มีบัญชีอยู่แล้ว?
สรุป The Exclusive talk “พอล ภัทรพล” พาแกะรอย “ดร.นิเวศน์” จาก 0 ถึง 1,000 ล้าน
เชื่อว่าเมื่อเอ่ยถึงชื่อของ “ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร” ขึ้นมาแล้วก็คงจะปฏิเสธไปไม่ได้เลยว่า เขาคือหนึ่งในบุคคลที่มีความสำคัญกับวงการนักลงทุนหุ้น VI หรือ Value Investor ของไทยอันดับต้นๆ
และในปัจจุบันทุกคนก็น่าจะรู้จักเขาดีในฐานะเซียนหุ้นสาย VI รุ่นแรกของไทยที่หลายๆครั้งถูกเปรียบเทียบให้เป็นวอร์เรน บัฟเฟตต์เมืองไทย
ซึ่งในวันนี้พวกเรา หุ้นพอร์ทระเบิด ก็ไปเจอคลิปการสัมภาษณ์จากรายการ The Exclusive talk ของคุณพอล “ภัทรพลศิลปาจารย์” อดีตพระเอกดังที่ปัจจุบันผันตัวมาเป็นนักธุรกิจ & นักลงทุน
และเดี๋ยวไปดูกันเลยดีกว่าครับว่าเส้นทางจาก 0 ถึง 1,000 ล้านของ ดร.นิเวศน์ นั้นเขาทำแบบไหน ? มีหลักคิดยังไง ?? และผ่านอะไรมาบ้าง ??
💡ชีวิตวัยเด็ก
ดร.นิเวศน์ เกิดมาในครอบครัวที่เป็น “ชนชั้นล่างสุดของประเทศ” มีพ่อแม่เป็นชาวจีนที่อพยพและเริ่มต้นจากอาชีพกรรมกร หลังจากนั้นจึงเริ่มไต่เต้าเพื่ออาชีพ & ที่อยู่อาศัยที่ดีขึ้น รวมไปถึงตัวเขาเองก็ต้องขายของพิเศษจนทำให้มีทักษะด้านนี้ตั้งแต่ยังเด็ก
💡การศึกษา
ด้วยความยากจนทำให้ครอบครัว ดร.นิเวศน์ มีเพียงเขาแค่คนเดียวที่ได้เรียนและแทบจะไม่ได้ไปโรงเรียน โดยโรงเรียนแรกที่เขาเข้าเรียนก็คือ “โรงเรียนวัดดอน” หลังจากนั้นเป็น “โรงเรียนวัดสุทธิวราราม” ต่อมายัง “โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา” ตามลำดับ และก็เข้า “คณะวิศวะ จุฬาฯ” ได้สำเร็จ
💡เรียนจบแล้วทำอะไรต่อ
เมื่อไม่มีเงิน เป้าหมายของ ดร.นิเวศน์ในวัยหนุ่มคือการหาเงินให้ได้มากที่สุด จนทำให้ช่วงหนึ่งต้องออกไปทำงานต่างจังหวัด(กาญจนบุรี) ที่โรงงานน้ำตาลเพื่อเก็บเงิน จนถึงจุดๆหนึ่งเขาจึงนำเงินเก็บไปเรียนต่อด้าน MBA ที่นิด้าเพื่อเปลี่ยนตัวเอง
หลังจบนิด้าดร.นิเวศน์ก็กลับมาทำที่โรงงานน้ำตาลอีกครั้งและได้เลื่อนขั้นไปเป็นหัวหน้าวิศวกร แต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจที่จะไปเรียนต่อปริญญาเอกที่ต่างประเทศในด้านการเงิน จึงมาค้นพบทีหลังว่า “การเรียนปริญญาเอกไม่ต้องใช้ตังค์”
1
หลังจากเรียนจบปริญญาเอกดร.นิเวศน์ก็ไปทำงานอยู่ที่บริษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (IFCT) จนสุดท้ายมาตกงานตอนปีพ.ศ. 2540 ในตำแหน่งรองผู้จัดการที่โบรกเกอร์ที่มีชื่อว่านวธนกิจ
ดร.นิเวศน์ตัดสินใจนำเงินเก็บก้อนสุดท้ายในชีวิตจำนวน 10 ล้านบาทมาเริ่มลงทุนในวัย 40 ปีกับสภาวะวิกฤตซึ่งตอนนั้นราคาหุ้นลงมาเยอะมากและเขามองว่าเป็นโอกาส เพราะ “การซื้อหุ้นก็เหมือนกับการซื้อธุรกิจ” และธุรกิจตรงนั้นมันยังทำเงินได้
เขาตัดสินใจว่าหุ้นดีที่สุดแต่กระจายความเสี่ยงด้วยการซื้อหุ้นราวๆ 5-6 ตัวโดยเลือกกิจการที่ยอดเยี่ยมที่สุด & ราคาหุ้นไม่แพง และให้ปันผลปีละ 10%
💡ศึกษา VI จากทางไหน ?
ดร.นิเวศน์เล่าให้ฟังว่าในประเทศไทยเขาคือคนแรกที่คิดค้น เริ่มต้น และเรียกตัวเองว่า Value Investor(VI) รวมไปถึงการเริ่มเขียนบทความและเขียนหนังสือ “ตีแตก” ซึ่งเป็นหนังสือไทยเล่มแรกๆที่พูดถึงหลักการลงทุนแบบ VI
1
และหน้าที่ของนักลงทุนคือการสำรวจเป้าหมายการเติบโต & ตัวเลขเงินปันผลของพอร์ทตัวเองไว้ทุกๆปีจะได้เห็นเป้าหมายว่าทำเพื่ออะไร
💡เคล็ดลับการเอาชนะตลาด
ส่วนนึงที่ทำให้ดร.นิเวศน์ชนะตลาดมา 90% ตลอดก็ต้องยอมรับว่าเป็นความโชคดีที่ในตอนนั้นเป็นช่วงที่เรียกว่า “ยุคทองของ VI” ซึ่งเด้งแรกคือการได้ซื้อหุ้นงบดี และเด้งสองคือเมื่อคนแห่กันเข้ามาซื้อต่อ
💡VI ในประเทศไทยยังไปได้ไหม ?
เขาอธิบายว่าหลักการ VI จริงๆแล้วใช้ได้ตลอดและอาจจะยังมีโอกาสชนะตลาดในระยะยาวอยู่บ้างแต่ไม่มากขนาดที่จะเปลี่ยนชีวิตได้ข้ามคืน เพราะมองว่าต่อไปนี้เมืองไทยจะโตช้า
💡หุ้นตัวไหนที่ได้หลายเด้งมากที่สุด ?
ดร.นิเวศน์เผยว่า หุ้นส่วนใหญ่ของเขาได้เกิน 10 เด้งและเรียกว่า Super stock แต่ใช้เวลาถือมาหลายสิบปี(75% เกินสิบปี) และคอยดูกิจการไปเรื่อยๆ
2
💡คำแนะนำสำหรับคนดู
จังหวะและราคาหุ้นของแต่ละคนมีไม่เท่ากันเพราะฉะนั้นเราไม่สามารถที่จะเลียนแบบ ดร.นิเวศน์ ได้ เพราะฉะนั้นนักลงทุนควรเป็นตัวของตัวเองและต้องไปคิดต่อเมื่อเลียนแบบ
💡ข้อดี & จุดแข็ง ที่ทำให้มีทุกวันนี้
จะได้เห็นว่าทุกอย่างต้องใช้ความพยายามที่จะค่อยๆไต่ขึ้นไป แต่เขาก็รู้ตัวดีว่าเป็นคนที่มีความทะเยอทะยานจนสุดท้ายเขาก็ได้เก็บเงินและเริ่มลงทุนเมื่อตอนอายุ 40 ปี
ซึ่งธรรมชาติของคนเราส่วนใหญ่แล้วจะมีความเป็นนักสู้ แต่อีกฝั่งนึงที่เขาเรียนรู้ก็คือเราควรจะเป็นนักเลือกโดยเลือกว่าเราจะสู้ยังไง
และพอเขาเลือกได้ว่าจะเป็นนักลงทุน เลือกบริษัทที่จะลงทุน ชีวิตเขาจึงเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ
💡อยากบอกอะไรกับตัวเองในอดีต ?
ดร.นิเวศน์กล่าวว่าเขาเป็นคนที่มีความสุขในทุกๆช่วงชีวิตไม่ว่าจะมีเงินหรือไม่ก็ตาม ถึงแม้ว่าในบางครั้งอาจจะทำผิดบ้างพลาดบ้างแต่ก็รอดมาได้และไม่มีอะไรรุนแรง
ดังนั้นเขาจึงไม่รู้จะบอกอะไรกับตัวเองในอดีตเพราะมันคือชีวิต ชีวิตที่มีความสุข
ขอขอบคุณคลิป The Exclusive Talk EP.3 จากช่อง “Paul Pattarapon พอล ภัทรพล” สำหรับความรู้ดีๆและประสบการณ์ที่ “ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร” ได้ฝากเอาไว้มา ณ ที่นี้ด้วยครับ
1
สำหรับวันนี้พวกเรา หุ้นพอร์ทระเบิด ขอตัวลาทุกท่านไปก่อน
สวัสดีครับ...
เพิ่มทักษะปั้นพอร์ทโตระเบิดรุ่นที่ 2
คอร์สออนไลน์ที่จะพาเปิดโลกการลงทุนแนว VI Hybrid Technical
ใครสนใจทักได้ทาง inbox ครับ
*รับจำนวนจำกัด
**ราคาพิเศษกำลังจะหมดเขต
***รุ่นสุดท้ายของปีทอง
หรือคลิ๊ก
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      จีนสั่งผู้ก่อตั้ง Evergrande ควักทรัพย์สินส่วนตัวออกมาจ่ายหนี้บริษัท สำนักข่าว Bloomberg รายงานอ้างอิงแหล่งข่าววงในที่ออกมาเปิดเผยว่า ทางการจีนได้ส่งข้อความบอกกล่าวให้ ฮุยกาหยั่น (Hui Ka Yan) มหาเศรษฐีนักธุรกิจผู้ก่อตั้ง Evergrande บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของจีน นำทรัพย์สินส่วนตัวออกมาชำระหนี้ เพื่อบริหารวิกฤตของบริษัท
      ## เปิดประเทศ เปิดโรงเรียน จะปลอดภัยจริงไหม? เมื่อโควิดเบนสาย มุ่งระบาดในกลุ่มเด็กๆ และเยาวชน ## ทุกคนคะ ในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ นอกจากจะเป็นกำหนดวันเปิดภาคเรียนให้เด็กกลับมาเรียนในโรงเรียนตามเดิมทั่วประเทศแล้ว ล่าสุด นายกฯ ก็ประกาศออกมาว่า “เราจะมีการเปิดประเทศ” ในวันเดียวกันอีกด้วยค่ะ โอ้โห!! ถือเป็นข่าวที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ?
      NEWSCLIP: ได๋ ไดอาน่า จงจินตนาการ และทีมเราต้องรอด ถ่ายทอดปัญหาที่พบในการระบาดระลอกล่าสุด ชี้ตัวเลขเหมือนจะดีขึ้น มีผู้ป่วยเข้าระบบการรักษาในสถานพยาบาลน้อยลง แต่พบว่าการตรวจ ATK พบผู้มีผลบวกที่ไม่เข้าระบบการรักษา เลือกจะรักษาตัวที่บ้าน แต่ไม่กักตัว และออกไปใช้ชีวิตข้างนอกตามความจำเป็น ทำให้เกิดการแพร่ระบาดต่อเนื่อง แนะ หากติดควรเข้ารับการรักษา เข้าศูนย์พักคอย เพื่อจำกัดวงการแพร่ระบาด ย้ำรักษาฟรีสำหรับคนไทยทุกคน แต่ยังมีข้อจำกัดสำหรับผู้ไม่มีบัตรประชาชน หรือกลุ่มแรงงานที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม #TheReporters #เดอะรีพอร์ตเตอร์ #เราต้องรอด
      18 สูตรเด็ด “โน้มน้าวใจ” สะกดคนคิดต่างในที่ทำงานหรือชีวิตประจำวันได้ในไม่กี่นาที ในสังคมที่มีคนคิดเห็นต่างกันอย่างสุดขั้วทั้งในเรื่องศาสนา การเมือง วัฒนธรรม หรือแม้กระท้่งทีมกีฬา คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะโน้มน้าวใจฝ่ายตรงข้ามให้เชื่อตามเราได้ อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างย่อมมีทางออกเสมอ
      ดูทั้งหมด