[Podcast #W32Day2] หนทางของเรานั้นอยู่ในป่ากันดาร - แม้เราจะยอมรับด้วยปากว่าพระเยซูเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และกล่าวว่า "วันนี้ฉันได้เชื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว" แต่นี้ยังเป็นพยานได้ไม่ดีพอ, เราจะต้องออกมาจากฝ่ายโลกและแบ่งแยกกับพวกเชา. นี่คือก้าวที่ต่อจากการยอมรับด้วยปากว่า พระเยซูคือองค์พระผู้เป็นเจ้า.
เราต้องไม่เป็นคริสเตียนใบ้. แต่ถึงจะเปิดปากพูดแล้วก็ไม่พอ เรายังต้องมีกรแบ่งแบกกับผู้คนที่อยู่ในโลกตด้วย. เราจะรักษาความป็นเพื่อน, ความผูกพัน, และความสัมพันธ์ในอดีตเอาไว้ไม่ไต้อีกแล้ว. เราต้องรู้สึกล้ำค่าต่อฐานะที่เรามีอยู่ในองค์พระผู้เป็นเจ้าในเวลานี้ และออกไปให้ไกลจากฐานะที่เรามีอยู่ในดีต. นอกจากคนจะต้องออกไปแล้ว ทรัพย์สมบัติก็ต้องออกไปด้วย. ผู้อื่นอาจะบอกว่เราโง่ แต่เราอย่าไปฟังเขา.
วันนี้ราจะต้องออกจากอียิปต์. นับตั้งแต่เวลาที่เราได้กลายเป็นคริสเตียน หนทางของเราก็อยู่ในป่ากันดาร ไม่อยู่ในอียิปต์อีก.
ถ้าว่าตามพันธสัญญาใหม่แล้ว ทั้งอียิปต์และ่ป่ากันดารต่างก็ป็นตัวแทนของโลก อียิปที่ชี้ถึงฝ่ายโลกในเชิงศีสธรรม. ป่ากันดารชี้ถึงโลกทางกายภาพ. คริสเตียนอย่างรานั้นอยู่ในโลกทางกายภาพ แต่ไม่ได้อยู่ในโลกในเชิงศีลธรรม.
เราต้องมองเห็นสองด้านของโลก: ด้านแรกนั้นหมายถึงสถานที่ ส่วนอีกด้านหนึ่งหมายถึงระบบอย่างหนึ่ง. มีของหลายอย่างที่มีความเกี่ยวข้องกับโลกทางกายภพ. ของเหล่านี้ล้วนน่าดู กระตุ้นให้นัยน์ตาเกิดราคะ, เนื้อหนังเกิดตัณหา, และใจก็อยากได้สง่าราศีที่ว่างเปล่า นี่คืออียิปต์.
แต่โลกยังมีอีกความหมายหนึ่ง นั่นคือโลกทางกายภาพอันเป็นสถานที่ให้ร่างกายของเราอยู่อาศัย.
เยี่ยมชมเว็บไซต์ เสริมสร้างผู้แรกเชื่อ ได้ที่นี่ 👇