ชาวอเมริกันกว่า 3 ล้านคน “แก่แล้วยังต้องทำงาน”
ใช้หนี้! กู้ยืมเพื่อการศึกษา
เราต่างก็มีความเชื่อว่า การศึกษาคือสิ่งที่จะช่วยยกระดับชีวิต เพิ่มโอกาสเข้าถึงงานดีๆ ซึ่งจะสร้างรายได้มากขึ้น แต่แนวคิดนี้จะยังถูกต้องอยู่ไหม? หากเราต้องใช้เงินจำนวนมากไปกับการศึกษา พอเรียนจบออกมาแทนที่จะได้สร้างตัว กลับต้องทำงานใช้หนี้การศึกษาไปอีกนับสิบปี
5
เรื่องนี้คือปัญหาใหญ่ของสหรัฐอเมริกา เมื่อธนาคารกลางเปิดเผยข้อมูลว่า ในปี 2018 คนอเมริกันมีค่าใช้จ่ายในการเรียนระดับปริญญา เฉลี่ยราว 1 ล้านบาทต่อปี ทำให้หลายคนต้องกู้ยืมเงินมาเพื่อการศึกษา ซึ่งเมื่อเรียนจบแล้ว พวกเขาต้องทำงานใช้หนี้ไปอีกประมาณ 10 ปี
3
ขณะที่อีกหลายคนตัดสินใจเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น เพราะเล็งเห็นแล้วว่าจบออกมาก็ไม่มีงานทำ หรือหวังว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสได้งานดีๆ ซึ่งนี่เป็นผลกระทบจากเหตุการณ์เลิกจ้างงานในประเทศมากถึง 2.6 ล้านตำแหน่ง และมีอัตราการว่างงานสูงถึง 7.2% เพราะ GDP ของสหรัฐฯ หดตัว จากวิกฤติสินเชื่อซับไพรม์ที่เคยเกิดขึ้นในปี 2007
1
[ยอดหนี้การศึกษา มากกว่าหนี้บัตรเครดิต]
3
ย้อนกลับไปในปี 2006 ก่อนที่จะเกิดวิกฤติสินเชื่อซับไพรม์ สหรัฐฯ มีตัวเลขหนี้เพื่อการศึกษาอยู่ที่ราว 16 ล้านล้านบาท แต่ในเวลาสิบกว่าปีต่อมามูลค่าหนี้ก้อนนี้ กลับพุ่งสูงถึง 51 ล้านล้านบาท หรือราวๆ 3 เท่าจากเดิม ซึ่งมากกว่าหนี้บัตรเครดิต และหนี้สินเชื่อรถยนต์เสียอีก
1
นอกจากนี้หนี้เพื่อการศึกษายังมีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 2 รองจากหนี้สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์เท่านั้น โดยคาดว่าในปี 2022 ก็จะพุ่งทะลุ 66 ล้านล้านบาท เลยทีเดียว คนอเมริกันส่วนใหญ่ที่เป็นหนี้การศึกษา มักเป็นครอบครัวชนชั้นกลางและชนชั้นแรงงาน เพราะต้องกู้ยืมเงินมาเป็นค่าเล่าเรียน ซึ่งแพงขึ้นราว 400% ภายในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา
1
ประชากรกลุ่มมิลเลนเนียล (คนที่เกิดระหว่าง พ.ศ.2523-2539) ได้รับผลกระทบหนักที่สุด กว่า 75% ต้องมีหนี้สิน ทำให้ออมเงินได้น้อยกว่าคนรุ่นก่อน โดยคน 25% ไม่มีเงินออมเลย และมากกว่า 1 ใน 3 ระบุว่าการเป็นหนี้สินดังกล่าว ทำให้ไม่สามารถซื้อบ้านได้ ขณะที่อีก 30% บอกว่าต้องเลื่อนแผนการออมเพื่อเกษียณออกไปก่อน จึงทำให้การเงินในบั้นปลายชีวิตของพวกเขานั้นน่าเป็นห่วง
2
[อายุเกิน 60 แล้ว ยังต้องทำงานใช้หนี้]
สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านการเงิน ของสหรัฐฯ (CFPB) ระบุว่า มีคนอเมริกันที่อายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวนมากกว่า 3 ล้านคน ยังเป็นหนี้กู้ยืมเพื่อการศึกษาอยู่ คิดมูลค่ารวมกันมากถึง 2.8 ล้านล้านบาท ทั้งยังมีหลายคนใช้เงินบำนาญจากประกันสังคม มาจ่ายหนี้การศึกษาของตัวเอง
1
คุณยาย Seraphina Galente วัย 78 ปี คือหนึ่งในตัวอย่างของเรื่องนี้ เธอเรียนจบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยในรัฐซานดิเอโก เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน แต่ยังมีหนี้กู้ยืมเพื่อการศึกษาเหลืออยู่ราว 1.3 ล้านบาท แทนที่จะได้ใช้ชีวิตสบายๆ ในวัยเกษียณ เธอกลับต้องทำงานพาร์ตไทม์ เพื่อนำเงินไปผ่อนจ่ายหนี้เดือนละราว 6,000 บาท ซึ่งมันก็น้อยมากๆ จนไม่พอสำหรับค่าดอกเบี้ยด้วยซ้ำ
1
[นักการเมืองที่เสนอให้ยกเลิกหนี้ จะได้รับความนิยมมาก]
จากปัญหาหนี้เพื่อการศึกษาที่เรื้อรัง กัดกินชีวิตของชาวอเมริกันมาเป็นเวลานาน ทำให้นักการเมืองหลายคนหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็น “นโยบายหาเสียง”
1
ในช่วงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อปี 2020 Bernie Sanders วุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครต ประกาศนโยบายจะปลดหนี้ทั้งหมดให้กับนักศึกษา ไม่ว่าจะมีรายได้หรือยอดหนี้เท่าไรก็ตาม โดยจะใช้เงินที่ได้จากภาษีธุรกรรมในตลาดหุ้นวอลสตรีท มาอุดหนุนหนี้เพื่อการศึกษาดังกล่าว
ขณะที่วุฒิสมาชิก Elizabeth Warren ก็เสนอนโนบายยกเลิกหนี้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เฉลี่ยราว 1.6 ล้านบาท ให้กับชาวอเมริกัน 42 ล้านคน เธอมองว่าการที่รัฐบาลยกเลิกภาษีให้กับคนรวย ทำให้ประชาชนต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้านการศึกษามากขึ้น ซึ่งผลสำรวจก็ระบุว่ามีคน 57% ให้การสนับสนุนแนวคิดของเธอ โดยมี 21% ที่ไม่เห็นด้วย
เมื่อหันกลับมามองประเทศไทย ก็มีนักเรียน-นักศึกษาจำนวนมาก ที่ต้องกู้เงินเพื่อนำมาใช้จ่ายในการศึกษา ซึ่งเราก็มีกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) คอยให้ความช่วยเหลือ โดยนำเงินจากภาษีประชาชนมาอุดหนุน การดำเนินการต่างๆ จึงควรเป็นไปอย่างระมัดระวัง เพื่อให้สถานะเงินกองทุนยังไปต่อได้ และประชาชนก็มีโอกาสเข้าถึงการศึกษามากขึ้น โดยที่ไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายมากเกินไปนั่นเอง
1
แม้ว่าปัญหาหนี้สินจากการศึกษา อาจไม่ส่งผลกระทบชัดเจนทันทีเหมือนกับปัญหาหนี้สินอื่นๆ แต่จากข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมด คงจะเห็นกันแล้วว่าหนี้การศึกษาส่งผลกระทบในมิติอื่นๆ ของชีวิตด้วย เช่น ไม่สามารถออมเงินได้ ต้องทำงานใช้หนี้จนไม่ได้สร้างตัว หรือต้องนำเงินออมในบั้นปลายมาใช้หนี้แทน ซึ่งนี่คือปัญหาทางการเงินระยะยาวในระดับปัจเจกบุคคล ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจมวลรวมของประเทศนั้นๆ ด้วย
#วางแผนการเงิน #วางแผนเกษียณ #ออมเงิน #หนี้
#IssueUpdate #aomMONEY
◤ = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =
👍 ชอบกด Like โดนใจ กด Share
และอย่าลืม ✅ See First
เพื่อที่จะได้ไม่พลาดข่าวสารใหม่ ๆ ก่อนใคร
= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = ◢
.
ติดตามความรู้ทางการเงินในช่องทางอื่นๆ ได้ที่
📌 กลุ่มกองทุนไหนดี https://bit.ly/3aOjgMl
.
สนใจโฆษณาติดต่อ :
👉 Tel: 092-264-5499 (แน้ม)
42ถูกใจ
27แชร์
18Kรับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      เกือบโชคร้ายเพราะไม่รู้ว่าตัวเองโชคดี เมื่อวานเช้าผมออกไปวิ่งตามปกติ วิ่งเพลินๆอยู่ดันสะดุดขาตัวเอง ทำให้ผิดจังหวะจนล้มลงเข่ากระแทก มือขวายันพื้น ลุกขึ้นมาได้ก็ต้องกลับมาปฐมพยาบาลเข่าที่เลือดออกแถมปวดข้อมือมากจนต้องให้ภรรยาใช้ผ้าพันมือรัดไว้ กลัวกระดูกแตกมากเพราะจะใช้เวลารักษานาน ในใจคิดว่าซวยแต่เช้า
      YGG ลุยเปิดเกมใหม่ปีหน้าป้อนตลาดไทย-เทศ รุกตั้ง YGG Global ร่วมเป็นเจ้าของแอนิเมชั่นซีรี่ย์ระดับโลก
      Apple เผชิญวิกฤติ “รายได้ลด” เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา Apple ได้ประกาศลดค่าตอบแทนของ ทิม คุก CEO ของ Apple ลงเกือบครึ่ง จากที่เคยได้ 3,300 ล้านบาท ในปีที่แล้ว เหลือ 1,600 ล้านบาท ในปีนี้
      เรื่องราวของหญิงสาวที่ถูกแฟนหนุ่มไล่ออกจากห้องในสภาพเปลือยเปล่าตอนตี 4 แต่หลังจากที่มีการเรียกตำรวจมาดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว ฝ่ายหญิงสาวกลับต้องเป็นฝ่ายเสียค่าปรับเป็นเงินจำนวนกว่า 200 ปอนด์ ซะอย่างงั้น
      ดูทั้งหมด