ผ่อนบ้านหนึ่งหลังต้องเจอกับอะไรบ้าง
คิดจะซื้อบ้านผ่อนบ้านทั้งที เรื่องนี้เรื่องใหญ่ เพราะบ้านถือเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ และเป็นสินทรัพย์ที่ต้องผ่อนไป 20-30 ปี ดังนั้นคิดจะซื้อบ้านสักหลังควรเช็กตัวเองให้ดี
SC Asset จะช่วยคุณพิจารณาว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง ก่อนจะซื้อบ้านหลักแรกเป็นของตัวเอง
1. ซื่อสัตย์กับตัวเองว่ามีกำลังซื้อเท่าไหร่
กางรายได้และค่าใช้จ่ายของตัวเองออกมาดู ซึ่งตามหลักแล้ว ภาระหนี้ทุกประเภทแต่ละเดือนควรจะมีสูงสุด ไม่เกิน 40% ของรายได้ ในกรณีไม่มีภาระหนี้ใดๆ เลย สามารถใช้สูตรคำนวนวงเงินกู้คร่าวๆ ได้ดังนี้
(รายได้ต่อเดือน) x ( 60 เท่าของรายได้) = (ราคาบ้านที่กู้ซื้อได้)
ตัวอย่างเช่น รายได้ 35,000 บาทต่อเดือน x 60 = 2,100,000 บาท ซึ่งนับเป็นขั้นต่ำของวงเงินที่
จะกู้ได้ซึ่งวงเงินนี้หมายความว่าต้องไม่มีภาระหนี้ใดๆ เลย เช่น ค่าบัตรเครดิต หรือค่าผ่อนรถยนต์
แล้วถ้าหากมีการผ่อนบ้านที่เป็น?
ต้องดูในส่วนของ ‘ภาระหนี้ต่อรายได้’ เพิ่มเติมด้วย หรือที่เรียกว่า DSR (Dept Service Ratio) โดยส่วนใหญ่ธนาคารจะอนุญาติให้ผู้กู้บ้านมีภาระหนี้ได้ 30-40% ดังนั้นจึงมีสูตรคำนวนเพิ่มเติม ดังนี้
(รายได้ต่อเดือน) X (30% หรือ 40%) = (ความสามารถผ่อนชำระ)
1
เช่น รายได้ 35,000 บาทต่อเดือน X 30% หรือ 40% = 10,500-14,000 บาท
ภาระหนี้ส่วนนี้รวมค่าผ่อนรถ บัตรเครดิต ฯลฯ ถ้าหากมีภาระหนี้ต่อเดือนรวม 8,000 บาท ความสามารถในการผ่อนจะเหลือ 2,500-6,000 บาท ซึ่งจะคำนวนวงเงินกู้ได้ด้วยสูตรนี้
(1,000,000 ÷ 7,000) x (ความสามารถผ่อนชำระ) = (วงเงินที่สามารถกู้ได้)
เช่น (1,000,000 ÷ 7,000) x 6,000 = 857,142 จะกู้บ้านได้ในราคา 857,142 บาท
เมื่อรู้ว่าตัวเองมีกำลังเท่าไร มีภาระหนี้เท่าไหร่ พร้อมใช้สูตรคำนวนเบื้องต้นเหล่านี้ ก็จะสามารถเลือกที่อยู่ที่เป็นบ้านเดี่ยวหรือคอนโดได้ตรงกับความสามารถในการผ่อนของเราได้
1
2. เลือกบ้านในราคาที่เหมาะกับเรา
เมื่อได้งบแล้วก็มาถึงขั้นตอนการเลือกบ้านในราคาที่เหมาะกับเรา โดยไม่ควรเลือกบ้านที่ราคาสูงเกินกำลัง ของเรา จะได้สามารถผ่อนบ้านหลังนี้ได้อย่างไม่ลำบาก ซึ่งเงื่อนไขการกู้ก็จะแตกต่างกันในแต่ละธนาคาร เราหยิบยกอัตราดอกเบี้ยของการกู้บ้านแต่ละธนาคารมาอัพเดตไว้เบื้องต้น โดยตารางนี้เป็นตัวเลขที่อัพเดตเดือน มกราคม ปี 2564 จากเว็บไซต์ ธนาคารแห่งประเทศไทย
*MOR คือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำที่ธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินเบิกเกินบัญชี
*MLR คือ อัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บจากลูกค้าที่มีประวัติการเงินดี ใช้กับเงินกู้ระยะยาวที่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอน
1
*MRR คือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำที่ธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี
3. ดูบ้านและทำเลที่ถูกใจ
เมื่อคำนวนเงินกู้และรู้ความสามารถในการผ่อนแล้ว ก็มาถึงช่วงเวลาสนุกนั่นคือการมองหาทำเลของ บ้านเดี่ยวหรือคอนโดที่เราอยากอาศัยอยู่ แนะนำให้ไปดูพื้นที่จริงถึงที่ จะได้รู้ว่าต้องเดินทางไปมาอย่างไร หรือละแวกบ้านแถวนั้นมีลักษณะเป็นยังไงบ้าง ตรวจสอบ Facilities ภายในโครงการบ้านเดี่ยวและคอนโด ที่คุณสนใจว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกครอบครันและตอบโจทย์ความต้องการชีวิตของคุณมากแค่ไหน หลังจากนั้นก็ตรวจสอบรีวิวคุณภาพของโครงการบ้าน คุณภาพของแบรนด์อสังหาริมทรัพย์เหล่านี้ก็เป็น ปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาให้ดี
4. เช็ครายจ่ายเหล่านี้ให้ดี ว่าพร้อมผ่อนบ้านหรือยัง
ตรวจเช็คค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ต้องมีแน่ๆ หลังจากซื้อบ้านเดี่ยวหรือคอนโด ถ้าพร้อมแล้วก็ติดต่อกับธนาคาร ได้เลย
ค่าจองและทำสัญญา (ค่ามัดจำ)
เงินดาวน์ อาจจะแล้วแต่สัญญากับธนาคาร เงินดาวน์มีตั้งแต่ 5% – 10% ของราคาบ้าน
ค่าประเมินราคาเมื่อขอสินเชื่อกับธนาคาร จะมีราคาประมาณ 1,000 – 3,000 บาท
ค่าจดจำนอง คือค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนกับกรมที่ดิน ซึ่งคิดเป็น 1% ของวงเงินจำนอง หรือราว 1% ของยอดกู้ (กรณีที่ขอสินเชื่อกับธนาคาร)
ค่าโอนกรรมสิทธิ์ จะจ่ายให้กับกรมที่ดิน โดยกรมที่ดินคิดค่าจดทะเบียนสิทธิ 2% จากราคาประเมิน และสำหรับค่าใช้จ่ายส่วนนี้ผู้ซื้อกับผู้ขายควรตกลงว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ
ค่าเบี้ยประกันภัยบ้านจะอยู่ในช่วง 1,000 บาทขึ้นไปต่อปี
ค่าส่วนกลาง บางแห่งอาจจะต้องจ่ายเลย
ค่าเฟอร์นิเจอร์
5. เตรียมเอกสารผ่อนบ้านให้พร้อมเพื่อยื่นธนาคาร
เอกสารขอสินเชื่อบ้านประกอบไปด้วย 3 หมวดหลัก ได้แก่ เอกสารส่วนบุคคล เอกสารการเงินหรือ แสดงที่มารายได้ และเอกสารหลักประกัน
เริ่มจากเอกสารส่วนบุคคล
บัตรประจำตัวประชาชน
สำเนาทะเบียนสมรส (ถ้ามี)
สำเนาเปลี่ยนชื่อ -นามสกุล (ถ้ามี)
เอกสารทางการเงิน
จะเป็นเอกสารแสดงที่มาของรายได้
ถ้าเป็นพนักงานประจำ
ใบรับรองเงินเดือน
สลิปเงินเดือน หรือหลักฐานการรับเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน
สำเนาบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน
สำหรับฟรีแลนซ์ (ผู้ประกอบอาชีพอิสระ)
สำเนาบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 12 เดือน/หลักฐานแสดงฐานะการเงินอื่นๆ (พร้อมเอกสารฉบับจริง)
สำเนาทะเบียนการค้า/ทะเบียนบริษัท/ห้างหุ้นส่วน
หลักฐานการเสียภาษีเงินได้
รูปถ่ายกิจการ
สำเนาใบประกอบวิชาชีพ
เอกสารหลักประกัน
สำเนาจะซื้อจะขาย / สัญญาวางมัดจำ / สัญญาเช่าซื้อการเคหะฯ และหนังสือรับรองยอดคงเหลือ
หลักฐานการเป็นเจ้าของอาคาร
สำเนาโฉนดที่ดิน / นส.3ก / หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด / อช.2 ทุกหน้า
ใบอนุญาตปลูกสร้าง / ต่อเติม
แบบแปลน
ใบประมาณการปลูกสร้าง / สัญญาว่าจ้างก่อสร้าง
ถ้าเอกสารพร้อม คำนวนวงเงินกู้พร้อม และมีความสามารถในการผ่อนดาวน์ ก็รวบรวมเอกสารแล้วส่งกู้ กับธนาคารได้เลย SC Asset เป็นกำลังใจให้กู้บ้านผ่านตั้งแต่ครั้งแรก ธนาคารแรกกันทุกคนเลย
  • 14
โฆษณา