24 ต.ค. 2021 เวลา 11:10 • นิยาย เรื่องสั้น
เรื่อง...มนต์รักข้ามภพ
เขียน...CORDIA
หมวด...นิยายรักผู้ใหญ่
ตอนที่ 15
สิ่งของแทนใจ
"อยากรักปรางในน้ำ" เขากระซิบบอกข้างแก้มนิ่ม กดจมูกฝังแก้มอย่างอดใจไม่อยู่ ปรางขัดเขินในคำพูดตรงไปตรงมาของเขา
////ปิดเนื้อหา////
"จะเข้าแล้วนะ" ปรางมองค้อนเมื่อรู้ว่าถูกแกล้ง หญิงสาวก้มงับหัวนมสีเข้มดูดดึงเข้าปากจนเจ้าของมันร้องครางเสียงดัง
"ปรางอ่า เสียวเป็นบ้าเลย"
จังหวะเข้าด้ายเข้าเข็มทำให้น้ำในสระว่ายน้ำกระเพื่อมสั่นไหวและเกิดการกระทบกันเสียงดังเป็นลูกคลื่น บ่งบอกให้รู้ว่าคนสองคนในน้ำไม่ได้ว่ายน้ำกันเพียงอย่างเดียวแน่นอน
อีกด้านของคนที่เอาลูกสาวเข้านอนก่อนเพื่อน ตื่นขึ้นมาเพราะอยากเข้าห้องน้ำ เนตรเดินผ่านห้องนั่งเล่นซึ่งมีประตูเลื่อนแบบกระจกใสที่สามารถมองออกไปเห็นด้านนอกได้ และเธอก็สังเกตเห็นเงาดำ ๆ ในน้ำ จึงเดินเลี้ยวเข้ามาเพื่อดูใกล้ ๆ ว่าสิ่งที่เธอเห็นนั้นคืออะไรกันแน่ เนตรมองเห็นใบหน้าสวยงดงามที่ตอนนี้เหยเกด้วยความเสียว ผู้ชายที่ยืนหันหลังให้เธอในน้ำต้องเป็นหมอธาดา ผิวน้ำที่กระเพื่อมขึ้นลงทำให้เธอเข้าใจได้ในทันทีว่าทั้งสองกำลังทำสิ่งใด
เนตรจ้องมองนานเกิดความรู้สึกเสียวสยิวหวิวที่กึ่งกลางกาย เธอรู้สึกถึงความเปียกชื้นของกางเกงใน เธอจ้องมองพร้อมยกมือบีบคลึงหน้าอกตัวเอง ตั้งแต่คนเป็นพ่อของลูกมีพฤติกรรมกินไม่เลือกทำให้เนตรนึกกลัวว่าตนเองจะติดโรคจากสามีหรือผู้หญิงที่สามีเธอไปมั่วกามด้วย กิจกรรมบนเตียงของทั้งสองจึงไม่ค่อยเกิดขึ้น แต่พอได้มาเห็นบทรักอันเร่าร้อนซาบซ่าของเพื่อนสามีกับแฟนสาว ยิ่งทำให้เธอเกิดความกระสัน เธอลูบไล้ร่างกายตนเองพร้อมทรุดกายนั่งกับพื้นบ้านแยกขาทั้งสองออกกว้าง
เป้ากางเกงในของเธอเปียกชื้นเป็นวงกว้าง แต่สายตายังไม่หยุดจ้องมองคนสองคนในสระว่ายน้ำ เธอถอดกางเกงในของตนเองออกจากขาข้างหนึ่งมันจึงคาอยู่ที่ขาอีกข้าง ใช้นิ้วของตนเองแหย่เข้าออกในรูสวาทเป็นจังหวะ เพียงนิ้วมือมันยังไม่ถึงใจเธอ เนตรจึงมองสิ่งของรอบกายสายตาไปปะทะเข้ากับขวดเบียร์ที่สามีกับเพื่อนดื่มกินกันจึงเอื้อมมือไปหยิบมาหนึ่งขวด
"อื้อ อา" จับหันปากขวดเขี่ยกลีบอวบอูมของตนเอง แทรกเข้าไปถึงติ่งเสียว เธอมองออกไปที่สระว่ายน้ำเห็นปรางขึ้นนั่งที่ขอบสระขาข้างหนึ่งหย่อนลงไปในน้ำ ส่วนอีกข้างตั้งชันขึ้น
ส่วนธาดายังคงยืนหันหลังให้เธออยู่ในน้ำ ศีรษะของเขาอยู่ในระดับเดียวกับสะดือของปราง เนตรเกิดความวูบวามในช่องท้อง หัวใจตื่นเต้นโครมครามไม่เคยต้องมานั่งช่วยตัวเองแล้วมองคนอื่นร่วมรักกันเช่นนี้มาก่อน เธอดันปากขวดเข้าไปในรูสวาทลึกเกือบสิบเซนติเมตรชักเข้าชักออกไปตามแรงปรารถนาของร่างกายที่ตอนนี้แทบลุกโชนเผาไหม้ อาการรุ่มร้อน เธอไม่เคยนึกคิดมาก่อนว่าการได้มองคนสองคนร่วมรักกันต่อหน้าต่อตาใกล้ชิดถึงเพียงนี้ จะทำให้เธอกระหายอยากได้มากมายถึงเพียง หนังโป๊ที่เคยดูกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลย
////ปิดเนื้อหา////
ฟากคู่รักแสนหวานเมื่อแต่งตัวกันเรียบร้อยจึงตระกองกอดพากันเดินเข้ามาในตัวบ้าน ธาดาสอดส่องสายตาดูภายในตัวบ้านว่าไม่มีใครตื่นมาแอบดูพวกเขาทำกิจกรรมรักในน้ำ จังหวะที่กำลังย่างเท้าฝ่าความมืดมิดที่มีเพียงแสงไฟสลัวจากด้านนอกเท่านั้น
เคร้ง!
"อุ๊ย ขวดเบียร์นี่ค่ะ" ปรางเดินเตะขวดเบียร์ที่เนตรลืมวางเอาไว้ เสียงอุทานของเธอทำให้ธาดาย่อตัวก้มลงมองที่เท้า ตรวจดูผ่านความมืดว่าหญิงสาวไม่ได้บาดเจ็บ
"ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ได้ล่ะ" ธาดาคิ้วขมวดสงสัย เขาดื่มกินกับเพื่อนอยู่ที่โซฟาทำไมขวดถึงมาวางขวางประตูทางเดินเช่นนี้ แล้วบริเวณรอบยังมีน้ำกระจายอยู่รอบ ๆ อีกด้วย
"สงสัยหนูจะลืมเก็บมั้งคะ" ปรางพูดด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้มนึกโทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง ทั้งสองจึงไม่ได้เอามาใส่ใจเท่าไรนัก ธาดาพาปรางเดินขึ้นไปบนห้องนอน อาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเข้านอน พรุ่งนี้เช้าจะต้องออกเดินทางแต่เช้าตรู่
หลังจากทีร่ำลาแยกย้ายกันขึ้นรถ ธาดาเป็นคนออกค่าปรับที่ไม่ได้เก็บกวาดทำความสะอาดบ้านพักให้อยู่ในสภาพเดิมก่อนเข้าพัก และจ่ายค่าเสียเวลาให้แม่บ้านต่างหาก เขาจำต้องแวะพักในจุดพักรถถึงสองครั้งก่อนถึงกรุงเทพฯ เพียงเพราะเมื่อคืนเขาไม่ได้หลับและอ่อนเพลียมากไม่เคยต้องเสียแรงกับเรื่องเซ็กซ์มากเท่านี้มาก่อน ด้านปรางนั่งรถมาได้สักพักเธอก็เข้าสู่นิทราไปแล้ว เขาปล่อยให้เธอหลับ หน้าตาของคนตัวเล็กซีดเผือดอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อคืนตอนที่เขานอนกอดร่างบางเธอมีอาการไข้ขึ้นตัวร้อนรุ่ม ๆ จึงต้องปลุกขึ้นมาทานยาแก้ไข้
เขาขับรถไปหันมามองคนหลับไป อดนึกถึงเรื่องที่คุยกับเพื่อนเมื่อคืนนี้ไม่ได้เลย เขาคิดว่ามันสมควรแก่เวลาแล้ว เขาอยากให้ปรางมั่นใจและอยากแสดงความชัดเจนกับเธอให้มากกว่าที่เป็นอยู่ ทุกคนรอบกายของเขาต่างรู้ดีในความสัมพันธ์ของเขาและปราง ธาดาเองก็อยากให้เธอมั่นใจในตัวของเขาว่าเขานั้นจริงใจกับเธอเพียงคนเดียว
กลับคืนสู่ชีวิตปกติเหมือนเดิมธาดาถึงบ้านเมื่อตอนสิบโมง เขามีเวลาได้นอนพักก่อนเข้าเวรตอนบ่ายสอง ก่อนขับรถไปโรงพยาบาลเขาหอบเอาเสื้อผ้าที่ใช้แล้วไปที่ร้านซักรีดในหมู่บ้าน เพราะไม่อยากให้เกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นกับปรางอีก เมื่อหลายวันก่อนเขาปล่อยให้ปรางใช้เครื่องซักผ้าที่บ้านด้วยตัวเอง เธอเอารองเท้าผ้าใบกับกระเป๋าเป้ของเขาใส่ถังซัก ทำให้เครื่องรวนและเกิดช็อตกลายเป็นเครื่องซักผ้าผีสิงเดินได้ หญิงสาวกลัวจนวิ่งหนีขึ้นห้องนอนและไม่ลงมาดูจนกระทั่งเครื่องซักผ้าดับไปเองเพราะปลั๊กไฟหลุดจากเต้าเสียบ
ระหว่างวันหลังจากทานข้าวแล้ว ธาดาขับรถไปที่ห้างสรรพสินค้าใกล้ ๆ เขาแวะเข้าไปในร้านจิวเวลรี่แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นร้านที่โด่งดังมีชื่อเสียงในเรื่องแหวนแต่งงาน พนักงานสาวเดินเข้ามาต้อนรับเขาเป็นอย่างดี
"คุณผู้ชายสนใจแบบไหนหรือคะ" พนักงานสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพนอบน้อม
"แหวนคู่ครับ"
"ขออนุญาตแนะนำเป็นคู่นี้นะคะ ของคุณผู้หญิงจะเป็นสองเส้นสายโค้งมุ่งเข้าหากันอย่างอ่อนโยนสื่อถึงสองใจซึ่งดึงดูดกันสู่รักอันเป็นหนึ่ง ส่วนวงของคุณผู้ชายยึดคติเรียบง่ายแต่ดูดีอย่างที่สุด ด้วยความพิเศษในการรังสรรค์ตัวเรือนไวท์โกลด์ ฝังเพชรแบบรับโอเวอร์ที่โอบล้อมเพชรไว้อย่างครบถ้วนทั้งเม็ด เป็นสัญลักษณ์แทนรักแท้ที่จริงใจอย่างหมดจดค่ะ" ธาดาฟังอย่างตั้งใจ เขาแย้มยิ้มเมื่อความหมายของแหวนทั้งสองวงนี้สะกิดหัวใจ
"ผมเอาคู่นี้ครับ"
ธาดากลับเข้าโรงพยาบาลอีกครั้งวันนี้เขามีเคสผ่าตัด ซึ่งเป็นเคสที่ไม่หนักหนาอะไรมากนัก ใช้เวลาในการผ่าตัดไม่เกินหนึ่งชั่วโมง คนไข้รายนี้เป็นฝีที่ต้นขาข้างซ้ายทำให้เดินไม่ถนัด หมอธาดาจึงฉีดยาชาแล้วลงมือผ่าฝีให้ เมื่อผ่าตัดแล้วเสร็จคุณหมอธาดาจึงเดินกลับห้องทำงานของตนเอง การที่ต้องก้ม ๆ เงย ๆ เป็นเวลานานทำให้เขามีอาการปวดเมื่อยต้นคอ ธาดาจึงนวดคอแล้วบิดคอไปทางซ้ายขวาเพื่อไล่ความปวดเมื่อย
พยาบาลน้ำฝนเดินเข้ามาในห้องพอดี สายตาเฉียบเหลือบมองไปที่ถุงกระดาษใบเล็กสีขาวที่พิมพ์ชื่อร้านเป็นภาษาอังกฤษสีทองไว้ที่ถุงด้วย จิวเวลรี่ เกิดความสงสัยคุณหมอธาดาซื้อเครื่องประดับอะไรและซื้อไปให้ใคร น้ำฝนจึงต้องแสร้งยิ้มเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้าไปหา สองมือบางยกขึ้นมาบีบนวดต้นคอและหัวไหล่ให้เขา
"อ้าว พยาบาลน้ำฝน มีอะไรหรือเปล่าครับ" หมอธาดาที่หลับตาอยู่สะดุ้งลืมตาเอียงตัวมองเจ้าของมือที่นวดให้เขาอยู่ พอรู้ว่าเป็นพยาบาลน้ำฝนจึงดึงมือบางออกจากหัวไหล่อย่างสุภาพ
"ต้องมีอะไรด้วยเหรอคะ น้ำฝนเห็นว่าหมอเหนื่อยเลยมานวดให้ค่ะ สบายขึ้นไหมคะ" น้ำฝนไม่สนใจอาการขัดขืนของอีกฝ่าย
"ผมดีขึ้นแล้ว ขอบคุณมาก" ธาดาตอบน้ำฝนเสียงห้วนสั้น แต่น้ำฝนกลับพิงบั้นท้ายของเธอเข้าที่ขอบโต๊ะทำงาน แล้วโน้มตัวเข้าหาคุณหมอธาดาที่นั่งอยู่
"วันนี้น้ำฝนกลับด้วยได้ไหมคะ พี่ชายน้ำฝนไม่อยู่บ้านเลยไม่มีใครมารับ"
เธอแจ้งเจตนารมณ์กับเขาด้วยแววตาออดอ้อนร้องขอ ธาดาไม่เชื่อที่เธอพูดว่าผู้ชายที่มารับมาส่งเธอเป็นเพียงแค่พี่ชายของน้ำฝนเท่านั้น ธาดาแค่นยิ้มและส่งเสียงไม่สบอารมณ์ในลำคอ จ้องมองใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางจนหนาปกปิดเนื้อแท้ เขาไม่ชอบผู้หญิงแต่งหน้าจัดแบบนี้เท่าไรนัก มันดูไม่เป็นธรรมชาติ อดเปรียบเทียบกับผู้หญิงอีกคนที่รอเขาอยู่ที่บ้านไม่ได้เลย ปรางไม่ได้แต่งหน้าอะไรเลยมีเพียงครีมบำรุงผิว ลิปมันกับแป้งฝุ่นที่เขาซื้อมาให้ใช้เท่านั้น ไม่แต่งก็สวยดี
"ก็ได้ครับ" ธาดานิ่งไปสักพักก่อนตอบ
"ขอบคุณนะคะ น้ำฝนจะตอบแทนให้ถึงใจเลยค่ะ"
เธอโน้มหน้าจุ๊บที่ปากและแก้มทั้งสองข้างของธาดาก่อนจะลุกออกไป เมื่อในห้องไม่มีใครมารบกวนแล้วธาดาจึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดอะไรบางอย่างก่อนจะวางไว้ที่เดิม สิ่งที่เขาสนใจมากกว่าคือสิ่งของในถุงกระดาษนั้นต่างหาก ธาดาอยากกลับให้ถึงบ้านไว ๆ เมื่อได้เวลาเลิกงานเขาไม่รีรอรีบคว้ากระเป๋าสัมภาระรวมถึงสิ่งสำคัญเดินลงลิฟต์ไปที่ลานจอดรถทันที
ตะวันที่นั่งอยู่ในร้านเครื่องดื่มกลางคืนแห่งหนึ่ง เป็นสถานที่ที่เขามาบ่อยมากเวลาที่เหงา ๆ ในความเป็นจริงที่เขามาที่ร้านนี้เพราะว่านัดสาวเอาไว้ ร้านนี้เป็นสถานที่นัดพบเขากับผู้หญิงที่เขาซื้อไว้แก้เหงาต่างหาก ระหว่างรอสาวอยู่นั้น ตะวันได้รับข้อความจากเพื่อนสนิทว่าให้ไปหาที่โรงพยาบาลช่วงสี่ทุ่ม ทีแรกเขาเกิดความสงสัยงุนงงก่อนที่ทุกอย่างจะกระจ่าง หมวดตะวันรีบเช็กบิลโทร.ยกเลิกนัดโดยโอนค่าขนมเป็นของปลอบใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนจะรีบบึ่งรถไปหาเพื่อนที่โรงพยาบาลทันที
'น้ำฝนจะให้ไปส่ง'
เขามาถึงแต่ธาดากลับไปก่อนหน้านั้นแล้ว มันไม่ได้อยู่รอเขา ตะวันไม่ได้ต่อว่าอะไรเพื่อน เขาเดินขึ้นลิฟต์ไปยังห้องทำงานของเพื่อน เปิดประตูเข้าไปเจอน้ำฝนที่ทำสีหน้าหงุดหงิดอารมณ์เสีย เขาสามารถเดาได้ทันทีว่าเธอเป็นอะไร
"สวัสดีครับ" น้ำฝนเหลือบตาขึ้นมองผู้มาใหม่ด้วยความแปลกใจว่าทำไมเพื่อนคุณหมอธาดาถึงมาอยู่ที่นี่ได้
"สวัสดีค่ะ มาหาหมอธาดาเหรอคะ แต่ว่าหมอเขากลับไปแล้วนะคะ" น้ำฝนจีบปากจีบคอพูด เจ็บใจที่ถูกเขาหลอกเธอรึอุตส่าห์ดีใจจนเนื้อเต้นที่จะได้เอาคืนปราง
"อ๋อ เหรอครับแล้วทำไมน้องน้ำฝนยังไม่กลับหรือครับ"
"รู้จักน้ำฝนด้วยเหรอคะ" จากที่อารมณ์ไม่ดีเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นยิ้มยั่วยวนแทน เมื่อผู้ชายตรงหน้ารู้จักชื่อเธอ
"รู้จักสิครับ ผู้หญิงสวย ๆ อย่างน้ำฝนทำไมผมจะไม่รู้จัก ถ้าหมอธาดาไม่อยู่แล้วผมก็คงต้องกลับ" ตะวันพูดขณะที่สายตาจ้องมองแทะโลมเรือนร่างเย้ายวนอย่างมีเลศนัย และน้ำฝนเองเหมือนรู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรเธอเดินย่างเท้าเรียวอวบอั๋นเข้าไปหานายตำรวจหนุ่มใหญ่
"จะเป็นอะไรไหมถ้าน้ำฝนจะขอติดรถกลับด้วยได้ไหมคะ"
น้ำฝนฉวยมือสากเป็นจับลูบเบา ๆ เพื่อออดอ้อนขอให้อีกฝ่ายไปส่งอย่างใจกล้า เธอรู้กิตติศัพท์ของผู้หมวดคนนี้ดีว่าเจ้าชู้เพียงใด และมีหรือที่เธอยั่วขนาดนี้แล้วจะไม่ตบะแตกให้มันรู้ไป
นายตำรวจยศผู้หมวดขับรถพาพยาบาลสาวที่ตนหมายตาเอาไว้มาส่งถึงหน้าหอพัก ซึ่งห่างจากโรงพยาบาลเพียงหกกิโลเมตรเท่านั้น แต่ใช้เวลาเป็นชั่วโมง เนื่องจากระหว่างการจราจรติดขัดนัก
"น้ำฝนอยู่คนเดียวเหรอครับ" ตะวันชวนคุยเพื่อประวิงเวลาเอาไว้ เขารอดูท่าทีของเธอว่าจะทำอย่างไรต่อไป แต่ก็พอเดาได้ว่าเธอต้องการสิ่งใด ซึ่งคาดว่าจะตรงกับใจเขา
"วันนี้น้ำฝนอยู่คนเดียวค่ะ"
"เหรอ เอ่อ ผมขอขึ้นไปเข้าห้องน้ำได้ไหมครับ พอดีปวดท้องตั้งแต่อยู่โรงพยาบาลแล้ว" น้ำฝนอมยิ้มน้อย ๆ เสแสร้งทำไร้เดียงสาก่อนจะเอ่ยปากอนุญาตให้อีกฝ่ายขึ้นห้อง
พอขึ้นห้องมาได้ตะวันทำทีเข้าห้องน้ำอย่างที่เอ่ยปากขอขึ้นห้องมา ส่วนน้ำฝนระหว่างรอตะวันเข้าห้องน้ำ เธอสลัดชุดพยาบาลออกไม่เหลืออาภรณ์ห่มกายแม้แต่ชิ้นเดียว หยิบผ้าเช็ดตัวมาพันกายแทนเดินไปที่ห้องครัวเพื่อเตรียมน้ำแร่เย็น ๆ ไว้ต้อนรับแขกพิเศษ เธอทำทีไม่สนใจคนในห้องน้ำเปิดโทรทัศน์ดูช่องรายการเพลงแล้วร้องฮัมเพลงในลำคอ
เธอได้ยินเสียงเปิดประตูห้องน้ำ บ่งบอกว่าเขาทำธุระเสร็จแล้วแต่เธอยังคงเปิดตู้เย็นก้มหยิบนู่นดูนี่อยู่ ตะวันเดินตามเสียงกุกกักเข้ามาในส่วนที่เป็นครัว คอนโดที่น้ำฝนอยู่เป็นห้องรวมที่มีประตูกระจกกั้นในส่วนที่เป็นห้องนอน ห้องครัวห้องนั่งเล่นอยู่ในพื้นที่เดียวกันมีห้องน้ำหนึ่งห้อง
ตะวันส่งสายตาเจ้าชู้มองแทะเล็มเรือนร่างเย้ายวนของคนตรงหน้า เธอจงใจยั่วเขา น้ำฝนอยู่ในผ้าเช็ดตัวผืนเดียวที่มีหมิ่นเหม่ ข้างบนปิดได้เพียงครึ่งเต้าช่วงล่างก็แทบเห็นแก้มก้น หมวดตะวันลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก เจอผู้หญิงยั่วแบบนี้ออกจะบ่อย แต่น้ำฝนกลับน่าค้นหามากกว่าใคร มันได้อารมณ์เขาเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ในเมื่อชัดเจนแบบนี้ตะวันจึงไม่คิดเยอะซอยเท้าเดินเข้าไปหาร่างอวบอั๋นที่ก้มหยิบอะไรบางอย่างในตู้เย็น
"อุ๊ย" น้ำฝนแสร้งตกใจ รีบหันมาบอกด้วยแววตาตื่นกลัวแสร้งทำ
"ทำอะไรอยู่เหรอครับ" ตะวันไม่เอ่ยขอโทษแต่เดินเข้าประชิดตัวจากด้านหลังแทน
"เอ่อ น้ำฝนกำลังอุ่นแกงที่ซื้อมาจากโรงพยาบาลอยู่ค่ะ ถ้าไม่รังเกียจทานข้าวด้วยกันไหมคะ"
"ผมกำลังหิวพอดี" ตะวันบดเบียดส่วนตุงนูนของตนเองเข้ากับบั้นท้ายงอนงามของเธอ กระซิบเสียงแหบแห้งข้างใบหู มือสากลูบไล้ไปตามลำแขนเรียว น้ำฝนพลิกตัวหันกลับมาเผชิญหน้ากับผู้หมวด แววตาฉายชัดแน่วแน่เชิญชวน เหยียดยิ้มมุมปากเมื่อตะวันบดเบียดความเป็นชายที่กลางกายสาวของเธอเนินเนื้ออวบอูมถูกเสียดสีกับเนื้อผ้าขนหนู
"งั้นกิน...กันเลยไหมคะ" เธอพูดเสียงเบาไม่ต่างกัน เว้นจังหวะคำพูดให้น่าค้นหาจนตะวันแค่นเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ
////ปิดเนื้อหา////
ทั้งคู่เปลือยเปล่าตระกองกอดกันกลมย้ายจากโต๊ะกินข้าวมาที่พื้นหน้าโทรทัศน์และต่อด้วยในห้องน้ำ และฉากสุดท้ายจบลงที่เตียงหนานุ่ม ตะวันขอเลี้ยงดูพยาบาลสาวในฐานะผู้หญิงในความลับของเขา เมื่อตกลงกันแล้วตะวันจึงจัดการโอนเงินเป็นค่าขนมให้เธอเป็นเงินจำนวนห้าหมื่นบาท เขาไม่เคยให้ผู้หญิงคนไหนมากมายเท่านี้มาก่อนอย่างมากที่สุด ตะวันโอนเงินให้ผู้หญิงของเขาสามหมื่นบาทต่อเดือน
เมื่อคืนหลังจากที่ธาดาขับรถกลับถึงบ้าน เธอไม่ได้ออกมาต้อนรับเขาอย่างที่เคยทำ ปรางยังคงอยู่ในครัว เขาคาดว่าเธอน่าจะทำอาหารไว้รอเขากลับมา ธาดายิ้มกริ่มแอบชื่นชมคนรักในใจ เขาจึงเดินเข้าไปหาเธอในครัวด้วยตนเอง ธาดาทิ้งสิ่งของทุกอย่างวางไว้ที่โต๊ะอาหารแล้วเดินเข้าไปสวมกอดเธอจากด้านหลังด้วยความคิดถึง วันนี้เขาคิดถึงแต่ใบหน้านวล กลิ่นกายหอมละมุนของเธอ เนื้อตัวนุ่มนิ่มรวมถึงรอยยิ้มสดใสนั้นเหลือเกิน
"ขอโทษนะคะที่ไม่ได้ออกไปรับ พอดีพี่สาวบ้านข้าง ๆ เอากล้วยน้ำว้าสุกมาให้หนูเลยทำกล้วยเชื่อมค่ะ"
"คิดถึงหนูจังครับ" ปรางฉงนงุนงง ธาดาไม่ได้คุยเรื่องเดียวกับเธอ ระบายยิ้มออกมาแห้ง ๆ กับพฤติกรรมของคนตัวสูงใหญ่ที่พักหลังมานี้ เขาทำตัวเหมือนเด็กขี้อ้อน เอะอะกอดเอะอะจูบแถมยังมีคำพูดหวานเลี่ยนให้เธอได้หน้าแดงได้ตลอด
"จะกินข้าวก่อนไหมคะหรือจะขึ้นไปอาบน้ำก่อน"
"จะขึ้นห้องพร้อมหนู" คำตอบของเขาไม่ได้ทำให้ปรางเข้าใจ จึงตัดสินใจเอาเองว่าเขาจะทานข้าวก่อนแล้วขึ้นไปอาบน้ำ
วันนี้ปรางเข้าครัวทำอาหารเย็นให้เขาทาน เธอคิดถึงน้ำพริกกุ้งฝีมือท่านหญิงเทียน จึงลงมือทำเองแม้นรสมือจะสู้มารดาไม่ได้ก็ตาม ผักลวกสองสามอย่างยำปลาสลิดทอดกรอบ ปรางขอให้ธาดาซื้อมาให้เมื่อหลายวันก่อน เขามักจะไปซื้อของสดมาใส่ไว้ในตู้เย็นให้ทุก ๆ สัปดาห์ ครัวสมัยใหม่ที่ไม่ต้องใช้เตาฟืน ไม่ต้องจุดไฟให้ไหม้เรือนครัว เครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ก็แสนจะสะดวกสบาย ถึงแม้วันแรก ๆ ที่เธอใช้งานมันจะเป็นไปอย่างทุลักทุเลก็ตาม แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกสนุก
ธาดาเจริญอาหารเขาเติมข้าวไปสามจาน ทั้งที่ปกติเขาไม่ทานมื้อดึกเลยด้วยซ้ำ ทานข้าวเย็นตอนหกโมงถึงหนึ่งทุ่มคือจบไม่ทานจุกจิกให้ร่างกายทำงานหนัก หรือให้อาหารที่กินผิดเวลาลงไปค้างในท้องให้เกิดแก๊สในกระเพาะ ส่งผลให้มีกลิ่นเหม็นเวลาผายลม แต่วันนี้ขอผิดกฎที่ตัวเองตั้งไว้ แม้จะผิดไปหลายอย่างแล้วก็ตาม
เมื่อทานข้าวกับของหวานจนอิ่มแปล้ธาดาอยู่ช่วยปรางทำความสะอาดในครัว ทั้งที่เธอไล่ให้เขาขึ้นห้องไปอาบน้ำจัดการตัวเองก่อน แต่ธาดาไม่ยอมยังคงทวนคำพูดตัวเองว่าจะขึ้นห้องพร้อมเธอ ปรางเกรงใจเขาจึงเร่งมือทำทุกอย่างให้เสร็จเรียบร้อยภายในระยะเวลาสั้น ๆ
"ทำหน้าแบบนี้อีกแล้ว คิดถึงบ้านเหรอ" ธาดาพูดขึ้นมาหลังจากอาบน้ำออกมาแล้ว มองเห็นปรางที่นั่งทำหน้าเศร้าแววตาหม่นหมองไร้ชีวิตชีวา หากสังเกตดี ๆ จะเห็นรอยคราบน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม ด้วยความที่แสงไฟในห้องนอนที่เขาชอบเปิดให้มันสลัว ๆ ไม่สว่างจ้ามาก จะได้นอนหลับง่ายขึ้น
"หนูอยากกลับไปหาท่านพ่อกับท่านแม่ค่ะ ปานฉะนี้พวกท่านจักเป็นเช่นไรบ้าง" ปรางพูดด้วยน้ำเสียงเนือย ๆ วิตกกังวล เมื่อนึกถึงเรื่องราวในประวัติศาสตร์ที่ธาดาเคยเล่าให้ฟัง
"ไม่ต้องคิดมากนะครับ สักวันปรางจะต้องได้กลับบ้าน" เขาพูดปลอบใจเธอไปทั้งที่ก็ไม่สามารถรู้กาลล่วงหน้าได้ ว่าปรางจะได้กลับไปหรือไม่ ทรุดกายนั่งลงที่เตียงนอนข้าง ๆ เธอ มือหนาลูบไล้ที่แก้มนิ่ม เธอร้องไห้ด้วย เมื่อเห็นดังนั้นจึงดึงกายสาวมาสวมกอด
"ผมมีอะไรจะให้หนู" เขาเปลี่ยนเรื่องคุย ลุกเดินอ้อมไปหยิบถุงกระดาษที่วางอยู่บนโต๊ะเล็กข้างหัวเตียง ปรางมองมันอย่างสนใจ
เขาดึงเธอมานั่งหว่างขาส่วนแผ่นหลังของเขาพิงหัวเตียงแทน ธาดาล้วงมือหยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มออกมา แล้วค่อย ๆ เปิดออกมา ปรางเบิกตากว้างแววตาสั่นระริกตื้นตันใจ ธาดาจะขอเธอแต่งงานหรือไม่
"พี่หมอ" เธอเรียกเขาอย่างแผ่วเบา
"ชอบไหมครับ ผมอยากให้ปรางมั่นใจว่าผมมีหนูคนเดียว หัวใจของผมเป็นของหนูให้แหวนสองวงนี้แทนใจเรา ผมไม่รู้ว่าเวลาข้างหน้าเราจะได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ไหม แต่ผมสัญญาว่าผมจะมีแค่หนูคนเดียวนะครับ"
ธาดาสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของปราง เธอใส่มันได้พอดีแม้จะหลวมไปนิดหนึ่ง ธาดาคิดเข้าข้างตัวเองเผื่อเธออ้วนขึ้น
"ใส่ให้ผมด้วยนะครับ" ปรางค่อย ๆ หยิบแหวนขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทา เธอดีใจจนพูดไม่ออก รู้สึกจุกที่อกน้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้วเอ่อล้นเต็มเบ้าตา
"ขอบคุณนะคะ หนูจะรักและภักดีกับพี่หมอเพียงผู้เดียวค่ะ" ปรางพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแทบจับใจความไม่ได้ จับมือหนาขึ้นมาจรดจุมพิตเบา ๆ ที่หลังมือ ทุกอย่างเป็นไปด้วยความอ่อนโยน
โฆษณา