[Podcast #W33Day6] V. กรณีที่เป็นข้อยกเว้นในพระตับภีร์ ในเรื่องของการวางมือนั้น มีกรณีที่เป็นข้อยกเว้นอยู่เพียงดรั้งเดียวเท่านั้นในพระคัมภีร์ คือ ที่บ้านของโกระเนเลียวในกิจการบทที่ 10. พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ลงมาบนตัวผู้คนในบ้านของโกระเนเลียว ทั้งที่ยังไม่มีการรับบัพติศมาหรือการวางมือ.
เหตุใดบ้านของโกระเนเลียวเป็นข้อยกเว้นในเรื่องนี้ นับตั้งแต่วันเพ็นเทคอสมาจนถึงตอนนั้น อัครทูตทุกคนยังนึกว่าพระคุณของพระเจ้าจะประทานให้เฉพาะชาวยิวเท่านั้น. พวกเขาเองเป็นชาวยิว และพระเยซูก็เป็นชาวยิวด้วย. ในวันเพ็นเทคอส พระวิญญาณบริสุทธิ์ก็ลงมาบนตัวชาวยิวเท่านั้น. เหล่าผู้ที่ได้รับความรอดทั้ง 3,000 คนและ 5,000 คนในเวลานั้นก็ล้วนเป็นชาวยิวทั้งสิ้น คนเหล่านั้นที่ได้รับพระคุณก็คือชาวยิวที่กระจัดกระจายกันอยู่ตามประเทศต่างๆ ซึ่งได้กลับมาที่กรุงเยรูราเล็ม.
ในเวลานั้น มีแต่ซวยิวเท่นั้นที่ได้รับพระคุณขององค์พระผู้เป็นเจ้า. พวกเขาไม่รู้ว่า พวกต่างชาติต่างศาสนาจะมีส่วนในพระคุณนี้ได้หรือไม่. ชาวจีนบางคนเรียกคนต่างชาติว่าผีโพ้นทะเล แต่ชาวยิวยังด่าคนต่างชาติรุนแรงกว่าชาวจีนเสียอีก. ชาวยิวเห็นว่าพวกต่างชาตินั้นเป็นเหมือนสัตว์ขั้นต่ำ สัตว์เดียรัจฉาน. แม้แต่เปโตรเองก็มีทัศนะเช่นนี้ ไม่ได้ต่างกับชาวยิวคนอื่นแต่อย่างไร.
ท่านต้องรู้ว่า การทำลายความมืดมนของมนุษย์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย. การที่องค์พระผู้เป็นเจ้าจะให้เปโตรไปที่บ้านของโกระเนเลียวเพื่อเปิดประตูให้พวกต่างชาติเชื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าได้นั้นจึงเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก.
องค์พระผู้เป็นเจ้าต้องสำแดงนิมิตให้เปโตรมองเห็นก่อน: บนสวรรค์มีภาชนะเหมือนผ้าผืนใหญ่ผืนหนึ่ง บรรจุสารพัดสัตว์ไว้ข้างใน เลื่อนลอยลงมายังแผ่นดินโลก. จากนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าก็ตรัสแก่เปโตรว่า "จงลูกขึ้นฆ่ากินเถิด!" (กจ.10:13). เมื่อเปโตรเห็นแล้ว เขาก็ตอบทันทีว่า "ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ไม่ได้เด็ดขาด เพราะข้าพเจ้าไม่เคยรับประทานสิ่งที่เป็นของธรรมดาทั่วไปหรือสิ่งที่เป็นมลทินเลย" (ข้อ 14).
นี่ก็หมายดวามว่าเขาไม่เคยติดต่อกับพวกต่างชาติมาก่อนนั่นเอง. ที่นี้จะทำอย่างไร? ผ้าผืนนี้ได้เลื่อนลอยลงมาอย่างนี้หนึ่งครั้งก็แล้ว สองครั้งก็แล้ว สามครั้งก็แล้ว. ตอนนี้เปโตรถึงได้เข้าใจชัดเจน.
เยี่ยมชมเว็บไซต์ เสริมสร้างผู้แรกเชื่อ ได้ที่นี่ 👇