7 ต.ค. 2021 เวลา 00:00 • ธุรกิจ
Carl Jung ต้นทางทางความคิดของ MBTI
ก่อนหน้านี้ผมเคยเขียนเรื่อง MBTI (Myers-Briggs Type Indicator) เรื่องมือค้นหาบุคลิกภาพของคนโดยเล่าเอาไว้ว่าเครื่องมือ MBTI นี้มาจากสองแม่ลูกคือ Katharine Cook Briggs และลูกสาว Isabel Briggs Myers ได้ศึกษางานเขียนที่ชื่อว่า “Personality Type” ของนักจิตวิทยาชื่อดังชาวสวิสคือ คาร์ล ยุง (Carl Gustav Jung) ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปีค.ศ.1962 (พ.ศ.2505)
โดยตัวชี้วัดบุคลิกลักษณะคนของ Myers Briggs จะแบ่งคนโดยใช้ตัวอักษร 8 ตัวที่แสดงความแตกต่างกันของคนคือ E I - S N - T F - J P
มาครั้งนี้ผมก็เลยอยากจะเล่าถึงเรื่องของคาร์ล ยุงเพื่อท่านที่สนใจจะได้ทราบว่าเขาเป็นใครและมีผลงานอะไรมาบ้าง
คาร์ล ยุง (Carl Gustav Jung) เกิดเมื่อปีค.ศ.1875-1961 (พ.ศ.2418-2504) ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เรียนจบคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยบาเซิล แล้วทำงานเป็นแพทย์ด้านจิตเวชที่ซูริค เคยทำงานร่วมกับนักจิตวิทยาชื่อดังที่หลายคนรู้จักกันดีคือซิกมัน ฟรอยด์ (Sigmund Freud) ในช่วงปีค.ศ.1909-1913
ทั้งสองท่านทำงานและแบ่งปันความรู้ร่วมกันแม้ว่ายุงจะไม่เห็นด้วยกับฟรอยด์ในเรื่องที่ฟรอยด์เชื่อว่าจิตไร้สำนึกของคนประกอบด้วยความปรารถนาที่คนต้องอดกลั้นเอาไว้เช่นความต้องการทางเพศ
แต่ยุงเชื่อว่ายังมีแรงจูงใจอื่น ๆ ของคนที่นอกเหนือไปจากความต้องการทางเพศและไม่เห็นด้วยกับเรื่องของปมโอดิปุส (Oedipus Complex) ที่ว่าด้วยวัยของเด็กผู้ชายจะติดแม่มากกว่าพ่อ หรือวัยของเด็กหญิงที่มักจะติดพ่อมากกว่าติดแม่ของฟรอยด์
เรื่องของปมโอดิปุสบางท่านอาจจะเคยได้ยินที่มาบ้างแล้ว เป็นเรื่องของโศกนาฎกรรมที่น่าเศร้าและให้ข้อคิดเกี่ยวกับการเชื่อหมอดูมากจนเกินไปจนกระทั่งเกิดเรื่องราวน่าสลดใจตามมาและเคยถูกนำมาสร้างเป็นละครเวทีตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน
ผมเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ ซึ่งว่าไปแล้วก็มีตำนานมาจากเทวดากรีก (ที่ผมเคยบอกแล้วว่าผมชอบอ่านเรื่องราวของเทวดากรีกมาตั้งแต่เด็กจนปัจจุบัน) คือโอดิปุสเป็นลูกของท้าวไลอุส (Laius) เจ้าเมืองธีบส์ กับพระนางโจคัสตา (Jocasta) แต่ถูกหมอดูทำนายไว้ว่าเมื่อมีลูกชายก็จะต้องถูกลูกของตัวเองฆ่า
เมื่อมีลูกชาย (ซึ่งก็คือโอดิปุส) ท้าวไลอุสก็เลยเอาเข็มกลัดแทงเท้าทั้งสองข้างของลูกชายและให้คนเอาไปทิ้งไว้ที่บนเขาเพื่อให้สัตว์มาแทะกินเป็นอาหาร (ใจร้ายขนาด....จริง ๆ นะครับ)
แต่ก็ตามประสาจักร ๆ วงศ์ ๆ แหละครับ ทหารใจอ่อนก็เลยเอาไปให้พระราชาโพลีบุส (Polybus) แห่งเมืองโครินธ์ (Corinth) เลี้ยงดูจนเติบใหญ่และรับเป็นลูกบุญธรรมเนื่องจากแกไม่มีลูก แต่โอดิปุสเข้าใจมาโดยตลอดว่าท้าวโพลีบุสเป็นพ่อแท้ ๆ ของตน เพราะท้าวโพลีบุสก็ไม่เคยบอกความจริงนี้กับลูกบุญธรรม
วันหนึ่งก็มีหมอดู (อีกแล้ว) มาพยากรณ์ว่าโอดิปุสจะต้องทำปิตุฆาตคือฆ่าพ่อของตัวเอง โอดิปุสก็ตกใจเลยหนีออกจากเมืองโครินธ์เพราะคิดว่าจะได้พ้นคำทำนายนี้
ระหว่างทางมีรถของชายชราคนหนึ่งพร้อมบริวารขวางทางอยู่ โอดิปุสบอกให้หลีกทางแต่ชายชราก็ไม่หลีกทางจนกระทั่งเกิดการวิวาท (ดูแล้วเหมือนดราม่าจราจรบนท้องถนนในบ้านเราไหมครับ) ปรากฎว่าโอดิปุสก็ฆ่าชายชราคนนั้นตาย
ฮั่นแน่....ท่านทายถูกใช่ไหมครับว่าชายชราคนนั้นคือใคร ?
ถูกต้องแล้วคร๊าบบบบบ..ชายชราคนนั้นก็คือท้าวไลอุสนั่นเอง
หลังจากนั้นระหว่างทางโอดิปุสก็เจอกับตัวสฟิงซ์ (Sphinx) ที่เป็นภัยร้ายแรงของชาวเมืองธีบส์แล้วสามารถตอบปัญหาของสฟิงซ์ได้จนสฟิงซ์ฆ่าตัวตายไป เขาจึงได้ครองเมืองธีบส์ต่อจากท้าวไลอุส และได้พระนางโจคัสตาซึ่งเป็นแม่แท้ ๆ ของเขาเป็นมเหสีโดยไม่รู้เรื่องราวที่แท้จริงเลยแม้แต่น้อย
ต่อมาภายหลังโอดิปุสได้มารู้ความจริงว่าตัวเองทำปิตุฆาตก็ถึงกับควักลูกตาของตัวเองออกเพื่อต้องการไถ่โทษความผิด
จากตำนานเรื่องนี้แหละครับก็เลยเป็นที่มาของปมโอดิปุสที่ซิกมัน ฟรอยด์นำมาตั้งชื่อเกี่ยวกับปมที่เด็กผู้ชายไม่ชอบพ่อแต่จะติดแม่มากกว่า
อ้าว....พูดเรื่องปมติดแม่ของฟรอยด์ไปนิดเดียวแต่ไปฝอยเรื่องตำนานเทวดากรีกซะยาวจนมาแย่งซีนคาร์ล ยุงไปซะนี่ แต่ก็เชื่อว่าท่านที่อ่านจะสนุกและได้ความรู้ไปกับเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเหล่านี้นะครับ
ผมขอกลับมาพูดเรื่องของคาร์ล ยุงต่อดีกว่า
คาร์ล ยุงได้ชื่อว่าเป็นนักคิดที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งในบรรดานักจิตวิทยาที่มีชื่อเสียงทั้งหลาย เป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์สูง จิตใจดีและมีบุคลิกภาพที่น่าประทับใจ
แนวคิดด้านจิตวิทยาของคาร์ล ยุงซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายคือเรื่องของทฤษฎีเกี่ยวกับปัจเจกบุคคลที่แบ่งบุคลิกลักษณะของคนออกเป็น Introvert คือคนเก็บตัวไม่ชอบเข้าสังคม กับ Extrovert คือคนที่เปิดเผยชอบเข้าสังคม
คาร์ล ยุงพัฒนาทฤษฎีของเขาเองเรียกว่า “Jungian” หรือจิตวิทยาวิเคราะห์ในปีค.ศ.1912 (พ.ศ.2455) และเขียนหนังสือ “Personality Type” ตีพิมพ์ในปีค.ศ.1921 (พ.ศ.2464) ซึ่งหนังสือเล่มนี้ก็เป็นที่มาของ Katharine Cook Briggs และลูกสาว Isabel Briggs Myers นำมาคิดพัฒนาต่อยอดจนกลายมาเป็นแบบทดสอบที่เรียกว่า MBTI ในเวลาต่อมาครับ
เครดิตภาพ : Wikipedia
โฆษณา