Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ChristianThai
•
ติดตาม
4 ม.ค. 2022 เวลา 12:46 • การศึกษา
ของขวัญแห่งความรัก
The gift of love.
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีตายายคู่หนึ่งยากจนมากและทั้งสองก็ไม่มีลูกหลาน แต่ละวันแทบจะไม่มีอาหารกินขณะที่ทั้งสองกำลังโอดครวญกับชีวิตอยู่ ทันใดนั้นทูตสวรรค์องค์หนึ่งได้มาหาตายายทั้งสอง และบอกว่าจะให้ของขวัญแก่พวกเขา ของขวัญนั้นก็คือ ให้พวกเขาขออะไรก็ได้ แต่ขอได้เพียง3 อย่างเท่านั้นหลังจากทูตสวรรค์ไปแล้ว
สองตายายก็ปรึกษาหารือกันว่าจะขออะไรกันดี เพราะขอได้ 3 อย่างเท่านั้น พอเริ่มต้นปรึกษาก็เริ่มมีปากเสียงกันเกิดขึ้น ตาอยากขอเป็นหนุ่มอีกครั้ง ฝ่ายยายก็โกรธ เพราะคิดว่าตาขอเป็นหนุ่มก็เพื่อจะไปหาสาวอื่น ยายจึงอยากขอเป็นสาวสวย ฝ่ายตาก็โกรธ ต่อว่ายายว่าจะนอกใจตา สุดท้ายตาก็ระงับโทสะไม่ไหวพูดโพล่งไปว่า “ข้าอยากให้ดั้งจมูกเอ็งมีก้อนหินติดอยู่จังเลย!”
ในทันใดนั้น ก้อนหินใหญ่ขนาดเท่ากำปั้นก็ติดอยู่ที่จมูกของยาย ยายโกรธมากก็เลยพูดว่า“ขอให้ดั้งจมูกเอ็งก็เหมือนกัน!” แล้วก็เกิดก้อนหินขนาดใหญ่เท่ากันติดอยู่ที่จมูกของตาเช่นกันสุดท้ายตากับยายก็จ้องมองหน้ากันและพูดว่า “ไอ้เราสองคนนี่มันน่าสมเพชจริง ๆ ตอนนี้เหลืออยู่เพียงข้อเดียวแล้ว เราจะทำยังไงกันดีล่ะ?"
ในที่สุด..ตากับยายจึงต้องจำใจขอให้ก้อนหินที่ติดอยู่ที่ดั้งจมูกของพวกเขานั้นหายไป..และแล้วก้อนหินของทั้งสองก็หายไปพร้อมกับพรข้อสุดท้ายทั้งสองสูญเสียโอกาสอันดีของพวกเขาไปเสียแล้ว
ผู้อ่านที่รักถ้าหากวันนี้ท่านมีโอกาสที่จะขอพรอย่างหนึ่งเป็ของขวัญ ท่านคิดว่าจะขออะไรดี?
บางทีท่านอาจจะขอเงินทองขอสุขภาพที่แข็งแรงหรือขอครอบครัวที่มีความสุข
แต่ผมอยากจะเสนอว่าท่านควรจะขอชีวิตที่เป็นอมตะหรือชีวิตนิรันดร์ดีกว่า เพราะอะไรนะหรือ?นั่นก็เพราะว่า
ถ้าท่านได้เงินทองสิ้นทั้งโลกแต่ไม่มีชีวิตที่จะใช้มัน จะมีประโยชน์อะไรหรือถ้าท่านมีสุขภาพที่แข็งแรงแต่จะต้องเสียชีวิตไป จะมีประโยชน์อะไรหรือถ้าท่านมีครอบครัวที่มีความสุข แต่ไม่สามารถมีชีวิตที่จะอยู่ร่วมกันได้ตลอดไป ก็จะมีประโยชน์อะไรดังนั้น
ท่านจึงควรขอที่จะมีชีวิตนิรันดร์จะดีกว่าตอนนี้ท่านอาจกำลังมีความคิดที่ว่า “ชีวิตนิรันดร์มีอยู่จริงหรือ?” ผมอยากจะบอกว่า “ชีวิตนิรันดร์มีอยู่จริง” และท่านก็สามารถที่จะได้รับโดยผ่านทางของขวัญชิ้นหนึ่ง
ผู้อ่านที่รักท่านคงจะเคยได้รับของขวัญกันมาบ้างแล้วซึ่ง “ของขวัญ” ก็คือ สิ่งที่เราได้รับฟรี ๆโดยไม่ต้องเสียอะไรหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่ยื่นมือออกไปรับเท่านั้น พร้อมกับคำว่า“ขอบคุณ” เมื่อพูดถึง “ของขวัญ” ก็จะต้องมีองค์ประกอบอยู่ 4 ประการ นั้นก็คือ.
1. ผู้ให้ของขวัญ
2. เหตุผลที่ให้
3. ตัวของขวัญ
4. ผู้ที่รับของขวัญ
ใครคือผู้ให้ของขวัญแห่งความรัก?
นั่นก็คือพระเจ้าผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งปวงนั่นเอง บางท่านอาจสงสัยว่าพระเจ้ามีจริงหรือ? ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่า พระเจ้าได้ทรงสร้างมนุษย์ให้สามารถที่จะรู้และเชื่อได้ว่าพระองค์มีอยู่จริง เพียงแต่มนุษย์ไม่เคยคิดถึงพระองค์เท่านั้น ถ้าเรามองดูสรรพสิ่งในโลกรวมทั้งจักรวาลที่เราอาศัยอยู่นี้เราก็จะเห็นว่ามันช่างสวยงามและมีระเบียบแบบแผนจริง ๆ เป็นไปได้หรือที่ธรรมชาติเหล่านี้จะเกิดขึ้นเองได้โดยไม่มีผู้สร้างหรือออกแบบ..
เมื่อเราเห็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถทำงานได้อย่างอัศจรรย์เราก็รู้ได้ทันทีว่ามันจะเกิดขึ้นเองไม่ได้ แต่ต้องมีคนคิดค้นและประดิษฐ์ขึ้นมา
ซึ่งถ้ามีคนพยายามหาเหตุผลมาอธิบายให้เราเชื่อว่า เครื่องคอมพิวเตอร์นี้เกิดขึ้นเอง เราก็คงไม่เชื่ออย่างแน่นอน ดังนั้นเราจะเห็นว่าแม้แต่เครื่องคอมพิวเตอร์ยังเกิดขึ้นเองไม่ได้ แล้วมนุษย์เราซึ่งมีสติปัญญาอันล้ำเลิศที่เป็นผู้ประดิษฐ์คอมพิวเตอร์ล่ะ จะเกิดขึ้นเองได้อย่างไร?
จากจุดนี้ทำให้เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า จะต้องมีผู้สร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สร้างมนุษย์และสรรพสิ่งทั้งปวง ซึ่งผู้นั้นก็คือพระเจ้านั่นเอง และพระองค์นี่แหละเป็นผู้ให้ของขวัญแก่มนุษย์
เพราะเหตุใดพระเจ้าจึงต้องประทานของขวัญให้แก่มนุษย์?
เมื่อพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ขึ้นมาแล้ว พระองค์ได้ประทานกฎเกณฑ์ในการดำเนินชีวิตให้แก่มนุษย์ และทรงปรารถนาที่จะให้มนุษย์ทำตามกฎเกณฑ์ที่พระองค์ทรงกำหนดไว้ เพื่อมนุษย์จะได้อยู่ในโลกนี้อย่างมีความสุข
แต่เพราะพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ให้มีความคิดและให้มีอิสระในการตัดสินใจได้เอง (เพราะพระองค์ไม่ได้สร้างมนุษย์ให้เป็นเหมือนหุ่นยนต์) ดังนั้นมนุษย์จึงสามารถตัดสินใจเองว่าจะเชื่อฟังและทำตามกฎเกณฑ์ของพระองค์หรือไม่ แต่น่าเศร้าที่มนุษย์เราทุกคนกลับตัดสินใจที่จะทำตามใจปรารถนาของตนเอง ทั้งยังปฏิเสธพระเจ้า ไม่อยากให้พระองค์ปกครองชีวิตของเขา เมื่อเป็นเช่นนี้ ชีวิตของมนุษย์จึงต้องเดินหลงอยู่ในทางแห่งความผิดบาป
นี่จึงเป็นเหตุที่ทำให้มนุษย์เราต้องเผชิญกับปัญหาและความทุกข์ยากต่าง ๆ นานา ซึ่งความบาปนี่เองที่ทำให้มนุษย์เราต้องพบกับความตายยิ่งกว่านั้นก็คือ หลังจากนั้นจิตวิญญาณของมนุษย์เรายังจะต้องรับการพิพากษาจากพระเจ้าเพื่อรับโทษตามความผิดบาปที่ตนเองได้กระทำลงไป และในที่สุดก็จะต้องรับโทษในนรกเป็นนิจนิรันดร์ แต่พระเจ้าทรงรักมนุษย์ พระองค์ไม่อยากให้มนุษย์ต้องพบจุดจบเช่นนั้นเลย พระองค์ทรงทราบว่า ไม่ว่ามนุษย์จะพยายามสักเพียงใดก็ไม่สามารถที่จะหาทางออกจากความผิดบาปหรือทำให้ตนเองพ้นจากบาปได้เลย
ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงได้ทรงจัดเตรียมหนทางแห่งความรอดจากบาปให้แก่มนุษย์ ก็คือต้องให้ผู้หนึ่งที่ไม่มีบาปเลยมารับโทษบาปแทนเขา เขาจึงจะสามารถพ้นโทษบาปได้ ซึ่งนี่เป็นทางเดียวที่จะทำให้มนุษย์รอดพ้นจากการพิพากษานั้น และมนุษย์ไม่ต้องทำอะไรเพื่อที่จะได้รับความรอดนี้เลย ดังนั้นความรอดนี้จึงเปรียบเสมือนกับของขวัญที่พระเจ้าทรงประทานให้แก่มนุษย์ในวันคริสต์มาสนั่นเอง
ของขวัญที่พระเจ้าทรงประทานให้แก่มนุษย์คืออะไร
แท้จริงแล้วของขวัญที่พระเจ้าทรงให้แก่มนุษย์นั้นไม่ใช่ “อะไร?” แต่เป็น “ใคร?” ต่างหาก แล้วใครล่ะที่เป็นของขวัญแห่งความรักที่พระเจ้าส่งมาเพื่อช่วยมนุษย์ให้พ้นบาป? พระคริสตธรรมคัมภีร์ได้บันทึกว่า “เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์” (ยอห์น 3:16) เพราะพระเจ้าทรงทราบว่า มนุษย์ทุกคนในโลกนี้ล้วนแต่มีบาปทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นทุกคนจะต้องรับโทษบาปของตนเองจึงไม่สามารถรับโทษแทนผู้อื่นได้
ดังนั้นพระองค์ทรงเห็นว่ามีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่จะสามารถมาช่วยรับโทษบาปแทนมนุษย์ได้ก็คือพระเยซูคริสต์ ซงึ่ เป็นพระบุตรองค์เดียวของพระองค์นั่นเองพระเยซูได้มาบังเกิดในวันคริสต์มาสเมื่อประมาณ 2,000 ปีที่แล้ว พระองค์ได้มารับสภาพเป็นมนุษย์เหมือนอย่างเราทุกประการ แต่ว่าพระองค์ไม่มีความผิดบาปเลยแม้แต่น้อย แต่พระองค์ก็ทรงยอมถูกตรึงจนสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนและในวันที่ 3 พระองค์ก็ทรงเป็นขึ้นจากความตาย และยังทรงพระชนม์อยู่เป็นนิตย์
ผู้อ่านที่รักในพระคริสตธรรมคัมภีร์ได้บันทึกไว้ว่า “ค่าจ้างของความบาปคือความตาย” (โรม6:23) ดังนั้นเมื่อมนุษย์เราทำบาป เราจึงสมควรตาย แต่พระเยซูคริสต์ไม่ได้ทำบาป พระองค์จึงไม่สมควร ก็เพื่อที่จะใช้ความตายของพระองค์เป็นการรับโทษบาปแทนมวลมนุษยชาติ เพื่อมนุษย์จะไม่ต้องรับการพิพากษาโทษบาปอีกต่อไป แต่จะได้รับชีวิตนิรันดร์ที่สามารถจะอยู่ในสวรรค์กับพระเจ้าตลอดไปดังนั้นเราจึงเห็นได้ว่า พระเยซูคริสต์ทรงเป็น “ของขวัญแห่งความรัก” ที่นำความรอดมาให้แก่มนุษย์อย่างแท้จริง
ใครเป็นผู้รับของขวัญ?
แท้จริงแล้วพระเจ้าปรารถนาให้มนุษย์ทุกคนได้รับของขวัญนี้ ซึ่งพระองค์ก็ทรงให้แก่มนุษย์ฟรีๆ โดยไม่ต้องเสียอะไรเลย แต่มนุษย์ก็ต้องตัดสินใจเองว่าเขาต้องการรับหรือไม่ .มีเพลงจีนบทหนึ่งมีเนื้อความว่า
มีของขวัญชิ้นหนึ่ง คุณได้รับหรือยัง?แม้นตาจะมองไม่เห็น แต่ใจของคุณสัมผัสได้ของขวัญชิ้นนี้ รออยู่ที่นอกประตูใจของคุณ เป็นของขวัญที่เตรียมไว้สำหรับคุณคนอื่นไม่สามารถรับแทนคุณได้ของขวัญชิ้นนี้ถึงแม้ล้ำค่าแต่หากคุณไม่ยื่นมือออกมารับ
คุณจะเป็นเจ้าของได้อย่างไร?เพื่อนที่รักคุณเคยคิดบ้างไหม?ทารกน้อยในรางหญ้ามาบังเกิดในโลกก็เพื่อคุณเพื่อนที่รักสิ่งที่อยากให้คุณทราบในวันนี้ก็คือ ของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตของคุณก็คือ องค์พระเยซูคริสต์ ชีวิตมนุษย์สั้นยิ่งนัก เวลาก็กำลังผ่านไป ถ้าหากคุณไม่เห็นคุณค่า โอกาสในการรับของขวัญชิ้นนี้ก็จะผ่านไป
ผู้อ่านที่รักในชีวิตของคนเรานั้นมีอย่างน้อย 3 สิ่งที่ไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้ นั่นก็คืออายุ โอกาสและเวลา ท่านทราบหรือไม่ว่าท่านยังเหลือเวลาอยู่ในโลกนี้อีกนานแค่ไหน?
คนจีนมีสุภาษิตบทหนึ่งที่กล่าวว่า “เมื่อเราถอดรองเท้าเพื่อเข้านอนในคืนนี้ ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้เราจะมีโอกาสใส่รองเท้าคู่นั้นอีกไหม?”
ซึ่งสุภาษิตนี้กำลังชี้ให้เห็นว่า มนุษย์เราทุกคนต่างไม่รู้ว่าเราจะจากโลกนี้ไปเมื่อไหร่?ซึ่งเมื่อเราจากโลกนี้ไปแล้วเรายังจะต้องไปอยู่ต่อหน้าบัลลังก์พิพากษาของพระเจ้าแต่บัดนี้พระองค์ทรงให้โอกาสแก่ท่านที่จะรอดพ้นจากการพิพากษาแล้ว อย่าพลาดโอกาสที่ท่านจะได้รับของขวัญซึ่งพระองค์อยากจะประทานให้แก่ท่านเลย รีบเปิดใจของท่านออกเพื่อรับของขวัญจากพระองค์เดี๋ยวนี้เถิด ท่านสามารถรับของขวัญนี้ได้ เพียงแต่ท่านอธิษฐานสารภาพความผิดบาปของท่านและทูลต่อพระองค์ดังนี้
“ข้าแต่พระเจ้าข้าพระองค์ขอยอมรับว่า ข้าพระองค์ได้ทำความผิดบาปมากมาย และสมควรแก่การลงโทษ แต่ขอพระองค์ทรงอภัยโทษความผิดบาปให้แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด ข้าพระองค์ขอเปิดใจต้อนรับพระเยซูคริสต์ให้เป็นพระผู้ช่วยข้าพระองค์ให้รอดจากบาปตั้งแต่บัดนี้ ขอขอบคุณสำหรับของขวัญนี้ด้วยใจจริงข้าพระองค์ขอเชื่อพึ่งในพระองค์ตลอดไป อธิษฐานในนามพระเยซูคริสต์อาเมน”
ถ้าหากท่านได้อธิษฐานต่อพระองค์ด้วยความจริงใจแล้ว ขอให้ท่านมั่นใจเถิดว่า ความบาปของท่านได้รับการอภัยแล้วอย่างสิ้นเชิง และพระเจ้าจะทรงดูแลชีวิตของท่านและประทานชีวิตนิรันดร์ให้แก่ท่านอย่างแน่นอน
ผู้เขียน : อาจารย์นิกร สิทธิจริยาภรณ์
สารบัญ Blockdit christianthai
https://www.blockdit.com/posts/62bc6a5483c9c7afe1978688
ซีรีส์ หนังสือเสียงคริสเตียน
https://www.blockdit.com/series/6494669e4e915381ad23f92e
ซีรีส์ แบ่งปันข้อพระคัมภีร์โดย ChatGPT
https://www.blockdit.com/series/6442a9778df4b54742d64a3f
ซีรีส์ ใบปลิวคริสเตียน
https://www.blockdit.com/series/6443f153175a891238f59001
บันทึก
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ใบปลิวคริสเตียน
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย