7 ธ.ค. 2021 เวลา 14:26 • ไลฟ์สไตล์
เคยได้ยินเรื่องจังหวะจะรักมั้ยคะ?
จังหวะจะรักใครจะชอบใครสักคน ทั้งๆที่เห็นผ่านตาอยู่ทุกวันแต่ก็ไม่เคยรู้สึกอะไร แต่พอมาวันนึงทำไมความรู้สึกมันถึงเริ่มเปลี่ยนไป
เหตุเกิดจากเซเว่นอีเลฟเว่นนี่แหละค่ะ คงไม่มีใครไม่รู้จักร้านสะดวกซื้อนี้หรอกใช่มั้ยคะ เราไปที่เซเว่นทุกวันตอนเย็นเพราะว่าเราไม่ค่อยมีอะไรทำค่ะ5555 วันนั้นเรากำลังเลือกน้ำอยู่ที่หน้าตู้น้ำ ตู้น้ำเซเว่นจะมีช่องที่มองเห็นห้องจัดของ ของพนักงาน และคนในห้องนั้นก็สามารถมองเห็นเราได้เช่นกัน เราเลือกน้ำอยู่นาน พอเลือกได้และกำลังจะหยิบ สายตาก็เหลือบไปเห็นสายตาคู่หนึ่งหลังตู้น้ำ ที่มีแมสปิดบังใบหน้าอยู่และมีแว่นทรงหยดน้ำเหลี่ยมๆสวมอยู่ สายตาของเราและสายตาคู่นั้นมองกันอยู่ประมาณ2-3วินาที จากนั้นเขาก็ยิ้มพร้อมกับโบกมือทักทายเราอย่างเป็นมิตร และวินาทีนั้นนั่นเองหัวใจดวงน้อยๆของเราก็ดันพองโตเพราะสายตาคู่นั้น พอกลับบ้านมาก็มัวแต่เขินจนนอนไม่หลับ
วันต่อมาพอถึงเวลาเราก็รีบไปเซเว่น ยอมรับเลยว่าเราคิดถึงสายตาคู่นั้นทั้งวันเลยค่ะ พอไปถึงเซเว่นเราก็เห็นเขาคนนั้นตั้งแต่อยู่หน้าประตูแล้วค่ะ
แค่ได้เห็นหน้าก็หุบยิ้มไม่ได้เลยค่ะ เราเดินไปหยิบน้ำที่เคยดื่มเมื่อวานและมาจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ ข้างๆกับเคาน์เตอร์จะมีall café และใช่ค่ะ เขายืนอยู่ตรงนั้น คนที่กำลังจะคิดเงินให้เราเป็นพี่ผู้หญิงค่ะ แต่จู่ๆเขาคนนั้นก็เป็นคนมาคิดเงินให้เราเอง
วันนั้นเราเลิ่กลั่กมากค่ะทำอะไรไม่ถูก เขินๆบวกกับเกร็งๆด้วยเพราะเขาอยู่ใกล้เราจนใจจะทะลุออกมาเต้นระบำแล้วค่ะ5555555 กลับบ้านมาก็สเตปเดิมเลยค่ะ นั่งเขินนอนเขิน ยิ้มหน้าบานเหมือนคนบ้าเลย
วันที่สาม วันนั้นเป็นวันศุกร์ค่ะเราเดินเข้าไปในเซเว่นคนค่อนข้างเยอะ พนักงานจัดของกันให้วุ่น คนที่เรามองหาคนแรกเลยคือเขาคนนั้นค่ะ ตอนนั้นเขากำลังชงกาแฟอยู่ตรงall café ด้วยความที่เราอยากจะให้เขาเป็นคนคิดเงินเหมือนเมื่อวาน เราก็เลยเดินวนอยู่ในเซเว่นจนกว่าคนจะน้อยเลยค่ะแอบขำตัวเองเหมือนกันว่าทำๆไม เราวนนานกว่า15นาทีแต่ก็ไม่มีวี่แววว่าลูกค้าจะน้อยสักทีเลยค่ะ
เราก็เลยเดินไปหยิบน้ำที่เคยดื่มแล้วไปคิดเงิน ตอนที่เราคิดเงินอยู่ เคาน์เตอร์ที่เราอยู่มันติดกับเคาน์เตอร์all café เลยทำให้ได้เห็นเค้าใกล้เหมือนกัน เรามั่นใจว่าตอนนั้นเราไม่ได้คิดไปเองค่ะตอนที่เรากำลังจะจ่ายเงินหางตาเราหันไปเห็นพี่เค้าเงยหน้าขึ้นมามองเราพอดี แต่ก็อาจจะเผลอมองสิ่งต่างๆรอบตัว วันนั้นก็เลยทำเรานอยด์ที่มีโมเมนต์น้อยหน่อยๆ
วันต่อมาเป็นวันเสาร์ค่ะ คุณแม่พาเราไปเที่ยว เป็นทริปแรกที่ใจไม่จดจ่อกับการเที่ยวเลยค่ะ ใจเราตอนนั้นคิดถึงแต่เซเว่นอีเลฟเว่น คิดว่าเมื่อไหร่จะได้กลับบ้าน แต่พอกลับมามันก็เย็นมากแล้วเลยไม่ได้ไป คืนนั้นนอนคิดถึงทั้งคืนเลยค่ะ
วันที่ห้าเป็นวันอาทิตย์ค่ะ เย็นวันนั้นด้วยความที่เราคิดถึงมาสองวันติดก็จะตื่นเต้นมากหน่อยๆ เราเดินมาถึงหน้าเซเว่น ลองคิดภาพตามดูนะคะ ประตูเซเว่นจะเป็นประตู อัตโนมัติที่เปิดปิดเอง เราเกิดคิดอะไรไม่รู้ดันทำท่าปล่อยพลังให้ประตูเปิดเอง
แล้วจังหวะนั้นเป็นจังหวะซิทคอมมากเขาคนนั้นดันเดินออกมาพอดี วินาทีนั้นเรามองหน้าเขา เขามองหน้าเรา เขาตอนนั้นดูอึ้งและกลั้นขำอยู่ค่ะ ส่วนเรานั้นก็มีเรื่องให้อายอีกแล้ว เราก็เลยรีบเดินเข้าไปในเซเว่นและไปหยิบน้ำที่เคยดื่มเป็นประจำมา เวลานั้นเขาก็เดินไปอยู่ที่เชลล์ขนม ด้วยความที่เราไม่เจอเขามาหนึ่งวันและก็บวกความคิดถึงเล็กน้อย เลยเดินไปอยู่ที่เชลล์มาม่าอยู่ถัดจากเชลล์ขนมมาหนึ่งล็อก พอเขาขยับมาอยู่ที่เชลล์มาม่าเราก็ขยับมาอยู่เชลล์นม ตอนนั้นเราเขินมากค่ะและก็เหมือนว่าเขาคนนั้นจะรู้ตัวแอบอมยิ้มเบาๆนิดหน่อย เราก็เลยเดินไปจ่ายเงินค่ะ แต่ถึงยังไงก็ยังไม่หายคิดถึงอยู่ดี อยู่ในช่วงคลั่งรักเลยก็ว่าได้
วันต่อมาเป็นวันที่หกของการแอบปลื้มค่ะ วันนั้นเราเดินเข้าไปในเซเว่นก็ได้ยินเสียงเขาบอกว่า “สวัสดีครับเชิญครับ” เป็นคำที่พนักงานเซเว่นทั่วประเทศใช้กัน แต่เราเขินคำนี้ให้เขาแค่คนเดียว
เราเดินไปหยิบน้ำดื่มตามเดิม และจ่ายเงิน วันนั้นเขาเป็นคนคิดเงินให้เราและที่สำคัญเราสมัครall memberแล้ว เวลากดเบอร์เขาจะได้เห็นชื่อเรา
รอบนี้มันดันไม่ใช่เราคนเดียวที่เลิ่กลั่กแต่มันเป็นเขาด้วยที่เลิ่กลั่ก เป็นวินาทีที่เรารู้สึกว่าทุกอย่างช้าลงหมดเลยและ ณ ตอนนั้นเรารู้สึกเหมือนช่วงเวลานี้มีแค่ ฉันกับเธอ เท่านั้น ตอนก่อนที่เราจะออกจากเซเว่นเขาคนนั้นหยิบหลอดให้เรา หยิบหลอดไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกค่ะแต่ ณ จุดๆนี้เรามโนและคิดเข้าข้างตัวเองหน่อย เราซื้อน้ำทุกครั้งไม่เคยหยิบหลอด และถ้าหากว่าลูกค้าอยากจะใช้หลอดคงจะหยิบหลอดเองและน่าจะหยิบตั้งนานแล้วไม่รอให้กำลังจะเดินออกไปแล้วค่อยหยิบหรอกค่ะ แต่อันนี้คือเรากำลังจะเดินออกแล้วเขาดันยื่นหลอดให้เรา มันก็แอบเขินนิดๆนะคะตามประสาคนแอบชอบแล้วเข้าข้างมากกว่าความเป็นจริง55555
คืนนั้นนอนไม่หลับเลยค่ะ คิดถึงเรื่องหยิบหลอดทั้งคืนแล้วก็คิดถึงเขาด้วย
วันที่เจ็ดวันนั้นเป็นวันอังคารค่ะ วันนั้นเราไปกับเพื่อนอีกหนึ่งคน เราและเพื่อนเดินเข้าไปในเซเว่นแล้วเลือกของ ตอนนั้นใจแป้วมากค่ะ เราไม่เห็นเขา เราเลยพูดกับเพื่อนว่าเขาไปไหนนะ แล้วพี่ผู้หญิงที่เติมของหรือเช็คของอยู่ก็เดินไปในห้องหลังตู้น้ำ จากนั้นเขาคนนั้นก็เดินออกมาทันทีเลยค่ะ เราเลยพูดกับเพื่อนว่า หรือพี่ผู้หญิงคนนั้นจะรู้ว่าเราหมายถึงใคร เรากับเพื่อนก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก เลยไปหยิบน้ำดื่มที่เคยดื่มทุกวัน และตอนนั้นเพื่อนเราดันอยากกินของเวฟ เพื่อนบอกว่าเพื่อนรู้ว่าเราอยากอยู่ในเซเว่นนานๆเลยซื้อของเวฟจะได้รอนานๆ555555 ชอบความเพื่อนแท้มากค่ะ ตอนที่เราสองคนกำลังเลือกของกันเขาก็ยืนอยู่หยุดประจำของเขาคือ all caféค่ะ แล้วก็เหมือนว่าตอนที่เรากำลังช่วยเพื่อนเลือกของเวฟ เขาคนนั้นก็เดินผ่านไปผ่านมาข้างหลังของเราประมาณสองรอบ เพราะน่าจะไปเอาของในห้องห้องตู้น้ำ รอบสุดท้ายที่เขาเดินผ่านเรา
เราก็เลยส่งยิ้มและพยักหน้าเพื่อเป็นการทักทาย และเขาคนนั้นก็ยิ้มและพยักหน้าส่งกลับมาให้เรา ตอนนั้นเราเขินและเก็บอาการไม่ค่อยอยู่เลยไปตีเพื่อนค่ะ พอเลือกของเสร็จก็คิดเงินและเวฟของ เขาคนนั้นเป็นคนเวฟให้ค่ะ ระหว่างที่รอเวฟเราพยายามมองป้ายชื่อเขา แต่ว่าป้ายของเขามันพลิกด้านหลังออก ก็เลยไม่เห็นชื่อ เราเลยพูดเล่นๆกับเพื่อนเราว่า คราวหน้ามาซื้อขนมจีบดีกว่า แต่เหมือนคนที่รู้ว่าเราหมายถึงอะไร ดันไม่ใช่เขาคนนั้นแต่เป็นพี่ผู้หญิงที่เราพอจะคุ้นเคย พี่เขาก็แอบขำเล็กน้อยนะคะ พอเวฟของเสร็จเขาคนนั้นก็ยื่นของมา ด้วยความที่เราอยากรับจากมือเขา เลยยื่นมือจะรับแต่เพื่อนตัวดีของเราดันยื่นมือรับตัดหน้า เขาคนนั้นเห็นแล้วก็ขำค่ะ เพราะตอนที่เพื่อนเรายื่นมือรับตัดหน้าเราหันขวับแล้วก็ตีไหล่เพื่อนเลยค่ะ555555 จากนั้นเราและเพื่อนก็กลับบ้านพร้อมกัน ตกค่ำหน่อยๆประมาณหนึ่งทุ่มแม่เราก็วานให้ไปซื้อของที่เซเว่น
เข้าทางเราเลยสิคะ อยากไปมากๆอยู่แล้วด้วย วันนั้นก็เลยได้ไปสองรอบเลย
วันต่อมาเป็นวันที่แปดของการแอบชอบค่ะ เราไปซื้อน้ำดื่มตามเคยพอไม่เจอเขาคนนั้นเราเลยเดินวนรอบเซเว่นเหมือนค่ะ แต่ก็ไม่มีวี่แววที่จะออกมา เราก็เลยไปคิดเงินตอนนั้นคนก็เยอะพอสมควรค่ะ เราชะเง้อมองหาเขาและคนที่พอจะรู้ว่าเรามองหาใครก็เป็นพี่ผู้หญิงคนนึงค่ะเหมือนเขาจะรู้ว่าเรามองหาใครเขาก็เลยเดินเข้าไปในห้องหลังตู้น้ำ ตอนนั้นเราไม่ได้คิดอะไรแต่พอเขาเข้าไปไม่นาน เขาคนที่เราอยากเจอก็ออกมาราวกับว่าเหมือนถูกคนไปตาม วินาทีนั้นเราเห็นเขา และเขาคนนั้นก็เห็นเราที่ชะเง้อมองอยู่ เราจ่ายเงินเสร็จพอดีก็กลับบ้านเลย วันนั้นเราได้เจอเขาแค่เพียงไม่ถึงนาที คิดถึงมากเลยเหมือนกัน
วันที่เก้าวันนั้นเป็นวันพฤหัสเราไปกับเพื่อนคนเดิมค่ะ ไปถึงแล้วเรามองไม่เห็นเขาคนนั้น เราก็หงุดหงิดและเดินเลี้ยวขวาพร้อมกับลื่นพื้นเซเว่นยอมรับว่าเคืองคนถูพื้นวันนั้นมากค่ะ
เราไม่ทันได้สังเกตว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเราตอนที่ลื่นล้มท่าน่าเกียจเป็นใคร ใช่ค่ะเขาคนนั้นนั่นเอง จังหวะซิทคอมอีกแล้ว เขายืนจัดของอยู่เฉยๆ แต่เราดันลื่นล้มตรงหน้าเขา ทั้งอายทั้งเขิน และตอนนั้นเองเขาคนนั้นก็หลุดขำออกมาค่ะเราก็เลยรีบตั้งตัวแล้วเดินไปทางตู้น้ำพร้อมกับหันมามอง เขาคนนั้นก็ยังยิ้มอยู่ค่ะ เห้อออออ ไม่เข้าใจตัวเองเลยค่ะทำไมถึงชอบทำอะไรโบ๊ะบ๊ะตลอดเลย ฉากต่อไปนี้ให้ทุกคนคิดภาพตามนะคะตู้น้ำที่เราอยู่คือส่วนหลังในเซเว่น ส่วนที่เขาคนนั้นยืนอยู่คือส่วนเชลล์แรกแถวหน้าประตูเซเว่น สักพักพอเราหายอาย ก็เขินค่ะ ด้วยความอยากรู้ว่าเขาทำอะไรอยู่เราเลยเขย่งมองเขาจากโซนตู้น้ำ จังหวะนั้นที่เราชะเง้อมองเป็นจังหวะเดียวกันกับเขาคนนั้นที่มองเราอยู่เหมือนกัน เรากับเขามองหน้ากัน พร้อมกัน แล้วก็ขำบวกกับเขินอีกรอบค่ะ55555555 พอผ่านไปสักแปบนึงเราก็เขย่งอีก แต่ไม่เจอเขาคนนั้นค่ะ เพราะเขาอยู่เฉียงจากเราหน่อย
เชลล์เดิมแต่อยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์ และรอบนี้เขาก็เห็นว่าเรามองเขาอีกแล้วค่ะ ตอนนั้นเราโป๊ะแตกมาก เขารู้หมดเลยว่าเรากำลังแอบมอง เราเขินก็เลยตีเพื่อนอีกตามเคย จากนั้นเราสองคนก็ไปคิดเงินและกลับบ้านด้วยกันค่ะ
แต่ใครจะรู้ล่ะคะว่าวันนั้นเป็นวันสุดท้ายที่เราได้เจอเขาคนนั้น…
วันต่อมาเป็นวันศุกร์ค่ะเราไปเซเว่นหวังที่จะดูป้ายชื่อเขาเพราะเรายังไม่เคยรู้ชื่อ ไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย แต่ว่าวันนั้นเราไปแล้วไม่เห็นพนักงานกะเดิมที่ทำงานเลยค่ะเราเห็นเป็นพนักงานที่ทำกะเช้าหมดเลย ที่เรารู้ว่าทำไมคนที่ทำกะไหนเป็นเพราะว่าเราเข้าเซเว่น
บ่อยมากค่ะ ตอนแรกเราก็ไม่เอะใจอะไรเพราะคิดว่าอาจจะมาช่วยงานหรือมาทำอะไรเฉยๆ วันนั้นเราก็ไม่เจอเขาค่ะ เสาร์อาทิตย์เราไม่ได้ไปเซเว่นเพราะว่าไปธุระกับครอบครัว
วันที่สิบสามเป็นวันจันทร์ค่ะ เราเดินเข้าไปและมองหาคนคนเดิมแต่ก็ไม่เจอเหมือนเดิมค่ะ จะเห็นก็แต่พี่ผู้หญิงเราคุ้นเคย
เราเลยคิดว่าหรือเขาถูกย้ายให้ไปทำกะเช้า วันนี้ตอนเช้าประมาณเก้าโมงเราเลยไปที่เซเว่นดู อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ “วันนี้” แผลสดค่ะ555พอไปถึงเราก็ไม่เห็นแม้แต่วี่แววเลยค่ะเลยคิดว่าวันศุกร์กับเมื่อวานที่เราไปเขาอาจจะอยู่ข้างในห้องนั้นก็ได้ตอนเย็นเราเลยไปใหม่ค่ะแต่ผลลัพธ์มันก็ออกมาเป็นแบบเดิมเราไม่เห็นเขาคนนั้นแล้วค่ะ
เราคิดว่าเขาอาจจะไปแล้วจริงๆก็ได้ อาจจะไปทำงานที่สาขาอื่นหรือไปทำอะไรใหม่ๆ
ทั้งหมดที่เราเล่ามานี้มันคือความสุขในช่วงเวลาสั้นๆของเราค่ะความสุขที่ได้แอบชอบ
ความสุขที่ได้คลั่งรักความสุขที่ได้มีโมเมนต์เล็กๆน้อยความสุขที่ได้มองเห็นเขาคนนั้นใช้ชีวิตในทุกๆวันความสุขที่ได้จินตนาการภาพตอนเราอยู่กับเขาแล้วเก็บเอาไปนอนคิด
แต่เรากลับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวเขาเลยแม้แต่ชื่อ คนที่แอบชอบใครหรือแอบรักข้างเดียวอย่างน้อยก็ยังมีช่องทางการติดต่อมีช่องทางไว้ส่องความเคลื่อนไหวส่วนเราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย
แต่เราก็มีความสุขมากๆเลยนะคะเวลาที่นึกถึงเขาคนนั้น เขาไม่ใช่คนหน้าตาดีมากหรอกค่ะ หน้าตาก็พอใช้ไม่ได้เพียบพร้อมเป็นคนธรรมดาๆ หนึ่งอาทิตย์กว่าที่เราได้เจอเขา
ได้มีโมเมนต์มันเป็นสิ่งที่ดีมากๆในปีนี้เลยแหละค่ะ เป็นช่วงเวลาที่ต่อให้เราเครียดหรือกังวลอะไรท้อใจอะไรเพียงแค่นึกถึงเวลาเขายิ้มให้เราก็มีความสุขเลยค่ะ เปรียบเสมือนเป็นรอยยิ้มของทุกวันก็ทำให้ทุกๆอย่างดีไปหมดเลยค่ะ เขาคนนี้เป็นคนแรกที่ทำให้แค่ช่วงเวลาสั้นๆที่เจอกันมีค่ามากสำหรับเรา ทำให้ช่วงเวลาที่เราคิดถึงเขามากๆ เช่น ตอนนี้ก็มีน้ำใสๆไหลออกมาจากดวงตาเป็นระยะๆ…
ตอนนี้เขาคนนั้นอาจจะกำลังเดินอยู่ในเส้นทางของตัวเอง สิ้นปีแล้วเราก็ขอให้เขาพบเจอแต่สิ่งดีๆ เราก็ยังคงคิดถึงเขาและวันแรกที่เรารู้สึกหัวใจพองโตจากสายตาคู่นั้นผ่านห้องหลังตู้น้ำ…
โฆษณา