อย่างไรก็ตามชัยชนะของเจ้าตัวกลับถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่พอสมควร โดยเฉพาะระหว่างการปล่อยรถ Safety Car ออกมาวิ่งหลังเกิดอุบัติเหตุในสนาม และการเปลี่ยนใจของ FIA ให้รถที่โดนน็อกรอบไปแล้วสามารถวิ่งแซงได้ จนดูเหมือนเป็นการมอบแชมป์ให้กับ เวอร์สแตพเพ่น เลยทีเดียว
เกิดอะไรขึ้นบ้างในการแข่งที่ ยาส มารินา เซอร์กิต มาย้อนดูและเจาะลึกทุกจังหวะสำคัญของเรซที่แสนบ้าคลั่งและบีบคั้นหัวใจที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟอร์มูล่าวันครั้งนี้กับ Main Stand
ถึงกระนั้นทางกรรมการของ FIA ได้พิจารณาคำประท้วง ก่อนจะปฏิเสธคำขอดังกล่าวไป โดยให้เหตุผลว่า "กฎข้อ 15.3 ผู้อำนวยการแข่งขันสามารถควบคุมการปล่อยหรือเรียกรถเซฟตี้คาร์กลับมาได้" และ "แม้กฎข้อ 48.12 จะไม่ถูกบังคับใช้อย่างเต็มที่ แต่กฎข้อ 48.13 ซึ่งเมื่อมีการส่งข้อความ 'SAFETY CAR IN THIS LAP' ออกไปแล้ว จะต้องเรียกรถเซฟตี้คาร์เข้ามาเมื่อสิ้นสุดรอบนั้นสามารถหักล้างกฎข้อก่อนหน้าลงได้"
และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เพราะเมื่อรถของ เซบาสเตียน เวทเทล คันสุดท้ายที่ได้รับอนุญาตให้แซงผ่านหน้า Safety Car ไปแล้ว ข้อความ 'SAFETY CAR IN THIS LAP' ก็ได้ถูกแสดงขึ้นมา ทันเวลาก่อนที่เซฟตี้คาร์จะเข้าสู่พิทเมื่อสิ้นสุดรอบ 57 และเหลือเวลาให้ มักซ์ กับ ลูอิส แข่งกันได้หนึ่งรอบสุดท้ายพอดี
ปัจจัยสำคัญที่ตัดสินแชมป์ครั้งนี้คงไม่พ้นเรื่องการเรียก Safety Car ออกมา และการตัดสินใจหลายอย่างของ FIA ที่ดูขัดหูขัดตาอย่างยิ่ง แต่หากมองในอีกมุมหนึ่ง แต่ละสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นก็มีเหตุผลของมันมารองรับอยู่