29 ต.ค. 2021 เวลา 03:23 • ประวัติศาสตร์
*** เปิดประตูผีญี่ปุ่นสมัยใหม่ ***
ในบทความ *** เปิดประตู สู่โลกผีญี่ปุ่น *** ผมได้พาทุกท่านไปรู้จักกับผีญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ทั้ง “กัปปะ” หรือ “นางเงือก” ซึ่งนอกจากความหลอน เรายังได้รู้เรื่องราววัฒนธรรมบางอย่างของญี่ปุ่นไปพร้อมกัน
บทความนี้ ผมจะมาเล่าเรื่องผีญี่ปุ่นอีก 8 ตน ที่เป็นผียังมีการกล่าวถึงในยุคปัจจุบันนะครับ มีทั้งเรื่องที่เคยหลอนเราในสมัยเด็ก (เรื่องที่ 3) เรื่องชวนหัวที่สุด (เรื่องที่ 6) เรื่องผีไล่โควิด (เรื่องที่ 7) และผีที่คนเจอเยอะที่สุด! (เรื่องที่ 8 )
...โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม…
ตามที่บอกไป ในบทความนี้ ผมจะมาเล่าเรื่องผีญี่ปุ่นร่วมสมัย 8 ตน มีทั้งเรื่องที่เคยหลอนเราในสมัยเด็ก (เรื่องที่ 3) เรื่องชวนหัวที่สุด (เรื่องที่ 6) เรื่องผีไล่โควิด (เรื่องที่ 7) และผีที่คนเจอเยอะที่สุด! (เรื่องที่ 😎
ไปติดตามชมกันได้เลยครับ!
ภาพแนบ: คุจิซะเกะ อนนะ จากบันทึกสมัยศตวรรษที่ 19
เรื่องที่ 1: ผีสาวปากฉีก
ตำนานผีสาวปากฉีกหรือ “คุจิซะเกะ อนนะ” มีที่มาที่ไปหลายฉบับ บ้างก็ว่าเธอเป็นภรรยาซามูไรแต่มีชู้ เลยโดนดาบฟันปากฉีก แต่บ้างก็ว่าเธอโดนผู้หญิงอีกคนที่อิจฉาในความงามกรีดหน้าเป็นแผล
...ไม่ว่าจะอย่างไร เธอตายไปแบบช้ำใจ เลยกลายเป็นวิญญาณอาฆาต ตามหลอกหลอนคนอื่นมาจนถึงทุกวันนี้
เธอมักปรากฏตัวในยามค่ำคืนตรงที่มีแสงสลัว เป็นหญิงสาวที่มีผ้าหรือพัดปิดปากไว้ (แต่ยุคปัจจุบันคนมักเล่ากันว่าเธอใส่หน้ากากอนามัย เป็นผู้มาก่อนกาลตั้งแต่ยังไม่มีโรคระบาด) พร้อมกับอาวุธแหลมคม ซึ่งอาจจะเป็นมีดหรือกรรไกร รวมไปถึงเคียว แตกต่างกันตามคนเล่า
เธอจะเข้าไปหาผู้เคราะห์ร้ายแล้วถามว่า “ฉันสวยไหม?” ถ้าตอบว่า “ไม่” จะโดนฆ่าทันที แต่ถ้าตอบว่า “สวย” เธอจะเปิดปากให้เห็นแล้วถามซ้ำอีกที ซึ่งถ้าเปลี่ยนใจตอบว่าไม่ ก็จะถูกฆ่า
แล้วถ้ายังยืนยันว่า “สวย” ล่ะ? เธอก็จะใช้อาวุธมีคมกรีดปากคนตอบให้ “สวย” เหมือนกับเธอทันที!
ถึงกระนั้นก็มีบางเวอร์ชั่นที่เธอปล่อยผู้เคราะห์ร้ายไปเมื่อได้รับการยืนยันว่าสวยทั้งสองครั้ง แต่ถ้าจะให้รอดแน่นอนกว่านั้น มีคำแนะนำคือ ต้องตอบไปว่า “ก็ดี” เธอจะงง ทำให้คนโดนถามมีจังหวะวิ่งหนีได้
หรือถ้าไม่อยากตอบ สามารถโยนเศษเหรียญหรือลูกอมน้ำตาลใส่เธอได้ ผีสาวจะไปเก็บมัน แทนที่จะวิ่งไล่เหยื่อ
...ใครจะรู้ว่า คนที่ใส่มาสก์เดินสวนกับเราตรงหน้าปากซอย ใช่ผีสาวหรือเปล่านะ...
เรื่องที่ 2: ผีครึ่งตัว
รถไฟถือเป็นขนส่งสาธารณะที่คนญี่ปุ่นใช้กันอย่างแพร่หลายด้วยความสะดวกสบายและรวดเร็ว
จากสถิติในปี 2019 มีผู้ใช้รถไฟเฉลี่ยมากกว่า 2,500 ล้านคน จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดอุบัติเหตุขึ้นเป็นครั้งคราว และทำให้เกิดเป็นเรื่องผีประจำสถานีรถไฟตามมา…
ภาพแนบ: ซีนหนึ่งในภาพยนตร์เรื่องเทเคะ เทเคะ (テケテケ)
ผีจากอุบัติเหตุรถไฟที่มีชื่อเสียงได้แก่ “เทเคะ เทเคะ” ซึ่งเกิดจากเด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งตกลงไปในรางรถไฟ ทำให้โดนรถทับตัวขาดครึ่งท่อน และเนื่องจากเธอตายไม่ดี เลยกลายเป็นวิญญาณร้าย สิงอยู่ในสถานี ออกมาให้คนเห็นยามค่ำคืน
เนื่องจากเด็กสาวมีแค่ครึ่งตัว เวลาเคลื่อนไหวเลยต้องใช้แขนลากทั้งร่างไปตามพื้น เกิดเป็นเสียงตึ่กๆ (คนญี่ปุ่นได้ยินว่า “เทเคะ เทเคะ” อันเป็นที่มาของชื่อ) แต่เธอเคลื่อนไหวได้เร็วเหลือเชื่อ ถ้าเกิดเจอเข้าแล้วหนีไม่ทัน ก็จะโดนจับตัดให้ตัวขาดครึ่งตามไป
ตำนานนี้มีการแตกสายไปเป็นเรื่องของ “คาชิมะ เรย์โกะ” ซึ่งประสบอุบัติเหตุตกรางแล้วโดนรถไฟชนเสียชีวิตเหมือนกัน แม้ตัวไม่ได้ขาดครึ่งท่อน แต่ขาสองข้างหายไป ทำให้เธอยังเป็นผีวนเวียน โดยบางทีคนจะเจอเรย์โกะอยู่ในห้องน้ำ โดยเธอจะถามว่า “ขาฉันไปไหน?” ถ้าตอบไม่ได้หรือไม่ถูกใจ จะถูกตัดขาระบายความแค้น
การเอาตัวรอดจากเรย์โกะ ต้องตอบไปว่า “อยู่ที่รถไฟสายเมชิน!” (เป็นสายระหว่างเมืองนาโกย่า-โกเบ) หรือตอบว่า “คาเมน ชินิน มะ” (แปลว่า หน้ากาก ความตาย และปีศาจ) ซึ่งเป็นการเล่นคำกับนามสกุล “คาชิมะ” ของเธอเอง
...ต้องจำให้ดีนะครับ เพราะว่ากันว่า พอได้รู้เรื่องนี้แล้ว ภายในหนึ่งเดือนเธออาจมาทดสอบคุณ! ...เหอะ เหอะ
(อนึ่งเวอร์ชันไทยของเธอสามารถฟังได้จากเรื่อง “ป๊อกป๊อกครืด” นะครับ)
เรื่องที่ 3: ผีในห้องน้ำโรงเรียน
ตอนเด็กๆ เวลาไปโรงเรียน เคยไม่กล้าไปเข้าห้องน้ำคนเดียวไหมครับ? แค่จะไปล้างมือยังต้องชวนเพื่อนไปด้วย มาคิดดูตอนนี้อาจจะไม่เข้าใจเท่าไหร่ว่าต้องกลัวอะไรขนาดนั้น
ทำไมผีถึงอยากจะไปสิงห้องน้ำอับๆ ก็ไม่รู้? ...แต่ที่ญี่ปุ่น ความเชื่อนี้มีเรื่องราวครับ
ภาพแนบ: ฮานาโกะซังมักปรากฏตัวโดยใส่ชุดกระโปรงสีแดง
ผีในห้องน้ำญี่ปุ่น มักมีชื่อว่า “ฮานาโกะซัง” คนเล่าว่าเธอเป็นเด็กผู้หญิงผมบ็อบใส่ชุดกระโปรงสีแดง ที่มาที่ไปของน้องมีหลายแบบ แต่ที่ฮิตๆ ก็คือ:
1) ฮานาโกะเป็นเด็กที่ตายจากการทิ้งระเบิดช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ขณะอยู่ในห้องน้ำ
2) ฮานาโกะเป็นเด็กที่ถูกใครก็มีรู้ฆาตกรรมในห้องน้ำ และ
3) ฮานาโกะฆ่าตัวตายในห้องน้ำ
ภาพแนบ: ฮานาโกะซังจากเรื่องคิทาโร่
ฮานาโกะสามารถมาหลอนคนแบบ random แต่หากอยากเห็นก็สามารถอัญเชิญฮานาโกะซังออกมาได้เหมือนกัน โดยการเข้าห้องน้ำหญิงไปคนเดียว (ผู้ชายไม่ควรทำนะครับ) ซึ่งจะต้องเป็นห้องน้ำชั้นสาม จากนั้นก็ไปยังหน้าประตูชักโครกบานที่ 3 เคาะ 3 ที แล้วถามว่า “ฮานะโกะซังอยู่ไหม?”
ถ้าเธออยู่จะมีเสียงตอบกลับมา ซึ่งก็มีคนเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นหลายเวอร์ชั่น เช่น จะเห็นมือเปื้อนเลือดโผล่ออกมาจากโถส้วมบ้าง เห็นมือจางๆ (ไม่เปื้อน) บ้าง หรือบางเวอร์ชันเชื่อว่าฮานาโกะจะโผล่มากลากเราลงส้วมไปถึงนรกก็มี! (เวอร์ชันนี้ก็ไม่เข้าใจความคิดของคนที่ไปลองของเหมือนกัน)
...เอาเป็นว่า อย่าไปกวนใครเวลาเขาเข้าห้องน้ำละกันครับ มันไม่ดี ไม่ว่าจะคนจะผีก็ตาม
ภาพแนบ: จินเมนเคนในเรื่องโยไควอทช์
เรื่องที่ 4: ผีหมาหน้าคน
เคยได้ยินเรื่อง “หมาหน้าคน” กันหรือเปล่าครับ? หมาหน้าคนในที่นี้ไม่ใช่คำเปรียบเปรยว่าสุนัขตัวนั้นหน้าตาดีเลิศ แต่เป็นสุนัขที่มีหน้าเหมือนมนุษย์เลยต่างหาก!
ผีหมาหน้าคนเหล่านี้เรียกว่า “จินเมนเคน” มักปรากฏตัวในตอนกลางคืน
ที่มาหลักๆ มีสองเวอร์ชันคือ:
1. มันเกิดจากคนที่ทำบาปกรรมมาก ชาติต่อมาผลกรรมทำให้เกิดมาผิดปกติ คือเกิดเป็นหมาแล้วยังมีลักษณะมนุษย์ของชาติก่อนอยู่ เวอร์ชันนี้จินเมนเคนเป็นหมาปกติ แค่หน้าเหมือนคน
2. มันเกิดมาจากวิญญาณคนที่โดนรถชนระหว่างพาสัตว์เลี้ยงของตนเดินเล่นอยู่แล้วผูกพันวิญญานกัน เวอร์ชันนี้จินเมนเคนเป็นหมาผี ไม่ใช่หมาปกติ มีนิสัยชอบวิ่งแข่งกับรถบนทางด่วน ด้วยความเร็วระดับตีนผี และบางครั้งก็จะตัดหน้ารถให้คนขับตกใจเล่น
จินเมนเคนเวอร์ชันผีสามารถพูดภาษามนุษย์ได้ แต่ไม่อยากพูด และไม่อยากสุงสิงกับใคร ถ้าเราไปกวนมันเข้าจะโดนไล่ เช่นขณะที่จินเมนเคนคุ้ยขยะอยู่หากมีใครเข้าไปทัก มันจะตะโกนกลับมาว่า “อย่างยุ่งกับข้า!” แล้วมีท่าทีหงุดหงิด
...ถึงจะไม่มีเขี้ยวแบบสุนัข และไม่มีเรื่องเล่าว่ามันไล่กัดใคร แต่เจอท่าทางแบบนี้ก็หลอนอยู่
*** ตัดเข้าช่วงโฆษณา ***
เมื่อเขียนเรื่องคอมมิวนิสต์ เลยขอโฆษณาว่าหนังสือ "เชือดเช็ดเชเชน" ที่พิมพ์ครั้งก่อนขายหมดจากตลาดไปนานแล้ว มีแผนจะพิมพ์ใหม่ปลายปีนี้นะครับ ตอนนี้เปิดให้จองแล้ว
- หนังสือเล่มนี้เล่าเรื่องประวัติของชนกลุ่มน้อยเชเชน ตลอดจนประวัติศาสตร์รัสเซียยุคหลัง โดยเน้นบทบาทของปูตินในการต่อสู้เพื่อขึ้นครองอำนาจ, ปฏิรูปรัสเซีย, และทำสงครามปราบชาวเชเชน
- หนังสือเล่มนี้มีผู้วิจารณ์มากมายว่า "โหดสัสรัสเซีย"
- ผมตั้งใจจะเพิ่มเนื้อหาให้อัพเดทถึงปัจจุบัน แน่นอนว่ามีความโหดสัสมากขึ้นไปอีก
- พิมพ์เป็นสี่สีแน่นอน
- ปกพิมพ์สีเมทัลลิก ปั้มนูนและปั้มเงินที่ชื่อเหมือนเล่มสุริยันพันธุ์เคิร์ด รับรองว่าสวยมาก เหมาะแก่การสะสม สำนักพิมพ์ The Wild Chronicles 😉
- มีเซ็นลายเซ็นพิเศษประจำเล่มให้ครับ
- ราคาอยู่ที่ 389 บาท สั่งพรีออเดอร์ตอนนี้ลดเหลือ 369 บาท และฟรีค่าส่งในประเทศ (ปกติค่าส่ง 50 บาทครับ ส่วนต่างประเทศก็ตามจริง)
- สนใจชำระและใส่ที่อยู่ที่ link แนบได้เลย อนึ่งระบบนี้จะมีเมลคอนเฟิร์มไปแต่ช้าหน่อยนะครับ
นอกจากนี้ ยังขอโฆษณาว่าหนังสือ "ประวัติย่อก่อการร้าย War on Terror" ที่พิมพ์ครั้งก่อนขายหมดจากตลาดไปนานแล้ว มีแผนจะพิมพ์ใหม่ปลายปีนี้นะครับ
ตอนแรกว่าใกล้ๆ เสร็จแล้วค่อยทำโปร แต่เหตุการณ์ในอัฟกานิสถานและรำลึก 9/11 ทำให้มีคนถามมาเยอะเหลือเกิน เลยเปิดให้จองก่อน
- หนังสือเล่มนี้เล่าเรื่องประวัติของขบวนการก่อการร้ายสากลตั้งแต่ยุคอัลเคดามาต่อ ISIS
- ผมตั้งใจจะเพิ่มเนื้อหาให้อัพเดทถึงปัจจุบัน
- พิมพ์เป็นสี่สีแน่นอน
- ปกพิมพ์สีเมทัลลิก ปั้มนูนและปั้มเงินที่ชื่อเหมือนเล่มสุริยันพันธุ์เคิร์ด รับรองว่าสวยมาก เหมาะแก่การสะสม สำนักพิมพ์ The Wild Chronicles เราพิมพ์เองแล้วจะทำอะไรก็ได้ 555
- มีเซ็นลายเซ็นพิเศษประจำเล่มให้ครับ
- ราคาอยู่ที่ 389 บาท สั่งพรีออเดอร์ตอนนี้ลดเหลือ 369 บาท และฟรีค่าส่งในประเทศ (ปกติค่าส่ง 50 บาทครับ ส่วนต่างประเทศก็ตามจริง)
- สนใจชำระและใส่ที่อยู่ที่ link แนบได้เลย อนึ่งระบบนี้จะมีเมลคอนเฟิร์มไปแต่ช้าหน่อยนะครับ
และขอโฆษณาว่าหนังสือ “สุริยันพันธุ์เคิร์ด” หรือหนังสือเล่มใหม่ของผมออกแล้วนะครับ มีรายละเอียดดังนี้...
- เรื่องนี้เป็นหนังสือประวัติศาสตร์ชาวเคิร์ด ผลงานเล่มล่าสุดในชุด The Wild Chronicles
- พิมพ์เป็นสี่สี!
- ยาวที่สุดเท่าที่พิมพ์มา ยาวกว่าพยัคฆ์ทมิฬสิ้นชาติราว 2 เท่า
- รูปโหดๆ ที่ทำให้เข้าใจสถานการณ์ดีขึ้น จะไม่เซนเซอร์ แต่จะรวมอยู่ท้ายเล่ม และมีคำเตือนก่อน
- มีลายเซ็นทุกเล่ม!
- ราคา 439 บาท รวมค่าส่งแล้ว
ท่านที่ต้องการพรีออเดอร์สามารถชำระ และใส่ที่อยู่ทาง link แนบได้เลย
อนึ่งชาวเคิร์ดเป็นชนกลุ่มน้อยในตะวันออกกลาง มีราว 30 ล้านคน หากไม่มีประเทศของตนเอง พวกเขาแตกเป็นหลายส่วนและถูกกดขี่อย่างหนัก แต่การถูกกดขี่เคี่ยวกรำนั้นทำให้พวกเขากลายเป็นนักรบที่เก่งกาจ
หนังสือเล่มนี้เขียนเรื่องราวของชาวเคิร์ดตั้งแต่ยุคตำนานจนถึงประวัติศาสตร์สมัยใหม่ ซึ่งมีความพีคแล้วพีคอีก ผ่านสงครามใหญ่ๆ มากมาย เช่นสงครามอิรัก - อิหร่าน, สงครามอ่าวเปอร์เซีย, สงครามปราบซัดดัม, สงครามกลางเมืองอิรัก, สงครามปราบกลุ่มก่อการร้าย แต่ละสงครามที่ว่ามานี้มีสเกลใหญ่เป็นรองแค่สงครามโลก
ชาวเคิร์ดมีส่วนร่วมในสงครามเหล่านี้ทั้งหมดในฐานะชนกลุ่มน้อยที่ไม่รวยแต่รบเก่ง พอมีคนมาติดอาวุธให้เลยมักกลายเป็นไพ่โจ๊กเกอร์ที่เปลี่ยนผลชี้ขาดของสงคราม
อย่างไรก็ตามศัตรูอันดับหนึ่งของชาวเคิร์ดคือเผด็จการซัดดัม ฮุสเซนนั้นก็โหดมาก โหดโคตรๆ ใครเคยอ่านพยัคฆ์ทมิฬสิ้นชาติ หรือเชือดเช็ดเชเชน ผมบอกได้ว่าไอ้นี่ก็โหดไม่แพ้กัน หรือเผลอๆ โหดกว่า ดังนั้นการต่อสู้ของชาวเคิร์ดมันจึงเป็นเรื่องที่หลอนและดุเดือดมากๆ
หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นจากประสบการณ์ที่ผมได้ไปเยือนดินแดนเคอร์ดิสถานอิรัก (และหนีมิสไซล์มา) เมื่อต้นปี 2020 เพื่อนชาวเคิร์ดที่ผมสัมภาษณ์ทุกคนเป็นผู้รอดชีวิตจากทุกสงครามข้างต้น ทำให้มีข้อมูล ความเห็น และมุมมองของคนต่างๆ ที่ลึกกว่าในตำรา แน่นอนว่าประสบการณ์ของพวกเขาดาร์คมาก แต่เขาหลายคนไม่ได้มองโลกในแง่ร้ายขนาดนั้น พวกเขาตีความสิ่งที่พบเจออย่างไร ลองตามอ่านดูนะครับ
"สุริยันพันธุ์เคิร์ด" ตั้งใจพิมพ์เป็นสี่สี เป็นหนังสือที่ยาวที่สุดตั้งแต่ผมเขียนสารคดีชุด The Wild Chronicles มา
อีกครั้งนะครับ ท่านที่ต้องการพรีออเดอร์หนังสืออย่างเดียว สามารถชำระ และใส่ที่อยู่ทาง link นี้ได้เลย 439 บาท รวมค่าส่งแล้ว (ในประเทศ) ถ้าบางท่านอยู่ต่างประเทศมีค่าส่งพิเศษจะแจ้งอีกที
ภาพแนบ: ป้ายอาโอคิกาฮาระ
เรื่องที่ 5: ผีแห่งป่าฆ่าตัวตาย
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีการฆ่าตัวตายเป็นอันดับต้นๆ ของโลก จากผลสำรวจขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจในปี 2017 พบว่า ในจำนวนประชากรญี่ปุ่น 100,000 คน มีฆ่าตัวตายราว 15 คน โดยในปี 2019 องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่าญี่ปุ่นเป็นชาติที่ฆ่าตัวตายเยอะสุดในกลุ่ม G7
ทางการญี่ปุ่นก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ออกมาตรการป้องกันต่างๆ ขึ้นมามากมาย แต่ก็ไม่อาจห้ามความตั้งใจของคนที่สิ้นหวังได้ ซึ่งสถานที่ฆ่าตัวตายยอดนิยมของประเทศคือ “อาโอคิกาฮาระ” ป่าทึบสมญานาม “ทะเลไพร” บริเวณฐานภูเขาไฟฟูจิ
ทำไมต้องเป็นป่าแห่งนี้? มีเรื่องเล่ากันว่าแต่ก่อนมักมีผู้มาทำ “อุบะสึเตะ” หรือประเพณีการทิ้งคนแก่ที่ไม่อยากดูแลที่นี่ พอคนเหล่านั้นตายไปด้วยความทรมานก็กลายเป็นสัมภเวสี สร้างพลังงานลบให้ป่าแห่งนี้อย่างมหาศาล
ว่ากันว่า คนคิดจะฆ่าตัวตาย ต่อให้ไม่แน่ใจยังไง แต่พอมาถึงที่นี่ ก็จะมีพลังบางอย่าง เหนี่ยวนำจนปลิดชีพตัวเองได้สำเร็จทุกครั้ง...
ภาพแนบ: ป้ายเตือนในป่าว่า "ชีวิตเป็นของมีค่าที่พ่อแม่ให้มา โปรดไตร่ตรองอย่างใจเย็นถึงพ่อแม่พี่น้องและบุตรหลานอีกครั้ง อย่าเก็บปัญหาไว้คนเดียว โปรดปรึกษาผู้อื่น พร้อมเบอร์สายด่วนสุขภาพจิต
ความน่ากลัวของอาโอคิกาฮาระนอกจากนี้คือ เมื่อเดินเข้าไปในป่า เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์จะใช้ไม่ได้ โทรศัพท์จะไม่มีสัญญาณ แม้แต่เข็มทิศยังหมุนติ้วไร้ทิศทาง แม้จะมีผู้พยายามพิสูจน์ว่า น่าจะมาจากปฏิกิริยาของแร่ใต้ดินที่เกิดจากภูเขาไฟ แต่นั่นก็อธิบายไม่ได้ว่าทำไมคนถึงถูกดึงดูดมาฆ่าตัวตายที่นี่มากขนาดนี้...
ภาพแนบ: ผู้พันแซนเดอร์สตัวจริง ถ่ายในปี 1974
เรื่องที่ 6: ผี KFC
ท่านผู้อ่านคงทราบกันว่า KFC คือแบรนด์ไก่ทอดที่คิดค้นโดย “ผู้พันแซนเดอร์ส” คุณปู่หน้าตาใจดี ตัวค่อนข้างท้วม ผมขาวๆ มีเคราเล็กน้อย เหมือนซานตาครอส แต่รู้ไหมครับว่า สำหรับคนญี่ปุ่นบางส่วน เขาเชื่อว่าผู้พันแกเป็นผีเฮี้ยน!
ภาพแนบ: โดทงโบริ สังเกตได้ว่ามีคลองผ่ากลาง
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในปี 1985 เมื่อทีมเบสบอลแห่งภูมิภาคคันไซ “ฮันชินไทเกอร์ส” ได้ชัยในศึก “เจแปนซีรีส์” หรือรอบชิงชนะเลิศระหว่างแชมป์จากสองโปรลีกเบสบอลของญี่ปุ่นเพื่อหาอันดับหนึ่งในใต้หล้า (ลีกท๊อปเบสบอลญี่ปุ่น แบ่งเป็นสองสายได้แก่ “เซ็นทรัลลีก” ที่มีทีมชื่อดังสังกัดอย่าง โยมิอุริไจแอนท์สกับฮันชินไทเกอร์ และ “แปซิฟิคลีก” ที่มี ฟุคุโอกะซอฟต์แบงค์ฮอว์ค เป็นดาวเด่น) แฟนๆ ไทเกอร์สเลยดีใจมาก ฉลองกันใหญ่โต
แฟนจำนวนหนึ่งไปสังสรรค์กันที่โดทงโบริ (ย่านการค้าในโอซาก้าบริเวณเดียวกับที่มีป้ายกูลิโกะอยู่นั่นแหละ) แล้วด้วยความเมาหรืออะไรไม่ทราบ พวกเขาได้ขโมยรูปปั้นผู้พันแซนเดอร์สหน้าร้านเคเอฟซีมาโยนลงคลองไป!
ภาพแนบ: แฟนทีมไทเกอร์ส
จากนั้นเป็นต้นมา ฮันชินไทเกอร์สก็ฟอร์มตกแบบผิดปกติ จากเป็นที่หนึ่งอยู่ดีๆ ปีต่อมาร่วงลงมาเป็นที่ 3 แล้วปี 1987 ก็เป็นที่โหล่ของเซ็นทรัลลีกเฉยๆ
...ทีมเบสบอลนี้ไม่เคยไปถึงเจแปนซีรีส์เลยอีกเป็นเวลา 18 ปีเต็มๆ แถมใน 18 ปีนั้น อยู่ท้ายตารางไปถึง 10 ครั้ง
ทำไมทีมเทพถึงกลายเป็นทีมบ๊วยไปได้ แฟนๆ ไม่เข้าใจเลยสักนิด สิ่งเดียวที่พอจะมีเหตุผลก็คือ เพราะผู้พันแซนเดอร์สโกรธที่โดนพวกเขาโยนลงน้ำ จึงได้สาปแช่งไม่ให้ฮันชินไทเกอร์สได้พบกับชัยชนะอีกเลย เป็นเหตุให้ถึงแม้พวกเขาจะพยายามจนไปถึงรอบเจแปนซีรีส์อีกครั้งในปี 2003 และ 2005 แต่ก็เป็นได้เพียงที่สอง
ภาพแนบ: รูปปั้นผู้พันที่กู้ขึ้นมาจากคลองได้ (สังเกตที่คอมีการห้อยเครื่องรางด้วย)
สุดท้าย ในวันที่ 10 มีนาคม 2009 จึงมีการกู้รูปปั้นผู้พันแซนเดอร์สขึ้นมาจากคลองเป็นผลสำเร็จ แต่ยังมีชิ้นส่วนที่ขาดหายไปคือแว่นตาและมือซ้าย…
หลังจากนั้นฮันชินไทเกอร์สก็เริ่มฟอร์มกระเตื้อง ได้แข่งรอบเจแปนซีรีส์อีกในปี 2014 แต่สุดท้ายก็ยังแพ้ จุดนี้แฟนเบสบอลเลยลงความเห็นว่า หากต้องการเป็นหนึ่งในญี่ปุ่นได้อีกที ก็คงต้องไปงมแว่นและมือซ้ายกลับมาเสียแล้ว
ปัจจุบัน รูปปั้นผู้พันแซนเดอร์สได้รับการบูรณะ (ทำแว่นใหม่ให้) ตั้งอยู่ในสำนักงานใหญ่ของเคเอฟซีญี่ปุ่นที่โยโกฮาม่า และถูกเล่าขานเป็นหนึ่งในตำนานผีญี่ปุ่นยุคใหม่สืบมา
เรื่องที่ 7: ผีไล่โควิด
ในช่วงสถานการณ์โควิดระบาด โยไค (ผี) ตนหนึ่งได้ปรากฏกายขึ้นผ่านหลายสื่อในญี่ปุ่น ดูเผินๆ มันมีรูปร่างคล้ายเงือก เพราะลำตัวเป็นปลา แต่กลับมีจะงอยปากแบบนก ทั้งยังมี 3 ขา (หรือ 3 หาง) แถมมีผมยาวสลวย ดวงตาเป็นประกาย และหน้าตายังดูน่ารัก ไม่เหมือนกับนินเกียวหรือเงือกญี่ปุ่นที่หน้าตาสยอง
นามของโยไคตนนี้คือ “อามะบิเอะ” ซึ่งความสามารถของมันคือ ช่วยคุ้มครองคนจากโรคร้าย
ภาพแนบ: รูปอามะบิเอะพิมพ์จากแท่นไม้ยุคศตวรรษที่ 19
มีตำนานเล่ามาตั้งแต่สมัยเอโดะว่า เจ้าหน้าที่รัฐได้รับรายงานให้ไปตรวจสอบแสงสีเขียวแปลกๆ ณ ริมทะเลจังหวัดฮิโกะ (ปัจจุบันคือจังหวัดคุมาโมโต้) เมื่อไปถึงเขาก็พบว่าแสงสีเขียวนั่นมาจากงอสูรกายสามหาง
อามะบิเอะแนะนำตัวกับเจ้าหน้าที่ แล้วกล่าวว่าที่ปรากฏตัวขึ้นเพราะจะมาเตือนมนุษย์... คือระยะเวลา 6 ปีนี้การเกษตรของญี่ปุ่นจะรุ่งเรืองมาก แต่หลังจากนั้นจะโดนโรคระบาดหนักทั่วประเทศ ดังนั้นต้องเตรียมตัวไว้ให้ดี และแนะนำให้นำรูปตนแจกจ่ายคนเยอะๆ ชุมชนไหนมีรูปอามะบิเอะไว้ก็จะช่วยป้องกันโรคได้ ทำให้มีการตีพิมพ์รูปอามะบิเอะขึ้นมากมายเป็นหลักฐานมาจนถึงทุกวันนี้
ภาพแนบ: อามะบิเอะในหลายๆ รูปแบบ ภาพบนสุดคือป้ายขอความร่วมมือช่วยป้องกันโควิดของสาธารณะสุขญี่ปุ่น
เวลาผ่านไปนับร้อยปี เรื่องราวของอามะบิเอะก็จืดจางไปตามกาลเวลา เพราะญี่ปุ่นไม่ค่อยมีโรคระบาดอะไรร้ายแรง จนกระทั่งเจอโควิดบุกนี่เอง ทำให้พวกเขาหวนระลึกถึงเรื่องของโยไคตนนี้ขึ้นมาอีกครั้ง
...และตามที่ตำนานเล่าว่า ยิ่งมีรูปอามะบิเอะเยอะยิ่งดี ทีนี้ชาวญี่ปุ่นเลยนำรูปมันมาทำทุกอย่าง...
ไล่เรียงตั้งแต่ระดับภาครัฐ เช่น กระทรวงสาธารณะสุขนำรูปอามะบิเอะไปประกอบสื่อรณรงค์, สายการบิน JAL เพนท์อามะบิเอะบนลำเครื่องบิน, ภาคเอกชนก็มีการผลิตสินค้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โมเดล, เครื่องราง, สาเก, ขนม, สติกเกอร์ไลน์, การ์ดยูกิ, โดจิน ฯลฯ เรียกได้ว่าอามะบิเอะไปทั่วทุกวงการ ...ไล่โรคได้จริงไหมไม่รู้ แต่คนญี่ปุ่นดูสนุกมากกับเรื่องนี้
เรื่องที่ 8: ผีนาฬิกา
เคยไหมครับ เวลามีนัดหมายสำคัญ เช่น สอบไฟนอล ต้องเข้าประชุมเช้า แฟนนัดกินข้าว ฯลฯ อุตส่าห์ตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้ก่อนนอน แต่เวรกรรม เช้ามามันดันไม่ทำงาน! นี่มันน่ากลัวกว่าผีทุกตัวที่กล่าวมาซะอีกนะ!
ภาพแนบ: สำหรับโนบิตะ ต่อให้มีนาฬิกาพิเศษแค่ไหน มีหุ่นยนต์อย่างโดราเอม่อนมาปลุกยังไง ก็ตื่นสายอยู่ดี
เป็นที่พูดถึงในอินเตอร์เน็ตว่าช่วงที่ผ่านมาไม่นานนี้ มีผู้พบผี “เมซาชิ โดเมะ” ในญี่ปุ่นไม่น้อย ซึ่งมันจะคอยกลั่นแกล้งพวกเขาด้วยการไม่ยอมปลุกตามเวลา ทำให้บุคคลนั้นๆ ต้องพบกับความวอดวายไม่อาจประเมินค่าได้
...แต่คนอีกส่วนแย้งว่า ตำนานผีแบบนี้มันคือข้ออ้างการมาสายชัดๆ นี่หว่า...
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เอาจริงแล้วเรื่องผีในข้าวของเครื่องใช้ ก็เป็นเรื่องโยไคแบบคลาสสิค ตามความเชื่อดั้งเดิมของญี่ปุ่น ที่ว่าทุกสิ่งรอบตัวเราทั้งคน สัตว์ สิ่งของ ล้วนมีวิญญาณสิงสถิตอยู่ ดังที่เราเคยได้ยินเรื่องราวจำพวก ผีร่ม, ผีโคมไฟ ฯลฯ มาก่อนนั่นเอง
หัวหน้างานหรือแฟนจะเชื่อว่าที่มาผิดนัดเป็นเพราะโดนผีนาฬิกาหลอกไหม คงต้องให้คุกกี้ทำนายกันนะครับ ที่แน่ๆ กรณีนี้ คนน่ากลัวกว่าผีชัวร์ๆ
*** สรุป ***
ผีญี่ปุ่นยุคร่วมใหม่ ยังคงเอกลักษณ์เหมือนกับผีต้นตำหรับ คือในความน่ากลัวนั้น ยังประกอบด้วยความสร้างสรรค์ จนทำให้มันถูกนำมาเล่าได้เรื่อยๆ และหลังๆ ก็กลายเป็นผีที่น่ารักไปหลายตน ด้วยเหตุนี้ผีญี่ปุ่นจึงเป็นที่นิยม แม้แต่กับคนที่ไม่ชอบเรื่องผีเลยก็ตาม
อนึ่ง ถ้าใครอยากรู้เรื่องผีญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม สามารถอ่านได้ทางลิงก์นี้นะครับ https://www.facebook.com/pongsorn.bhumiwat/posts/4499496250127049
::: อ้างอิง:::
- yokai (ดอต) com
- Get to Know Your Japanese Bathroom Ghosts atlasobscura (ดอต) com/articles/japans-bathroom-ghosts
- An Ethereal Forest Where Japanese Commit Suicide nationalgeographic (ดอต) com/photography/article/aokigahara-jukai-suicide-forest
- The Colonel's curse runs deep usatoday30 (ดอต) usatoday (ดอต) com/sports/bbw/2003-08-21-leading-off_x.htm
- People across the world are drawing images of a mythical Japanese spirit believed to help ward off plagues bbc (ดอต) com/travel/article/20200422-amabie-the-japanese-monster-going-viral
ท่านที่สนใจอ่านเรื่องราวแปลกๆ จากรอบโลกสามารถสมัครเข้ากลุ่ม illumicorgi
อนึ่งกลุ่มนี้เป็นกลุ่ม exclusive ผมจะใช้ลงบทความพิเศษ ซึ่งมีเนื้อหาเจาะลึกกว่าที่ลงในเพจ The Wild Chronicles และบทความส่วนใหญ่ในกลุ่มจะเกี่ยวกับธีมของหนังสือที่ผมกำลังเขียน
ผู้ที่ต้องการสมัครเข้ากลุ่มให้ทำดังนี้เลยนะครับ
(1) กดสมัคร Line OA ของ The Wild Chronicles มาทาง link นี้ https://lin.ee/fNEO1jr
(2) กด add เป็นเพื่อน
(3) กด chat
(4) จากนั้น พิมพ์ชื่อที่ท่านใช้ใน Facebook มาทางช่องแชทของ Line OA เพื่อให้ทีมงานบ่งชี้ได้ว่าบัญชีของท่านสมัครมาแล้ว
(5) จากนั้นจะมีแอดมินมาคุยกับท่าน ให้แจ้งประเภทสมาชิกที่ท่านต้องการสมัคร แอดมินจะส่ง link เพื่อชำระค่าสมาชิก และแนะนำวิธีการเข้ากลุ่มต่อไป
::: ::: :::
สนใจอ่านเรื่องประวัติศาสตร์ สงคราม เรื่องต่างประเทศ กดติดตาม เพจ The Wild Chronicles ได้เลยนะครับ https://facebook.com/pongsorn.bhumiwat
โฆษณา