มีบัญชีอยู่แล้ว?
4 วิธีป้องกันตัวง่าย ๆ จากมิจฉาชีพออนไลน์
มิจฉาชีพในโลกออนไลน์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ สแกมเมอร์ (Scammer) เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับการลงทุน คริปโทเคอร์เรนซีก็เช่นกัน เราอาจพบเห็นข่าวของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพเหล่านี้และสูญเสียทรัพย์สินกันไปนับไม่ถ้วน
ดังนั้น การเรียนรู้วิธีหลีกเลี่ยงและระวังตัวจากมิจฉาชีพจึงเป็นสิ่งสำคัญที่นักลงทุนทุกคนควรรู้ไว้ เพื่อที่จะไม่ตกเป็นเหยื่อ และยังสามารถช่วยกันระวังภัยให้กับเพื่อน ๆ นักลงทุนได้อีกด้วย
ในบทความนี้ เราได้รวมวิธีป้องกันตัวจากมิจฉาชีพบนโลกออนไลน์ที่ทุกคนสามารถทำตามกันได้ง่าย ๆ ดังนี้
1.ระวังเว็บไซต์ปลอม
หนึ่งในวิธีที่มิจฉาชีพนิยมใช้บนโลกออนไลน์ก็คือการสร้างเว็บไซต์ปลอม โดยมักจะสร้างให้คล้ายคลึงกับของจริง แต่สิ่งที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ก็คือ URL เราจึงสามารถสังเกต URL เพื่อแยกแยะเว็บไซต์ที่น่าสงสัยได้ โดยมีวิธีสังเกต คือ
A.เว็บไซต์ที่เข้ารหัสข้อมูลอย่างถูกต้อง มักจะขึ้นต้นด้วย https หรือมีเครื่องหมายแม่กุญแจที่ช่อง URL ส่วนเว็บไซต์ที่ต้องระวังมักจะเป็น http (ไม่มี s) และเบราวเซอร์จะแจ้งเตือนว่าเว็บไซต์นี้อาจไม่ปลอดภัย (Not secure)
B.บางครั้ง มิจฉาชีพอาจใช้ชื่อเว็บไซต์ที่คล้ายกับของจริง แต่แอบเปลี่ยนอักษรบางตัวให้คล้ายกับอีกอักษรหนึ่ง เช่น ใช้ [1] แทน [i] ของ bitkub กลายเป็น www.b1tkub.com หรือ ใช้ [0] แทน [o] เป็นต้น
C.ใช้เครื่องมือช่วยตรวจสอบเว็บไซต์ เช่น Google Transparency Report หรือ Sitechecker
2.สังเกตุเพจปลอม
บนโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook ผู้ให้บริการทั้งรายเล็กรายใหญ่สามารถสร้างเพจเพื่อให้ลูกค้าติดตามข่าวสาร ประกาศ และกิจกรรมต่าง ๆ ได้ แต่นี่ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่มิจฉาชีพใช้หาเหยื่ออีกเช่นกัน
สิ่งที่พบเห็นได้บ่อยก็คือ “เพจปลอม” ซึ่งมิจฉาชีพจะสร้างเพจที่มีหน้าตาและชื่อคล้ายกับเพจจริง แต่เรามีวิธีสังเกตเพจปลอมง่าย ๆ 2 วิธี ดังนี้
A.สังเกตเครื่องหมาย Official
โซเชียลมีเดียอย่าง Facebook หรือ Line จะมอบตราสัญลักษณ์ให้กับเพจที่ลงทะเบียนอย่างถูกต้องและปลอดภัย เช่น
-Facebook เป็นเครื่องหมายถูกสีน้ำเงิน หรือเรียกว่า Verified Badge
-Line เป็นเครื่องหมายสีเขียว หรือเรียกว่า Official Badge
B.สังเกตยอด Like หรือ Follower
เพจทางการที่เปิดมานานและเชื่อถือได้มักจะมียอด Like (ถูกใจ) และ Follower (ผู้ติดตาม) ค่อนข้างเยอะ ในขณะที่เพจปลอม มักจะมียอดเหล่านี้ค่อนข้างน้อย ส่วนมากไม่เกินหลักพัน จึงเป็นอีกจุดที่ใช้สังเกตได้นั่นเอง
1
3.ไม่สนใจข้อความแจกเหรียญ
คราวนี้มิจฉาชีพมาจะในรูปแบบของข้อความ ทั้งตามคอมเมนต์ ข้อความส่วนตัว อีเมล SMS ตลอดจนการโทรศัพท์ ซึ่งจะมีลักษณะคล้าย ๆ กัน เช่น “แจก ETH 5 เหรียญ แต่ต้องโอนมาให้เราตามที่อยู่นี้ก่อน 2 เหรียญ” หรือ “คุณคือผู้โชคดีได้รับ 1 BTC โปรดเข้าลิงก์และยืนยันตัวตน” เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงมิจฉาชีพแบบ Ponzi Scheme ที่เป็นกลโกงรูปแบบหนึ่ง โดยจะหว่านล้อมเหยื่อด้วยข้อความหรือคำสัญญาที่สวยหรู แต่มีเงื่อนไขคือผู้ลงทุนต้องชวนผู้อื่นเข้ามาลงทุนเพิ่มถึงจะได้ผลตอบแทน เมื่อผ่านไประยะหนึ่ง มิจฉาชีพก็จะปิดตัวและเชิดเงินของนักลงทุนหนีไปโดยไม่มีการแจ้งเตือนใด ๆ
ทั้งนี้ หากเผลอเข้าลิงก์ที่แนบมาพร้อมกับข้อความประเภทนี้ ลิงก์มักจะพาเหยื่อเข้าสู่เว็บไซต์ปลอมตามข้อ 1 และหลอกให้เหยื่อกรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อบัญชี รหัสผ่าน อีเมล ฯลฯ เพื่อเอาข้อมูลเหล่านี้ไปใช้อย่างไม่เหมาะสมต่อไป
วิธีสังเกตคือ หากเป็นการแจกเหรียญ (Airdrop) หรือรางวัลต่าง ๆ ทางผู้ให้บริการที่ถูกกฏหมายจะมีการประกาศชื่อผู้โชคดีบนเว็บไซต์หรือเพจอย่างเป็นทางการเสมอ
4.อย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวให้ใคร
ข้อนี้สามารถใช้ร่วมกับทุกข้อที่กล่าวมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากข้อมูลส่วนของผู้ใช้ไม่ว่าจะเป็น ชื่อ-นามสกุล เบอร์โทร รหัสผ่าน วันเกิด อีเมล รวมถึง Private Key สำหรับผู้ที่ใช้ Wallet ส่วนตัว ทั้งหมดนี้ไม่ควรเปิดเผยให้ใครทราบ โดยเฉพาะคนที่ไม่รู้จัก
หากมีความจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลจริง ๆ โปรดระลึกไว้เสมอว่าผู้ให้บริการจะไม่สอบถามรหัสผ่านหรือ Private Key ไม่ว่ากรณีใด ๆ หากถูกสอบถามข้อมูลเหล่านี้ ให้สงสัยว่าเป็นมิจฉาชีพเสมอ
นอกจากการไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวแล้ว เรายังสามารถเสริมความปลอดภัยให้กับบัญชีของตัวเองได้ ด้วยวิธีง่าย ๆ ดังนี้
1.ตั้งรหัสผ่าน โดยมีตัวอักษรภาษาอังกฤษทั้งตัวเล็กและใหญ่ (a,A) ตัวเลข (1,2,3) และ อักขระพิเศษ (@,$,%) ผสมกัน รวมถึงตั้งรหัสให้มีความยาวมากกว่า 12 ตัวขึ้นไป
2.เปลี่ยนรหัสผ่านสำคัญอย่างน้อยทุก ๆ 6 เดือน หรือเมื่อสงสัยว่ารหัสผ่านเดิมไม่ปลอดภัย
3.เปิดฟังก์ชัน SMS OTP เนื่องจากเป็นฟังก์ชันที่ขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัยที่สุดฟังก์ชันหนึ่งในปัจจุบัน หรือถ้าจะยกระดับความปลอดภัยขั้นสูงสุด ก็สามารถเปิดฟังก์ชัน 2FA ร่วมได้อีกขั้น
สรุป
ท้ายที่สุดนี้ วิธีป้องกันมิจฉาชีพที่ดีที่สุดก็คือ “การมีสติ” ไม่หลงเชื่อข้อความที่น่าดึงดูดโดยไม่ไตร่ตรองความเป็นจริงให้ดีเสียก่อน และหมั่นสังเกตสิ่งที่อาจเป็นสัญญาณของมิจฉาชีพ ไม่ว่าจะเป็นชื่อเว็บไซต์ จำนวนผู้ติดตาม และการให้สัญญาที่เกินจริง เป็นต้น
อ้างอิง Avast, kaspersky
ลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีอย่างปลอดภัยและถูกต้องตามกฏหมาย เริ่มต้นเพียง 10 บาท! กับ Bitkub กระดานซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำของไทย ได้รับใบอนุญาตอย่างเป็นทางการจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
*การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ควรศึกษาและทำความเข้าใจก่อนลงทุน*
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      CRIME: ตร.สอบสวนกลาง - อย. ปูพรมตรวจร้านขายยาทั่วประเทศ พบกระทำผิดกฎหมายกว่า 100 ราย วันนี้ (24 ม.ค. 65) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. และ นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมแถลงผลการกวาดล้างจับกุมร้านขายยาที่ไม่ได้รับอนุญาต และได้รับอนุญาตแต่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยระดมตรวจค้นทั่วประเทศ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 127 ราย พร้อมยึดของกลางที่เกี่ยวข้องกว่า 359 รายการ
      7 เทรนด์สำคัญที่จะกำหนด Media Strategy ในปี 2022 เมื่อปีใหม่เริ่มต้นขึ้น มีหลายสิ่ง ‘ใหม่’ ที่ตามมาด้วย เช่น เทคโนโลยี เศรษฐกิจ กระแสสังคม และพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค แม้แต่เรื่องที่เราคิดว่าอาจจะเหมือนเมื่อปีก่อน (อย่างสถานการณ์โรคระบาด) ก็มีความผันผวนอยู่ตลอด
      ฝึกตัวเองให้ “ออมเงินได้ดั่งใจ” ด้วยทฤษฎี Nudge Theory จาก ศาสตราจารย์รางวัลโนเบล การออมเงินหรือการเก็บเงิน เป็นเรื่องที่ไม่ว่าใครๆ ก็พูดกัน แต่เมื่อถึงเวลาต้องทำจริงๆ สำหรับบางคนการเก็บเงิน ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะตลอดเวลาก็มักมีค่าใช้จ่ายโน่นนี่นั่น ทำให้ต้องควักเงินออกจากกระเป๋ามาใช้ได้ตลอด
      เปิดศึกเมืองหลวง! สแกนโปรโฟล์ 4 แคนดิเดต ชิงเก้าอี้ "ผู้ว่าฯ กทม." ประกาศชัดเจนอีกหนึ่งพรรคการเมือง สำหรับการเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.จากพรรคก้าวไกล สำหรับชื่อ "วิโรจน์ ลักขณาอดิศร" ส.ส.บัญชีรายชื่ออันดับที่ 34 กลายเป็นพรรคการเมืองที่สองต่อจากพรรคประชาธิปัตย์ ได้เปิดตัว "ดร.เอ้" ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ไปแล้วเมื่อเดือน ธ.ค.2564
      ดูทั้งหมด