Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ChristianThai
•
ติดตาม
29 ธ.ค. 2021 เวลา 14:20 • การศึกษา
อัศจรรย์แห่งรัก
The miracle of love
ในโลกของเรานี้มีหลายสิ่งที่งดงาม แต่มีสิ่งหนึ่งที่งดงามที่สุดซึ่งอยู่คู่กับโลกของเราตั้งแต่เริ่มแรกและยังเป็นสิ่งที่ค่ำจุนโลกให้สามารถผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้ได้ นั่นก็คือ ความรัก...
นอกจากนั้นเราจะเห็นว่าในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติก็มีนิทานและนิทานเกี่ยวกับความรักอยู่มากมาย... มีนิทานอยู่เรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นนิทานที่แสดงออกถึงความรักได้อย่างน่ารักทีเดียว... นิทานเรื่องนี้ได้บรรยายถึงความรักของหนุ่มสาวคู่หนึ่ง โดยทั้งชายหนุ่มและหญิงสาวต่างก็เป็นคนยากจน..
มีครั้งหนึ่ง เป็นวันฉลองเทศกาลแห่งความรัก เขาทั้งสองจึงอยากจะมอบของขวัญให้แก่กันและกันฝ่ายชายอยากจะซื้อกล่องเก็บสายสร้อยที่มีเสียงดนตรีให้กับฝ่ายหญิง ส่วนฝ่ายหญิงก็อยากจะซื้อกล่องทองเหลืองซึ่งเป็นที่เก็บหีบเพลงปากให้กับฝ่ายชาย
แต่ทั้งสองก็ไม่มีเงินที่จะทำตามที่ตั้งใจ ฝ่ายชายจึงเอาหีบเพลงปากที่เขารักมากไปขาย แล้วนำเงินไปซื้อกล่องเก็บสายสร้อยที่มีเสียงดนตรีฝ่ายหญิงก็เช่นเดียวกัน เธอก็ได้นำสายสร้อยของเธอไปขายเพื่อที่จะนำเงินไปซื้อกล่องทองเหลืองให้กับฝ่ายชาย...
ในตอนเย็นของวันแห่งความรักนั้น ทั้งสองต่างก็นำของขวัญมามอบให้แก่กันและกัน... เมื่อเปิดของขวัญออกมาและเห็นของขวัญแล้ว ดวงตาของเขาทั้งสองก็จ้องมองกันด้วยความเข้าใจในส่วนลึกของกันและกัน... ซึ่งนิทานเรื่องนี้ก็บอกให้เราทราบว่า... “ความรักคือการให้ ไม่ใช่การเรียกร้อง”..
เป็นที่ทราบกันดีอยู่ว่า ใคร ๆ ก็อยากมีความรัก... ความรักเป็นสิ่งที่ดีไหม?... ไม่มีใครปฏิเสธได้เลยว่า “ความรักนั้นเป็นสิ่งที่ดี” แต่ถ้าความรักเป็นสิ่งที่ดีเพราะเหตุใดบางคนจึงมีความคิดที่อยากจะตัดความรักนั่นก็เพราะว่าเขาไม่รู้จักความรัก และใช้ความรักอย่างไม่ถูกต้อง...
ความรักคืออะไร?...
ภาษากรีกมี 4 คำที่บรรยายถึงความรัก ซึ่ง 4 คำนี้จะทำให้พวกเราทราบว่าในชีวิตของมนุษย์เรานั้นมีความอยู่หลายประเภทและแต่ละประเภทนั้นเป็นอย่างไร?...
1. เอโรส (Eros)
เป็นความรักที่เอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง อยากเป็นเจ้าของครอบครองและเรียกร้องให้คนที่เขารักตอบสนองต่อความต้องการของเขาทั้งทางจิตใจและร่างกาย...
คนกรีกจะกำหนดคำนี้ให้ใช้กับ
“ความรักที่มีขีดจำกัดเฉพาะความใคร่เท่านั้น”
ซึ่งพวกเขาจะใช้คำ ๆ นี้ในการบรรยายถึงความรักที่ผิด ๆของหนุ่มสาวนั่นก็คือ การเรียกร้องให้อีกฝ่ายสนองต่อความต้องการหรือความพอใจทางร่างกายของตัวเอง หรือการมองเห็นฝ่ายตรงข้ามเป็นเครื่องมือในการปลดปล่อยทางเพศ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจมาก ๆ...
2. สเตอร์เก (Storge)
เป็นความรักที่ไม่ต้องสร้าง แต่จะมีความผูกพันกันอย่างลึงซึ้งทางจิตวิญญาณ ซึ่งจะผูกพันกันน้อยหรือมากนั้น ขึ้นอยู่กับการมีเวลาอยู่ด้วยกันมากน้อยขนาดไหน แต่ถึงจะมากจะน้อย ก็ยังมีความผูกพันซึ้งกันอยู่... ความรักเช่นนี้เป็นความรักที่อบอุ่นตัดไม่ขาด และไม่มีเรื่องเพศเข้าเกี่ยวข้อง ความรักแบบนี้เป็นความรักระหว่าง พ่อ แม่ ลูก พี่ น้อง หรือญาติ ที่มีต่อกันและกัน
3. ฟิเลียส (Philios)
ความรักประเภทนี้คนกรีกบอกว่า
เป็นเหมือนเมล็ดพืชที่มีสองคนช่วยกันปลูกและช่วยกันดูแลรดน้ำ ป้องกันสิ่งที่มารบกวน จนกลายเป็นต้นไม้ที่ใหญ่โตขึ้นมา...
ความรักประเภทนี้ เมื่อ อยู่ด้วยกันไม่นาน เขาก็จะกล้าพูดกันแบบตรงไปตรงมา และก็จะกล้าเปิดเผยตัวจริงของเขาเองให้อีกฝ่ายโดยไม่ปกปิดกัน อย่างนี้เขาเรียกว่ารับแบบสามีภรรยา หรือเพื่อนสนิท
ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าบางครั้งสามี – ภรรยาก็อาจจะมีการทะเลาะหรือขัดแย้งกัน เมื่อสามีพูดกับภรรยาหรือภรรยาพูดกับสามีก็แตกต่างกับพวกเขาพูดกับคนอื่น เพราะพวกเขาอาจจะพูดอย่างสุภาพกับคนอื่น
แต่สำหรับคู่หรือเพื่อนสนิทของเขาแล้ว เขาก็อาจจะไม่สุภาพเหมือนกับเขาพูดคุยกับคนอื่น นั่นเป็นเพราะว่าสำหรับคนที่เราสนิทแล้ว เราก็กล้าเปิดเผยตัวจริงให้แก่กันและกัน...
4. อากาเป้ (Agape)
ความรักประเภทนี้คนกรีกเรียกว่า
“รักบริสุทธิ์ รักที่ยิ่งใหญ่”
ซึ่งความรักเช่นนี้เป็นความรักที่ตอบสนองต่อจิตใจส่วนลึกของมนุษย์ทุกคน เป็นความรักที่ไม่มีข้อแม้และรักโดยไม่ต้องมีอะไรมากระตุ้นให้ต้องรัก เป็นความรักที่พร้อมจะเข้าใจในความผิด พลาดและพร้อมที่จะให้อภัย
(เราต้องยอมรับว่าเราทุกคนล้วนแต่เคยทำในสิ่งที่จิตใจเรารู้ดีว่าไม่สมควรทำกันทั้งสิ้น ซึ่งเราจะไม่กล้าเปิดเผยถึงความผิดบาปเหล่านี้ต่อคนอื่น แม้แต่กับคนที่เรารักที่สุดเช่นคุณพ่อคุณแม่ก็ตาม เพราะเรากลัวว่าท่านจะเสียใจ หรือยอมรับเราไม่ได้ดังนั้นเราจึงเก็บซ่อนความผิดเหล่านี้ไว้ในใจ และปรารถนาอยากให้มีใครสักคนที่จะเข้าใจและให้อภัย)
นักปรัชญากรีกบอกว่า ถ้ามนุษย์เราไม่ได้พบกับความรักอากาเป้นี้ก็จะไม่ได้พบกับสันติสุขที่แท้จริง แต่พวกเขาบอกว่าความรักเช่นนี้เป็นความรักที่มีอยู่ในเฉพาะความคิดของมนุษย์ ซึ่งไม่มีทางที่มนุษย์จะสร้างหรือหาพบในโลกนี้ได้เลย เพราะความรักนี้เป็นความรักที่มาจากเบื้องบนซึ่งก็คือมาจากผู้ที่สร้างมนุษย์เท่านั้น ถ้าเช่นนั้นมนุษย์เราจะพบกับความรักเช่นนี้ได้อย่างไร?
ผู้อ่านที่รัก... ท่านทราบไหมว่าชีวิตของมนุษย์ไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่พระคริสตธรรมคัมภีร์ได้บอกเราว่า พระเจ้าทรงเป็นผู้สร้างสรรพสิ่งในโลก รวมทั้งชีวิตของมนุษย์เราด้วย
ดังนั้นพระองค์จึงทรงรักมนุษย์เป็นอย่างมาก แต่น่าเศร้าใจที่มนุษย์เรากลับปฏิเสธพระเจ้า ไม่ยอมเชื่อฟังพระองค์และได้หลงทำผิดทำบาปหลายอย่าง จึงเป็นเหตุที่ทำให้มนุษย์เราต้องเผชิญกับความทุกข์และปัญหาต่าง ๆ มากมาย
ดังนั้นเมื่อมนุษย์ทำบาป เขาจึงต้องรับการพิพากษาโทษหลังจากที่เขาจากโลกนี้ไป แต่ถึงแม้มนุษย์จะเป็นคนบาปเพียงไร พระเจ้าก็ยังทรงรักมนุษย์ ซึ่งความรักของพระเจ้าเป็นความรักที่พร้อมจะให้อภัยแก่มนุษย์ เพราะพระองค์ทรงทราบดีว่ามนุษย์ไม่สามารถที่จะช่วยตนเองให้พ้นจากบาปได้เลย
ดังนั้นมนุษย์จึงต้องรับการลงโทษอย่างแน่นอน ซึ่งพระองค์ไม่อยากให้มนุษย์ต้องพบจุดจบเช่นนั้นเลย ดังนั้นพระองค์จึงได้ทรงจัดเตรียมวิธีที่จะช่วยเหลือมนุษย์ โดยส่งพระบุตรองค์เดียวของพระองค์เข้ามาในโลกเมื่อประมาณ 2,000 ปีที่แล้ว เพื่อให้สำแดงความรักที่ยิ่งใหญ่แก่มวลมนุษยชาติ โดยการรับโทษแทนมนุษย์บนไม้กางเขน
ประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้ว่า
ท่านผู้นี้ไม่เคยทำผิดใด ๆ
ในปากของท่านไม่มีคำหลอกลวงและมุสา...
ท่านถูกด่าก็ไม่ด่าตอบ...
ท่านถูกทำร้าย แต่ท่านไม่ได้พูดข่มขู่...
แต่การที่ท่านยอมถูกตรึงที่ไม้กางเขนก็เพื่อรับโทษบาปแทนมนุษย์...
พระนามของท่านคือ “เยซู”...
ในขณะที่พระองค์ทรงโดนตรึงบนไม้กางเขนนั้น รอบ ๆ เต็มไปด้วยเสียงเอะอะและความดุดันของฝูงชน... ทหารได้เอาตะปูแหลมยาว3 ดอกตอกแรง ๆ ไปที่ฝ่ามือและเท้าของพระองค์ เลือดแดง ๆ ได้ไหลออกมาก็เพื่อชำระความผิดบาปของมวลมนุษย์ พระองค์ได้ทรงยอมสละชีวิตของพระองค์ก็เพื่อเรา...
มีคนถามพระองค์อีกว่า
“พระเยซูเจ้าข้า! เพราะเหตุไรพระองค์จึงมาตายเพื่อข้าพระองค์?”..
พระองค์ตอบว่า
“เลือดของเราไหลออกก็เพื่อท่าน ชีวิตของเราเทออกก็เพื่อท่าน ทั้งหมดก็เพราะเรารักท่าน”...
มีคนถามพระองค์อีกว่า
“พระเยซูเจ้าข้า!...พระองค์ทรงรักข้าพระองค์จริง ๆ หรือ?”
พระเยซูตอบว่า... “ดูที่มือทั้งสองข้างของเราซิ!”
ผู้อ่านที่รัก... นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนี้ มีคนนับหลายร้อยหลายพันคนทั่วโลกที่ได้สัมผัสกับความรักขององค์พระเยซูคริสต์
ต่างก็เห็นว่า ความรักของพระเยซูคริสต์นั้นเป็นความรักที่สมบูรณ์แบบ เป็นความรักนิรันดร์ที่ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นความรักที่เห็นคุณค่าและเข้าใจความรู้สึกส่วนลึกในใจของเรา เป็นความรักที่สามารถสร้างชีวิตของเราขึ้นมาใหม่
พระองค์ทรงรักเราแบบไม่มีข้อแม้ถึงแม้เราจะเป็นอย่างไร พระองค์ก็ไม่ปฏิเสธเรา พระองค์ยังทรงรักและยอมรับโทษบาปแทนเรา เพื่อเราจะไม่ต้องรับการพิพากษาโทษบาปจากพระเจ้า แต่จะได้อยู่ในสวรรค์กับพระองค์ตลอดไปเป็นนิจนิรันดร์
ผู้อ่านที่รัก... ท่านต้องการความรักที่ยิ่งใหญ่จากองค์พระเยซูคริสต์หรือไม่?... นี่คือความรักอันแสนอัศจรรย์ที่พระองค์ทรงพร้อมแล้วที่จะมอบให้แก่ท่าน... หากท่านต้องการ ก็ขอให้ท่านอธิษฐานทูลต่อพระเจ้าดังนี้...
“ข้าแต่พระเจ้า... ขอบคุณพระองค์ที่ทรงรักข้าพระองค์อย่างมากมาย จนได้ทรงให้พระเยซูคริสต์มารับโทษแทนข้าพระองค์บนไม้กางเขน บัดนี้ข้าพระองค์ได้ทราบแล้วว่าความรักของพระเยซูคริสต์นั้นทรงเป็นความรักที่อัศจรรย์และยิ่งใหญ่ ข้าพระองค์ขอยอมรับว่าข้าพระองค์ได้ทำความผิดบาปมากมาย ขอพระองค์ทรงโปรดยกโทษความผิดตลอดไป ขออธิษฐานในนามของพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน”...
ถ้าท่านได้อธิษฐานตามข้างต้นนี้ด้วยความจริงใจแล้วก็ขอให้มั่นใจเถิดว่า ความบาปของท่านได้รับการอภัยแล้วและความรักของพระเจ้าจะอยู่ในชีวิตของท่านตลอดไป...
ผู้เขียน : อาจารย์นิกร สิทธิจริยาภรณ์
สารบัญ Blockdit christianthai
https://www.blockdit.com/posts/62bc6a5483c9c7afe1978688
ซีรีส์ หนังสือเสียงคริสเตียน
https://www.blockdit.com/series/6494669e4e915381ad23f92e
ซีรีส์ แบ่งปันข้อพระคัมภีร์โดย ChatGPT
https://www.blockdit.com/series/6442a9778df4b54742d64a3f
ซีรีส์ ใบปลิวคริสเตียน
https://www.blockdit.com/series/6443f153175a891238f59001
บันทึก
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ใบปลิวคริสเตียน
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย