1 ต.ค. 2021 เวลา 02:10 • ปรัชญา
"เห็นสภาวะ คือ สมถะ
เห็นไตรลักษณ์ คือ วิปัสสนา"
" ... วิธีทำจิตให้ตั้งมั่น
หลวงพ่อสอนอยู่แทบทุกวัน เจอทีไรก็สอนเรื่อย
ให้รู้ทันจิตที่ไม่ตั้งมั่น แล้วมันตั้งมั่นเอง
อย่างจิตเราไหลไป เรารู้ปุ๊บ จิตตั้งมั่นเองเลย
ฝึกบ่อย ๆ จนมันตั้งมั่นอัตโนมัติ
แล้วพอจิตมันตั้งมั่นอัตโนมัติ
สติระลึกรู้รูป รูปก็จะแยกออกจากจิต
สติระลึกรู้เวทนา เวทนาก็จะแยกออกจากจิต
สติระลึกรู้สังขาร สังขารก็แยกออกจากจิต
ขันธ์มันแยกออกจากกัน
สติระลึกรู้ลงไปที่วิญญาณ
คือความรับรู้อารมณ์
หรือจิตที่เกิดทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
มันจะเห็นเลย จิตที่เกิดที่ตา เกิดแล้วก็ดับ
จิตที่เกิดที่หู เกิดแล้วก็ดับ
จิตที่เกิดที่ใจ อย่างจิตไปคิดอะไรพวกนี้ เกิดแล้วก็ดับ
ตรงนี้ล่ะมันเดินวิปัสสนาแล้ว
มันเห็นสิ่งซึ่งเคยมีแล้วมันไม่มี
อย่างความสุขมันเคยมีแล้วมันไม่มี
ความทุกข์เคยมีแล้วมันไม่มี
กุศลเคยมีแล้วมันไม่มี
อกุศล โลภ โกรธ หลง เคยมีแล้วไม่มี
จิตที่ไปดูมีแล้วก็ไม่มี ดับไป
จิตที่ไปฟัง มีแล้วก็ดับไป
จิตที่ไปคิด มีแล้วก็ดับไป
เห็นอย่างนี้มันเห็นไตรลักษณ์ ก็เดินวิปัสสนาได้
แต่ถ้าเห็นจิตอยู่เฉย นิ่งๆ เฉยๆ ดูว่างๆ สว่างอยู่
อันนั้นสมถะ
ฉะนั้นถ้าเราเห็นตัวสภาวะ นั่นคือสมถะ
ถ้าเราเห็นไตรลักษณ์ซึ่งซ้อนอยู่ในตัวสภาวะ
อันนั้นเป็นวิปัสสนา
เราค่อย ๆ ดู ค่อย ๆ ฝึกไป
ทำกรรมฐานสักอย่างหนึ่งก่อน
แล้วพอจิตเราไปสงบอยู่กับอารมณ์กรรมฐานนั้น
โดยไม่เจตนาสงบ จะได้สมาธิชนิดสงบเอาไว้พักผ่อน
ถ้าเราทำกรรมฐานสักอย่างหนึ่งอยู่
จิตเคลื่อนไป เรารู้ เราจะได้สมาธิชนิดตั้งมั่น
อันนี้เอาไว้ทำวิปัสสนา ... "
.
หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม
19 กันยายน 2564
ขอบคุณรูปภาพจาก : Unsplash

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา