11 ต.ค. 2021 เวลา 12:35 • ปรัชญา
เหตุเกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ก่อนมีโควิด
#เพียงแค่เดิน
เมื่อสองวันที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปเดินออกกำลังกายที่สวนสาธารณะ ตั้งใจไว้ว่าจะเดินสักสองรอบ รอบละ 2.5 กม. รวมเป็น 5 กม. มีผู้คนมากมาย กำลังเดิน กำลังวิ่ง ออกกำลังกายอยู่ บ้างก็ร่วมวิ่งกันเป็นกลุ่ม บ้างก็ออกกำลังกายคนเดียว ดูแต่ละคนหน้าตาสดชื่น
เมื่อเริ่มเดิน ก็ได้ตั้งสติไว้กับการย่างก้าวไปด้วย ก้าวเท้าซ้ายรู้ ก้าวเท้าขวารู้ เดินไปเรื่อยๆ เห็นคนเดินอยู่ข้างหน้าไกลๆ เกิดความคิดขึ้นว่า จะต้องเดินให้ทันคนข้างหน้าไกลๆนั้น และต้องเดินแซงไปให้ได้ จึงเร่งฝีเท้าขึ้น เร็วขึ้น แต่ยังคงตั้งสติไว้กับการย่างก้าวซ้าย/ขวาอยู่ จึงเริ่มเหนื่อย หายใจแรงขึ้น และสังเกตุว่าเดินไม่ได้เร็วขึ้นเท่าไร ปล่อยการตามรู้การย่างก้าว แล้วเปลี่ยนมาตั้งสติไว้กับลมหายใจ หายใจเข้ารู้ หายใจออกรู้ และปล่อยให้หายใจไปตามที่ร่างกายต้องการ รู้สึกหายเหนื่อย และเดินได้เร็วขึ้น ยิ่งเดินได้เร็วขึ้น ก็ยิ่งดีใจ ที่เห็นว่า ใกล้คนข้างหน้าที่หมายตาไว้มากขึ้น จึงเร่งฝีเท้าขึ้นอีก ในที่สุดก็ตามทันและแซงไปได้ แต่ไม่นาน ก็มีคนอื่นที่ตามมา เดินแซงเราไป เกิดมานะ เร่งฝีเท้าขึ้นไปอีก ตามลมหายใจไปด้วย จนทัน และแซงไปได้ แต่อีกไม่ถึงอึดใจ ก็มีคนเดินเร็วกว่าข้างหลัง แซงเราไปอีก
จึงได้คิดว่า เรามาเดินออกกำลังกาย ไม่ใช่มาแข่งเดิน จึงวางความคิด ที่จะเดินเร็วขึ้นๆ นั้นลง รู้สึกสบายขึ้นทันที สติสัมปชัญญะ กลับมาทันที รู้สึกถึงแดดร้อนๆที่กระทบผิว รู้สึกถึงลมเย็นๆที่พัดผ่าน รู้สึกถึงอากาศดีๆจากต้นไม้ จึงเดินไปเรื่อยๆ แซงเขาบ้าง ถูกแซงบ้าง จึงเกิดความเข้าใจ ว่า การเดินมันก็แค่นี้ ไม่ใช่การเอาชนะคนอื่น แต่มันคือการชนะตัวเอง ความเป็นจริงอยู่แค่ว่า ถ้าเราเดินเร็วกว่า เราก็แซงเขา เราเดินช้ากว่า ก็ถูกเขาแซง ไม่ได้เป็นสาระสำคัญของการเดิน สาระของการเดินคือ ได้ออกกำลังกาย ได้อากาศดีๆ ได้มีความสุขกับการเดิน
การเดินครั้งนี้ นอกจากได้ออกกำลังกายแล้ว ยังทำให้ได้ลดมานะในจิตลงไปได้อีกนิดหนึ่ง
โฆษณา