตุและผล กับ อยู่กับความเป็นจริงครับ
3 ทัศนคติที่ต้องมี
1 ฉันกระตือรือร้น
เพราะผลสำเร็จเกิดขึ้นเป็นสัดส่วนกับความกระตือรือร้นที่ใส่ลงไป
2 คุณเป็นคนสำคัญ
รวมถึงการทำให้คนอื่นรู้สึกเป็นคนสำคัญด้วย
เมื่ออีกฝ่ายรู้สึกว่าเราให้ความสำคัญ เขาจะเอาใจใส่คุณเหมือนกัน
นอกจากทำให้คนอื่นรู้สึกเป็นคนสำคัญแล้ว ยังกลับมาทำให้เรารู้สึกเป็นคนสำคัญด้วยครับ
3 บริการอยู่เหนือสิ่งอื่นใด
ให้คนอื่นมากกว่าที่เขาคาดไว้ ทำผลงานให้มากกว่าจำนวนเงินเดือน
ให้บริการก่อน แล้วเงินจะตามมาครับ
5 วิธีคิดอย่างสร้างสรรค์
การคิดสร้างสรรค์ในความหมายของคุณ David ได้ให้ไว้ผมชอบเลยครับ
มันคือ การค้นพบวิธีการที่ใหม่และดีขึ้นในการทำสิ่งต่างๆเป็นสิ่งตอบแทนความสำเร็จทุกประเภท
ในความหมายนี้ เราไม่จำเป็นจะต้องเก่งขนาดคิดวัคซีนตัวใหม่ได้ แต่เพียงเราหาวิธีการจัดการสิ่งที่อยู่รอบตัวเราให้ดีขึ้น
เช่น ครอบครัวที่มีรายได้ไม่มาก แต่อยากส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัยดีๆ จึงวางแผนเก็บเงิน นี่ก็ความคิดสร้างสรรค์ครับ
ซึ่งวิธีคิดอย่างสร้างสรรค์มี 5 อย่าง
1 เชื่อว่าเราทำได้
นี่คือสิ่งเริ่มแรกที่ควรจะทำนั่นคือการเชื่อว่ามันจะทำได้
เมื่อเราเชื่อว่าทำได้ เราจะเริ่มคิดว่าทำอย่างไรถึงจะได้ตามนั้น
2 ยอมรับและมองหาความคิดใหม่ๆ
พร้อมทำลายความคิดที่ว่า ‘ทำไม่ได้’ ‘ไม่มีประโยชน์’
3 ถามตนเองว่า ‘เราจะทำให้ดีขึ้นอย่างไร’
ไม่มีข้อจำกัดในการปรับปรุงตนเอง ถามคำถามนี้กับตนเองแล้วคำตอบก็จะออกมาครับ
4 ถามตนเองว่า ‘เราจะทำให้มากขึ้น’ ได้อย่างไร
เมื่อถามคำถามนี้กับตนเอง เราจะสามารถหาคำตอบเพื่อกำจัดสิ่งไม่จำเป็นออกไปได้ครับ
5 ฝึกถามและฟัง
เพราะเราสามารถเรียนรู้อย่างไม่มีจำกัดจากการถามและการฟัง
สร้างนิสัยในการลงมือทำ
1 ความคิดเราจะมีค่าเมื่อเราได้ปฏิบัติ
เพราะความคิดไม่ว่ามันจะดีแค่ไหน หากเราไม่ได้ลงมือทำ มันก็ไม่มีค่า
2
2 ลงมือทำขจัดความกลัวและสร้างความมั่นใจ
หากใครมีความกลัวในสิ่งใดอยู่ จงลงมือทำครับ ความกลัวมันจะค่อยๆหายไปเอง
3 ลงมือทำก่อนแล้วเราจะผลักดันใจให้คิด
ไม่รอให้มีอารมณ์อยากทำก่อนค่อยทำ แต่จงเริ่มทำไปตามปกติแล้วไอเดียจะตามมาเอง
4 เริ่มเดี๋ยวนี้
ข้อนี้สำคัญที่สุดแม้จะเขียนไว้ข้อสุดท้าย
นั่นคือการลงมือทำเดี๋ยวนี้ครับ
5 วิธีการเปลี่ยนความพ่ายแพ้เป็นชนะ
1 เรียนรู้จากมันเพื่อเอาชนะในครั้งต่อไป
ผมชอบประโยคนี้ครับ
‘กอบกู้บางสิ่งบางอย่างจากความปราชัยทุกครั้ง’
1
2 กล้าที่จะวิจารณ์ตนเอง และแก้ไข
วิจารณ์ตนเองอย่างสร้างสรรค์ ปรับปรุงแก้ไขมัน
เพราะนี่คืออีกหนทางที่จะนำเราไปสู่ผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ขึ้น
1
3 หยุดโทษโชคชะตา
การทำตามข้อ 2 ที่บอกไปจะดีที่สุดนั่นเองครับ
การโทษโชคชะตาไม่ทำให้ใครสามารถไปในที่ที่เขาต้องการจะไปได้
1
4 พัฒนาให้ตนเองชอบการทดลองใหม่ๆ
มี 2 วิธีที่จะช่วยสร้างนิสัยให้เราชอบการทดลองใหม่ๆได้คือ
ให้บอกตนเองว่า ‘มันมีหนทาง’ และ หากเหนื่อยก็ให้หยุดพักและเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
1
5 มองด้านดีในสถานการณ์นั้นๆ
หันหลังให้กับความท้อแท้และสิ้นหวัง
แล้วกลับมามองในด้านดีๆของเหตุการณ์นั้นๆ กันครับ
1
ขอบคุณสำหรับการรับชมครับ
47 บันทึก
15
1
24
47
15
1
24
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย