เส้นผมบังภูเขา มันเหมือนสิ่งที่ปกปิดจิตของเรา ไม่ให้รับรู้อะไร ทำตนเหมือนกับว่า พอได้ยินได้ฟังอะไร เค้าขึ้นมานิด ก็บอกว่าข้ารู้แล้ว มองดูตัวเอง เมื่อสามสิบปีที่แล้ว ตอนที่เจอพระที่เคารพนับถือ ก็ทำตนเหมือนน้ำล้นถ้วย ฟังท่านเหมือนกัน แต่ภายในมันก็เที่ยวไปเทียบตำรับตำรา ที่เคยอ่านเคยฟังมา มันยึดอยู่อย่างนั้น แต่ไม่ได้ไปฝึกหัดตัวเอง ตอนหลังท่านก็บอกว่าของในเรา มันเป็นตัวปฏิเสธ อวดเก่ง อวดดีไปเสียหมด มันปิดบังจิตไปเสียหมด แล้วท่านก็บอกว่า ให้ฝึกเอาตัวทิฐิอะไรเอาออกไป ไม่ยังงั้น ก็เรียนธรรมจากจิตไม่ได้ แล้วไม่ใช่เอาเรื่องสัญญาจดจำไปเรียนรู้ เพื่อลดอารมณ์ ลดละกรรม ท่านก็ให้ไปฝึกหัดทำ ไม่ติเตียนไม่วิจารณ์ใคร ไม่หลงตัวเองดีแล้ว ไม่ให้เห็นใครผิดเลย ถือว่าสิ่งที่ทุกคนเราเกิดมามีกรรม นำพามาให้ชดใช้กรรม ต้องมาแก้ไขนิสัยสันดานที่มีอยู่ตัวตนของตน ใครแก้ไขไม่แก้ไขก็เรื่องราวของเขา แต่เราจะแก้ไขที่ตัวเรา