Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
กรุงเทพธุรกิจ
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
6 ก.พ. 2022 เวลา 01:00 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
ปี 2035 “เทคโนโลยี” ที่จะมีอิทธิพลต่อ “เศรษฐกิจไทย” จะยังเหมือนวันนี้หรือไม่ ?
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีต่างๆ จะเข้ามามีส่วนสำคัญในเศรษฐกิจโลกรวมถึงเศรษฐกิจไทย ซึ่งคนที่มองเห็นโอกาสทางเทคโนโลยีได้ไกลกว่าย่อมมีโอกาสที่จะพัฒนาสินค้าและบริการหรือธุรกิจให้รุดหน้าไปคว้าโอกาสใหม่ก่อนคนอื่นได้ แล้วในอีก 10 ปีข้างหน้า คาดว่าประเทศไทยจะมีเทคโนโลยีใดบ้าง ที่จะเข้ามากระทบหรือสร้างการเปลี่ยนแปลงกับเศรษฐกิจไทย ?
1
ปี 2035 “เทคโนโลยี” ที่จะมีอิทธิพลต่อ “เศรษฐกิจไทย” จะยังเหมือนวันนี้หรือไม่ ?
1. IoT (Internet of Things) อินเทอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่ง
1
เป็นเทคโนโลยีเริ่มใช้แพร่หลายในปัจจุบัน “IoT” ช่วยยกระดับการใช้งานหรือใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์และเซ็นเซอร์ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต การวิเคราะห์ข้อมูล และการประมวลผลแบบคลาวด์ (Cloud computing) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจรวมถึงการสร้างรูปแบบและบริการทางธุรกิจ ใหม่ๆ เช่น บ้านอัจฉริยะ (Smart home) พลังงานอัจฉริยะ (Smart energy) และภาคการผลิต 4.0 นำเทคโนโลยี IoT มาประยุกต์ใช้เพื่อ ปรับเปลี่ยนหรือปรับปรุงสินค้าและบริการรวมถึงกระบวนการดำเนินงานให้ทำได้ง่ายดายและแม่นยำมากขึ้น
1
2. AI (Artificial Intelligence) ปัญญาประดิษฐ์
“ปัญญาประดิษฐ์ (AI)” ช่วยให้เครื่องจักร (ระบบคอมพิวเตอร์หุ่นยนต์) มีความฉลาดและความสามารถในการเรียนรู้ จากรูปแบบการอนุมานข้อมูลดิบ โดยการรับรู้แบบจำลองที่ประกอบด้วยตัวอย่างข้อมูลนำเข้า ช่วยให้ปัญญาประดิษฐ์สามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเองได้ ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์จากกลไกวิศวกรรมขั้นสูง เช่น AI เพื่อความปลอดภัยทางถนน, AI ตรวจจับการฉ้อโกง ฯลฯ
3. Data Analytics การวิเคราะห์ข้อมูล
“Data Analytics” คือกระบวนการในการตรวจสอบและจัดหมวดหมู่ข้อมูลเพื่อทำการวิเคราะห์หาข้อมูลเชิงลึกซึ่งจะช่วยผลักดันให้ธุรกิจเคลื่อนตัวไปได้อย่างเร็วและชาญฉลาดมากขึ้น เช่น “การวิเคราะห์อารมณ์และความรู้สึก” (Emotion Analytics) จะเป็นการบันทึกข้อมูลและวิเคราะห์ใบหน้า และคำพูดของ บุคคลเพื่อทำการระบุอารมณ์ เช่น ความสุข ความโกรธ ความเศร้า ความกลัว โดยวิเคราะห์เพื่อให้คำแนะนำส่วนบุคคลหรือเพื่อสังเกตพฤติกรรม เบี่ยงเบนที่อาจจะเกิดขึ้น และทำการระบุภัยคุกคามด้านสาธารณะที่มีโอกาสจะเกิดขึ้น ฯลฯ
4. Next Generation Telecom โทรคมนาคมยุคใหม่
“5G” จะพลิกโฉมการรับส่งข้อมูล ที่มาพร้อมกับ ความสามารถต่างๆ เช่น ความจุเพิ่มขึ้น ความปลอดภัยที่สูงขึ้น และความหน่วงของการรับส่งข้อมูลที่ลดลง ซึ่งสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับผู้คน ธุรกิจและสังคม โดย 5G ไม่ใช่แค่การพัฒนาต่อยอดจาก “4G” แต่เป็นเบื้องหลังเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เช่น “อินเทอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่ง (IoT)” และ “รถยนต์ไร้คนขับ” ซึ่งจะพัฒนาให้ก้าวหน้าไปจนถึง “6G” ซึ่งอาจเข้ามาแทนที่ 5G ด้วยความเร็วที่มากกว่าด้วย
5. DLT (Distributed Ledger Technology) การบันทึกข้อมูลดิจิทัลแบบไร้ศูนย์กลาง
“DLT” เป็นการบันทึกข้อมูลแบบดิจิทัล ซึ่งแตกต่างจากระบบ centralized เนื่องจาก DLT มีการบันทึกธุรกรรมที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ เนื่องจากข้อมูลทั้งหมดนั้นจะถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัยและถูกต้องผ่านการเข้ารหัส
ตัวอย่างการใช้งานของระบบ DLT ที่ เป็นที่รู้จัก คือ “Blockchain” ซึ่งเป็นระบบที่ถูกนำมาใช้ในหลากหลายมิติ เช่น “Cryptocurrency” อย่างไรก็ตาม DLT สามารถ นำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ นอกเหนือจากอุตสาหกรรมการเงิน รวมถึงยังมีเทคโนโลยีอื่นๆ ภายใต้ DLT ได้แก่ เทคโนโลยี DAG, เทคโนโลยี Hashgraph, เทคโนโลยี Holochain และ เทคโนโลยี Tempo ที่จะสนับสนุนการนำ DLT ไปใช้ใน อุตสาหกรรมต่างๆ ด้วย
6. Quantum Computing การประมวลผลควอนตัม
ตัวอย่างการประมวลผลแบบควอนตัม คือ “คอมพิวเตอร์ควอนตัม” คอมพิวเตอร์ที่ใช้อนุภาคในการคำนวณที่เรียกว่า ควอนตัมบิต (quantum bit) หรือ คิวบิต (qubit) ซึ่งมีพลังการประมวลผลและศักยภาพค่อนข้างสูงมาก
โดยความสามารถในการแก้ปัญหาที่คอมพิวเตอร์คลาสสิคที่ทรงพลังที่สุดไม่สามารถแก้ได้ เทคโนโลยีนี้จึงจะเข้ามาสนับสนุนสังคม 5.0 ในอนาคต ซึ่งอุตสาหกรรมที่จะได้รับประโยชน์จากคอมพิวเตอร์ควอนตัม ได้แก่ การดูแลสุขภาพ การผลิต ยา สื่อและการเข้ารหัส การ ประมวลผลควอนตัมจะได้รับแรงขับเคลื่อนอย่างมากจาก “Big data” เพื่อปรับปรุงและยกระดับการบริการ ในอีก 15 ปีข้างหน้า คาดว่าประเทศไทยจะมีชิป qubit ในโทรศัพท์และอุปกรณ์ส่วนตัวด้วย
7. Automation ระบบอัตโนมัติ
“ระบบอัตโนมัติ” เป็นเทคโนโลยีที่มีการดำเนินกระบวนการหรือขั้นตอน โดยอาศัยความช่วยเหลือจากมนุษย์น้อยที่สุด และรูปแบบการใช้งานมีจุดประสงค์ในการการควบคุมและตรวจสอบการผลิต รวมถึงการขนส่งสินค้าและบริการต่างๆ เช่น Collaborative robot หรือ “cobot” เป็นหุ่นยนต์ที่สามารถทำงานร่วมกับมนุษย์เพื่อเพิ่มความมั่นใจในความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน ถูกออกแบบให้ทำงานอย่างปลอดภัยในบริเวณใกล้เคียงกับมนุษย์โดยไม่มีสิ่งกีดขว้าง และสามารถทำงานแบบอัตโนมัติ เพื่อพัฒนาการผลิตผ่านการทำงานร่วมกับมนุษย์อย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ ระบบอัตโนมัติจะถูกนำไปใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม เนื่องจากประโยชน์จากการเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุน โดยมีมากกว่า 24 อุตสาหกรรมจะได้รับผลกระทบจากระบบอัตโนมัติ ซึ่ง 5 อันดับแรก ได้แก่ ภาคการผลิต ภาคการดูแลสุขภาพ ภาคการก่อสร้าง ภาคการบังคับใช้กฎหมาย และภาคการเกษตร
ทั้งนี้เมื่อระบบอัตโนมัติสามารถทำงานทั่วไปแทนมนุษย์ในหลากหลายอุตสาหกรรม มิติของหน้าที่การงานต่างๆ ในไทยจึงจะเปลี่ยนไป ตำแหน่งงานจำนวนมากจะถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ ในอนาคตจะมีกรณีการใช้งานระบบอัตโนมัติมากมายและจะสร้างผลกระทบอย่างมากในหลายอุตสาหกรรมด้วยเช่นกัน
ที่มา: สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) และ Frost & Sullivan
23 บันทึก
31
1
40
23
31
1
40
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย