29 ก.ย. 2021 เวลา 12:28 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์
ข้อคิดจากซีรีส์ Foundation (Season 1, EP 1 : 2021) “การต้อนรับความจริงโดยไม่โกหกตนเอง”
คณิตศาสตร์ไม่ได้โกหก มีเพียงคนที่โกหก
Foundation (Season 1, EP 1 : 2021)
เล่าเรื่องราวของจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่
ที่ปกครองหมู่ดาวต่าง ๆ มาอย่างยาวนาน
โดยแต่ละยุคสมัยที่ผ่านพ้นมานั้น
ราชวงศ์แห่งจักรวรรดินี้
ได้มีวิธีการสืบทอดบัลลังก์
“โดยการโคลนนิ่งร่างของจักรพรรดิองค์แรก”
เพื่อรักษาสายเลือดและส่งต่ออำนาจของตัวเองให้ยาวนานสืบไป
แต่แล้วด้วยความจริงที่ว่า
“ไม่มีสิ่งใดจะคงอยู่ค้ำฟ้า”
จักรวรรดินี้ได้เริ่มเข้าสู่ความเสื่อมถอย
และตกต่ำลงทีละน้อย
(แต่จักรวรรดิกลับยังคงนิ่งเฉยต่อเค้าลางอันมืดดำเหล่านั้น
และยังคงมุ่งมั่นรักษาอำนาจของตัวเองต่อไป)
จนอยู่มาวันหนึ่ง
เมื่อ ดร. ฮาริ เชลดอน
นักคณิตศาสตร์ผู้สร้างทฤษฎีการคำนวณ
“อนาคตของประวัติศาสตร์”
ซึ่งเขาได้ค้นพบว่า
อนาคตของจักรวรรดิกำลังเข้าสู่ช่วงล่มสลาย
โดยจะเกิดเป็นสงครามที่สร้างหายนะครั้งใหญ่ให้แก่จักรวาล
จนมนุษย์ทั้งหมดต้องเข้าสู่ยุคมืดที่กินเวลานานนับหมื่นปี
“สูญสิ้นความรู้ อารยธรรม และเทคโนโลยี”
โดยหลังจากยุคมืดนั้น
จะทำให้มนุษย์ต้องมาเริ่มนับ “1” เพื่อเริ่มต้นทุกอย่างใหม่
ด้วยเหตุนี้ ดร. ฮาริ เชลดอน
จึงวางแผนเพื่อลดระยะเวลาแห่งการเริ่มต้น
(จากหลักหมื่นปี ให้เหลือเพียงแค่หนึ่งพันปี)
โดยการสร้าง “สถาบันสถาปนา”
เพื่อเก็บรวมรวมองค์ความรู้ของทุกสิ่งในจักรวาล
ไว้ให้กับคนรุ่นหลังสำหรับใช้ในการฟื้นฟูอารยธรรมมนุษย์
แต่เรื่องที่สามารถสั่นคลอนอนาคตของจักรวาลได้เช่นนี้
กลับสร้างความหวั่นไหวให้กับจักรวรรดิไปด้วย
“จะเกิดอะไรขึ้นเมื่ออำนาจที่คงอยู่มานานนับหลายพันปี
กำลังถูกสั่นคลอนด้วยอนาคตที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้”
นี่คือซีรีส์แนววิทยาศาสตร์ การเมือง
และยังแฝงปรัชญาชีวิตที่ลึกซึ้งมากเลยครับ
(ฉายทาง Apple TV+)
แค่ตอนแรกก็มีประโยคที่เขย่าหัวใจมนุษย์ไปแล้ว
โดยมีตัวละครนึงได้พูดว่า
“คณิตศาสตร์ไม่ได้โกหก มีเพียงคนที่โกหก”
ซึ่งมันสะท้อนถึงจิตใจของมนุษย์มากครับ
ที่บางครั้ง “ไม่ยอมรับความจริง-ต่อต้านข้อเท็จจริง”
แล้วก็หาทางปกปิดความจริงเหล่านั้น
ทั้งการซุกซ่อนความจริงที่ไม่อยากเปิดเผย
การโกหก การบิดเบือนความจริง
การสร้างข่าวปลอม การใช้อำนาจเพื่อสั่งปิดปาก
หรือแม้กระทั่งทำลายล้างผู้อื่น
“เพื่อให้ตัวเองสามารถรักษาบางสิ่งเอาไว้”
ความเป็นจริงไม่ทำร้ายจิตใจมนุษย์
แต่มนุษย์กลับทำร้ายจิตใจตนเองด้วยการไม่ยอมรับความเป็นจริง
“โกหกตนเอง-หลอกลวงผู้อื่น”
อาจเรียกได้ว่า
นี่เป็นการปฏิเสธความเปลี่ยนแปลงของชีวิตก็ย่อมได้
ซึ่งมันจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเราไม่ต้อนรับความผันแปร เช่น
(ได้มา-สูญเสีย, มี-ไม่มี, พบเจอ-ลาจาก, มีชีวิต-สิ้นชีวิต)
ปัญหาชีวิตของเราล้วนเกิดมาจากเรื่องราวเหล่านี้ครับ
“เรามักหนีความจริง”
แล้วขังตัวเองไว้ในกรงขังแคบ ๆ ไม่ยอมเผชิญความจริง
พร้อมทั้งใช้ลีลาอันแนบเนียน กลอุบาย และใจที่ไม่ยอมปล่อยมือ
“เพื่อฉุดรั้งในสิ่งที่กำลังจะเสียไป ให้คงอยู่กับตัวเองต่อไป”
(หมดเวลาลงแล้ว แต่กลับยังฝืนต่อเวลาออกไป)
ซึ่งทำให้ในท้ายที่สุด
ชีวิตกลับต้องรับผลพวงอันร้ายแรงตามมา
ทั้งเรื่องสุขภาพ การงาน ทรัพย์สิน ความสัมพันธ์ จิตใจ ฯลฯ
(ถ้ายอมรับตั้งแต่แรก อาจหาทางลดความร้ายแรงลงได้)
ดังนั้น
การโกหกอันโหดเหี้ยมที่สุด
มักเริ่มมาจากการหลอกลวงตนเอง
“หนีความจริง”
ซึ่งมันจะทำให้เราละเลยในสิ่งที่พึงกระทำ
แล้วไปกระทำในสิ่งที่ไม่พึงกระทำ
“เมื่อเรารับมือความเป็นจริงด้วยคำโกหก
ความเป็นจริงย่อมตอบแทนเราด้วยการทำลายคำโกหก”
โฆษณา