4 ก.ย. 2021 เวลา 11:58 • ประวัติศาสตร์
มีชาติใดบ้าง!? เผย 5 ประเทศที่ถูกรังเกียจและโดนพูดถึงในแง่ลบมากที่สุดในโลก!! (ภาคหนึ่ง)
ชี้แจงก่อนว่า บทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลจากเว็บไซต์ Quora ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมความคิดเห็นจากชาวต่างชาติในประเด็นต่าง ๆ ที่น่าสนใจ รวมไปถึงแหล่งข้อมูลอ้างอิงอื่น ๆ เพื่อให้มีความน่าเชื่อถือและความเป็นกลางมากที่สุดครับ
2
1. ประเทศจีน
ประเทศจีนติดอยู่ในรายชื่อกลุ่มประเทศที่ถูกประชาคมโลกรังเกียจมากที่สุด โดยหนึ่งในเหตุผลสำคัญ ก็มาจากการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัสที่อูฮั่นเมื่อช่วงปลายปี ค.ศ.2019 และภายหลังได้แพร่ระบาดไปทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน โดยผู้คนทั่วโลกเชื่อว่าจีนคือผู้อยู่เบื้องหลังไวรัส Covid-19 ระบาด
นอกจากนี้ จีนแผ่นดินใหญ่ยังมีประเด็นเรื่องการควบคุมสื่อมวลชนให้รายงานข่าวในสิ่งที่รัฐบาลต้องการให้ประชาชนรับรู้ ปัญหาเรื่องเกาะฮ่องกงและไต้หวัน ปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกปฏิบัติต่อชาวมุสลิมอุยกูร์ การลิดรอนสิทธิเสรีภาพ การทารุณกรรมสัตว์ พยายามเผยแพร่อิทธิพลในกลุ่มประเทศพัฒนาแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ แอฟริกา และแคริบเบียน
2
แล้วก็ยังมีเรื่องประเด็นจัตุรัสเทียนอันเหมิน ที่ทางการจีนพยายามแบนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และมันได้กลายเป็นประเด็นต้องห้ามในสังคมชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ที่ห้ามไม่ให้ใครไปพูดถึงโดยเด็ดขาด
3
สี จิ้้นผิง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน
2. สหรัฐอเมริกา
สหรัฐฯ เป็นชาติที่เพิ่งก่อร่างสร้างตัวได้เพียงไม่กี่ร้อยปีที่ผ่านมา แต่พวกเขาก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นชาติมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งของโลก และมักหาข้ออ้างที่ดูดีเพื่อไปรุกรานประเทศเพื่อนบ้านเพื่อค้นหาน้ำมันและผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเอง โดยใช้ภาษีของชาวอเมริกันไปทำสงครามกับประเทศอื่นที่ด้อยกว่า
4
นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังใช้อำนาจในด้านอุตสาหกรรมสื่อ เพื่อสร้างอำนาจบนโลกโซเชียลชี้นำความคิดของผู้คนทั่วโลกให้คล้อยตามตน โดยพยายามสร้างภาพว่าสหรัฐฯ คือดินแดนแห่งเสรีภาพ ดินแดนแห่งความเท่าเทียม ทั้งมี่ความจริงแล้ว สหรัฐฯ ยังเต็มไปด้วยปัญหาเรื่องความไม่เท่าเทียมกัน ความแตกต่างระหว่างคนรวยและคนจน ปัญหาความรุนแรง ปัญหาอาชญากรรม ระบบทุนนิยมที่โหดร้าย รวมไปถึงเป็นผู้นำเทรนด์อาหารจังค์ฟู๊ดที่ไม่มีประโยชน์และก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพและโรคอ้วน
4
และที่สำคัญ ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าสหรัฐฯ เป็นชาติที่ถือกำเนิดมาจากการรุกรานดินแดนของชนพื้นเมืองอินเดียนแดงโบราณที่เป็นเจ้าของเดิมของประเทศ และภายหลังรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ส่งกลุ่มอินเดียนแดงไปอยู่อาศัยในเขตสงวนแทน
1
ภาพทหารสหรัฐฯ ในปฏิบัติการณ์ทางทหารที่อัฟกานิสถาน ก่อนที่พวกเขาจะถอนกำลังออกมาในภายหลัง
3. รัสเซีย
รัสเซียหรือสหภาพโซเวียตเดิม คือศัตรูหมายเลขหนึ่งตลอดกาลของสหรัฐฯ และกลุ่มชาติพันธมิตรตะวันตก นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง ชาวอเมริกันเชื่อว่าพวกรัสเซียคือศัตรูที่ดุร้าย และเป็นผู้สนับสนุนรัฐบาลคิวบาของนายฟิเดล คาสโตร ในการติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์จ่อคอหอยสหรัฐฯ ในช่วงวิกฤติสงครามเย็น
3
กองทัพรัสเซียมีภาพจำคือความแข็งแกร่งและเด็ดขาด ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง พวกเขาระดมกำลังทหารเข้าไปต่อสู่กับฝ่ายข้าศึก โดยมีกฎเหล็กว่าถ้าใครถอยกลับหรือหลบหนีระหว่างการสู้รบจะต้องถูกยิงในข้อหาหนีทหาร และกรณียึดโรงละครใจกลางกรุงมอสโคโดยกลุ่มกบฏเชเชน ที่กองกำลังของรัสเซียถูกตำหนิว่าใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุด้วยการปล่อยก๊าซพิษเข้าไปในโรงละคร จนทำให้ตัวประกันเสียชีวิตเป็นจำนวนมา
ขณะเดียวกัน ในอดีตรัสเซียยังมีประวัติศาสตร์ที่น่าหวาดกลัว เช่นการขับไล่ผู้คนที่คิดต่างไปยังค่ายกักกัน Gulags หรือไม่ก็ขับไล่ไปอยู่ที่ไซบีเรีย ปัญหาเรื่องสิทธิมนุษย์ชน การต่อต้าน LGBT
นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องการแทรกแซงการเลือกตั้งของสหรัฐฯ และความพยายามยึดครองไครเมียและประเทศยูเครนมาเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียให้ได้อีกด้วย
ปธน.สหรัฐ โจ ไบเดน (ซ้าย) ผู้นำรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน (ขวา)
4. อังกฤษ
ในอดีตอังกฤษคือชาติที่ออกล่าอาณานิคมไปทั่วโลก จนก่อให้เกิดสงครามและทำให้มีผู้คนต้องสังเวยชีวิตในสงครามล่าอาณานิคมนับล้านคนทั่วโลกในช่วงศตวรรษที่ 17 - 18 ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้อาณานิคมของอังกฤษในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลกต้องใช้ภาษาอังกฤษเหมือนเจ้าอาณานิคม และการก้าวขึ้นมาเป็นชาติมหาอำนาจของสหรัฐฯ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นอาณานิคมของอังกฤษ เลยทำให้ภาษาอังกฤษกลายเป็นภาษาสากลของโลก ในขณะที่กลุ่มประเทศอื่น ๆ ที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส สเปน หรือภาษาท้องถิ่น ต้องพบกับความยุ่งยากซับซ้อน
1
ด้วยความที่เป็นชาตินักล่าอาณานิคมเก่า ภายหลังถึงแม้ว่าพวกเขาจะมอบเอกราชคืนให้กับชาติอาณานิคมหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง แต่กลับกลายเป็นว่าอังกฤษได้สร้างปัญหามากมายทิ้งไว้ตามมามากมายในดินแดนต่าง ๆ เช่น กรณีพิพาทดินแดนระหว่างปากีสถานและอินเดีย ความวุ่นวายด้านชาติพันธุ์ในประเทศเมียนมาร์ ที่ปัจจุบันยังหาข้อสรุปไม่ได้ และล่าสุดคือปัญหาเรื่องเกาะฮ่องกง ที่แสดงความต้องการอยากแยกตัวออกมาเป็นประเทศเอกราช หลังจากที่อังกฤษส่งคืนเกาะฮ่องกงให้กับทางการจีนหลังสัญญาเช่า 99 ปี สิ้นสุดลงเมื่อปี ค.ศ.1997
9
โดยชาวฮ่องกงที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ แสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่าพวกเขาไม่ต้องการอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ และต้องการให้ฮ่องกงแยกตัวเป็นเอกราช ซึ่งรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่มองว่า อังกฤษและชาติตะวันตก คือผู้อยู่เบื้องหลังในเหตุการณ์ดังกล่าว
1
ชาวจีนเชื่อว่าอังกฤษคือผู้อยู่เบื้องหลังในเหตุการณ์จราจลที่ฮ่องกง
5. เกาหลีเหนือ
ประเทศเกาหลีเหนือ ถือได้ว่าเป็นดินแดนลับแลบนโลกใบนี้เลยก็ว่าได้ เนื่องจากประชาคมโลกแทบไม่รู้ความเป็นไปภายในประเทศนี้มากมายนัก นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง เกาหลีเหนือถูกปกครองโดยตระกูลคิมมาแล้วถึงสามรุ่น ประเทศแห่งนี้ไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้ สื่อมวลชนอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างใกล้ชิดโดยรัฐบาล
1
เกาหลีเหนือถูกประชาคมโลกมองว่าเป็นรัฐเผด็จการ ที่เต็มไปด้วยความลึกลับ และพยายามคุกคามความมั่นคงของโลก (ในมุมของสหรัฐฯ ชาติตะวันตก และชาติเพื่อนบ้านใกล้เคียงอย่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่น) ด้วยการทุ่มเทงบประมาณไปกับการสร้างและวิจัยอาวุธนิวเคลียร์ โดยไม่สนใจปัญหาปากท้องของประชาชน โดยการทำโฆษณาชวนเชื่อให้ประชาชนหวาดกลัวสหรัฐฯ และกลุ่มชาติพันธมิตร เพื่อง่ายต่อการควบคุม
1
พร้อมกันนี้ประชาชนยังถูกห้ามไม่ให้รับชมสื่อจากเกาหลีใต้และชาติตะวันตก หรือถ้าหากมีสื่อสิ่งพิมพ์ หรือสื่อโทรทัศน์วิทยุไว้กับตัวจะต้องถูกลงโทษอย่างหนัก ห้ามประชาชนเดินทางออกนอกประเทศโดยเด็ดขาด อาจถูกลงโทษด้วยการประหารชีวิต
คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือรุ่นที่สาม
6. เยอรมนี **พิเศษ**
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เยอรมนีภายใต้การนำของจอมเผด็จการ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ รุกรานประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรป และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการสังหารหมู่ชาวยิวไปกว่า 6 ล้านคน
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เยอรมนี เป็นชาติที่ถูกรังเกียจมากที่สุดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองในฐานะผู้เริ่มเปิดฉากสงคราม แต่หลังจากที่สงครามยุติลง เยอรมนีได้ถูกแบ่งประเทศเป็นสองส่วน สภาพบ้านเมืองและเศรษฐกิจพังยับเยิน และพวกเขาถูกกลุ่มชาติฝ่ายสัมพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส และสหภาพโซเวียต เข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของประเทศ
หลังจากที่กำแพงเบอร์ลินถูกทำลายลงในปี ค.ศ.1989 เยอรมนีก็กลับมารวมประเทศเป็นหนึ่งเดียวกันอีกครั้ง และพวกเขาก็ไม่เคยลืมเลือนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ด้วยการออกมารับผิดชอบความผิดพลาดในอดีต ด้วยการขอโทษและแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหยื่อผู้ถูกกระทำในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง รวมไปถึงให้ความรู้ถึงความน่ากลัวของสงครามให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ จนทำให้ภาพลักษณ์ของพวกเขากลับมาดูดีและน่าเคารพนับถือในฐานะชาติที่พัฒนาแล้วของโลก
นี่คือประเทศตัวอย่างที่น่าสนใจ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเอง จากประเทศที่ถูกรังเกียจให้กลายมาเป็นประเทศที่น่าเคารพนับถือได้อย่างน่าทึ่ง
2
อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ จอมเผด็จการผู้นำหายนะมาสู่ชาวโลกของเยอรมนี
ท่านสามารถติดตามตอนต่อไปได้จากลิงค์ด้านล่างครับ
ข้อความจาก : QUORA.COM, WIKIPEDIA
โฆษณา