Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เบื่อเมือง
•
ติดตาม
9 ต.ค. 2021 เวลา 10:30 • ประวัติศาสตร์
ชื่อจริง "วัดโกโรโกโส" จ.พระนครศรีอยุธยา
วัดร้างสมัยอยุธยา ถ้าไม่มีประตูวัดคงไม่รู้ว่าเป็นวัด
ชาวบ้านและพระสงฆ์ร่วมกันทำนุบำรุงตามยถากรรม แม้ชื่อวัดจะไม่เป็นศิริมงคล แต่มีประวัติน่าสนใจ เป็นวัดที่พระยาตากมาขอพรหลวงพ่อแก้วให้ชนะศึก
www.unseentourthailand.com
ภาพจากแฟนเพจ: Mesak Seetoon
https://web.facebook.com/profile.php?id=100004164543503
https://www.facebook.com/177913598887727/posts/4794218733923834/
วัดโกโรโกโส เป็นวัดร้างยุค อยุธยา ในช่วงปี พ.ศ.2000 ตั้งอยู่ฝั่งเหนือริมคลองข้าวเม่า ต.ข้าวเม่า อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา
วัดโกโรโกโส เดิมชื่อ วัดคลังทอง คนในท้องที่ส่วนใหญ่มักเรียกว่า วัดสี่โอ ภายในอุโบสถซึ่งเป็นพระศักดิ์สิทธิ์ชื่อ หลวงพ่อแก้ว (หลวงพ่อดำ)
ต่อมาชาวบ้าน และพระภิกษุคิดจะบูรณะซ่อมแซมวัดขึ้นมาใหม่ แต่ก็ยากที่จะทำได้ เพราะเหลือแต่ซากปรักหักพัง จึงได้ร่วมมือกันสร้างวัดใหม่ซึ่งอยูฝั่งตรงข้ามชื่อว่า วัดสะแก ชาวบ้านจึงเรียกวัดเก่านี้ว่า "วัดโกโรโกโส" จนติดปากเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
“วัดโกโรโกโส” ชื่อแปลก..แต่มีอยู่จริง
วัดโกโรโกโส เป็นวัดสำคัญโบราณกาลอีกวัดหนึ่ง ที่พระเจ้าตากสินเคยเสด็จมาพักทัพและกราบขอพร ตั้งอยู่ หมู่ที่ 5 บ้านคลองข้าวเม่า ตำบลข้าวเม่า อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
1
3
วัดโกโรโกโส เป็นชื่อวัดที่ถูกต้อง เป็นจริง เพราะได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ อย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ คนในท้องที่ส่วนใหญ่มักเรียกว่า “วัดสี่โอ”
วัดโกโรโกโส เป็นวัดเก่าแก่ตั้งอยู่ฝั่งข้าวเม่า ตรงข้ามกับคลองธนูวัดสะแกเป็นโบราณสถาน และโบราณวัตถุเป็นวัดสำคัญโบราณกาลอีกวัดหนึ่ง ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
คำว่า โกโรโกโส เป็นภาษาพูด หมายถึงไม่มั่นคง ต่ำต้อย เช่น กระท่อมโกโรโกโส คนโกโรโกโส เป็นต้น
ถ้าไม่มีประตูวัดก็คงไม่รู้ว่านี่คือวัด ภายในคับแคบมากสภาพคล้ายกับบ้านพักของชาวบ้านอย่างเราๆท่านๆมากกว่า เมื่อเดินเข้าไปจะมีวิหารเล็กๆหลังหนึ่งมีป้ายติดไว้บอกว่า "หลวงพ่อแก้ว อายุประมาณไม่ได้ สร้างมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย"
วัดโกโรโกโส อยู่คนละฝั่งคลองกับวัดสะแกที่สร้างขึ้นใหม่ โดยมีสะพานเชื่อมระหว่างสองฝั่งคลอง ภายในอุโบสถมีพระประธานสีดำเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านมาก มีชื่อว่า"หลวงพ่อแก้ว” แต่ชาวบ้านเรียกกันว่า “หลวงพ่อดำ”
"หลวงพ่อแก้ว” คือพระประธานในโบสถ์ องค์สีดำ แต่ชาวบ้านเรียกกันว่า “หลวงพ่อดำ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่พระเจ้าตากสินเคยกราบขอพรคราพักทัพ
พระเจ้าตากสินเคยเสด็จมาพักทัพและกราบขอพร
พระครูกิ่ง คุณวโร” เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน เล่าว่า
เมื่อครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าตากสินมหาราช และทหารคู่ใจตีฝ่าวงล้อมข้าศึกออกจากกรุงศรีอยุธยาได้สำเร็จ พระองค์ได้เดินทางพร้อมกับทหารมาทางทิศตะวันออก มาพบกับวัดคลังทอง จึงหยุดพักทัพ และได้ไปกราบขอพรพระในอุโบสถซึ่งเป็นพระศักดิ์สิทธิ์ชื่อหลวงพ่อแก้ว (หลวงพ่อดำ) ท่านได้ขอพรว่า
“ข้าแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพระอุโบสถแห่งนี้ขอให้ข้าพระเจ้าได้กอบกู้เอกราชได้สำเร็จด้วยเทอญ เพื่อให้คนไทยได้มีที่อยู่ที่อาศัย”
เมื่อกล่าวคำเสร็จมีพวกชาวบ้านเห็นเหตุการณ์จึงเข้าช่วยเหลือกองทัพของพระเจ้าตากสินโดยการตำข้าวเม่าเพื่อเป็นเสบียงในการออกเดินทางไปสู้รบ และฝั่งตรงข้ามของคลองชาวบ้านอีกส่วนหนึ่งช่วยกันทำธนู และอาวุธอื่นๆเพื่อเตรียมเอาไปสู้รบกับข้าศึก
เมื่อพระเจ้าตากสินทำการสู้รบกอบกู้เอกราชได้สำเร็จท่านก็ไม่ลืมบุญคุณของพวกชาวบ้านท่านได้ทรงพระราชทานชื่อหมู่บ้านให้ ทางฝั่งคลองตำข้าวเม่าได้ทรงพระราชทานชื่อหมู่บ้านว่าหมู่บ้านคลอง-ข้าวเม่า และทางฝั่งตรงข้ามที่ทำธนูได้ทรงพระราชทานชื่อหมู่บ้านว่า บ้านธนู
ต่อมาได้รู้ถึงข้าศึกชาวพม่าว่า วัดคลังทองเป็นแหล่งขุมกำลังของคนไทยจึงจัดกองทัพมาเผาทำลายวัดและพวกชาวบ้านจนหมดสิ้น จนเป็นวัดร้างตั้งแต่บัดนั้นมา ช่วงประมาณกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ก็มีกลุ่มชาวบ้าน และพระภิกษุคิดบูรณะซ่อม-แซมวัดขึ้นมาใหม่แต่ก็ยากที่จะทำได้เพราะเหลือแต่ซากปรักหักพังจึงได้รวมตัวสร้างวัดใหม่ขึ้นซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามไปทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านธนู ซึ่งแถวนั้นเป็นป่าสะแกชาวบ้านจึงตั้งชื่อวัดว่า วัดสะแก
สาเหตุที่ต้องสร้างวัดใหม่ เพราะวัดคลังทองโบสถ์ วิหาร เศียรพระ ถูกตัดเผาทำลายจนยากที่จะบูรณะขึ้นมาใหม่ได้ชาวบ้านจึงเรียกวัดนี้ว่า “วัดโกโรโกโส” จนติดปากเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
ต่อมามีพระภิกษุรูปหนึ่งชื่อว่า “หลวงพ่อคอน สุริญาโน” (พระราชมงคลมุณี) ได้มาเที่ยวชม และได้เห็นสภาพของวัดโกโรโกโสอยู่ในสภาพทรุดโทรมมาก จึงได้บูรณะวัดขึ้นมาใหม่
หลวงพ่อคอนเห็นว่า พระพุทธรูปองค์นี้คือ หลวงพ่อแก้ว (หลวงพ่อดำ) เป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย ควรที่จะอนุรักษ์เอาไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษาประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมสืบต่อไป จึงสร้างซุ้มคลุมองค์พระพุทธรูป และต่อเศียรพระพุทธรูปให้อยู่ในสภาพเหมือนเดิม พร้อมกับสร้างถาวรวัตถุอีกมากมาย
ปัจจุบัน วัดโกโรโกโส มีพระภิกษุ4รูป แต่สภาพซุ้มของหลวงพ่อดำที่ติดกับคลองข้าวเม่า และมีพื้นที่ที่ซุ้มของหลวงพ่อดำท่านประทับอยู่ได้ถูกน้ำในคลองกัดเซาะจนพื้นดินทรุดตัวลงมา
ถึงแม้ว่าวัดนี้อาจจะมีชื่อที่ไม่ค่อยจะเป็นศิริมงคลเท่าไรแต่ต้องบอกได้เลยว่า วัดแห่งนี้มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจไม่แพ้วัดที่สวยสดงดงามบางแห่งเลยก็ว่าได้ จึงใคร่ขอเชิญผู้ใจบุญใจกุศลไปกราบไหว้หลวงพ่อดำศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพนับถือมาเป็นเวลายาวนาน และยังมีผู้คนไปขอพรบนบานได้ตามคำขอทุกประการจนเป็นที่เลื่องลือของผู้คนทั่วไป
การเดินทางไปวัดก็ไม่ยากเลยสังเกตป้ายบอกทางไปวัดสะแก กับ อ.อุทัย ให้เลี้ยวซ้ายเลย....จากนั้นขับรถตามทางเข้าไปอีกประมาณ 2-3 กม. จะเจอวัดสะแก ให้เลี้ยวเข้าวัดสะแกแต่ให้ขับเลยวัดนี้ไป ขึ้นสะพานข้ามคลอง จะเจอวัดโกโรโกโส อยู่ทางขวามือ
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก
http://www.weloveayutthaya.com/
1 บันทึก
1
4
1
1
4
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย