1 ม.ค. 2022 เวลา 16:29 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
ร้องไห้ไปทำไม ร้องแล้วจะมีอะไรดีขึ้น?
คุณอาจเคยได้ยินประโยคที่ว่า Boy don’t cry เพราะน้ำตาแสดงถึงความอ่อนแอ จะเจ็บแค่ไหนก็ต้องกลั้นไว้ ฮึบไว้ แล้วที่จริง น้ำตามีไว้เพื่ออะไรล่ะ?
ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดค้นพบว่า น้ำตามีไว้ช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ดวงตา ช่วยต่อสู้กับเชื้อโรคและดูแลสุขภาพตาให้ดี น้ำตามีค่า pH อยู่กลางๆ ประมาณ 7.3-7.7 ดังนั้นเวลาบ่อน้ำตาแตก น้ำทะลักออกมาอาบแก้มก็ไม่แสบเพราะมีฤทธิ์ค่อนไปทางเป็นกลาง
น้ำตาก็การแบ่งประเภทด้วยนะ แต่ละประเภทก็มีหน้าที่เฉพาะของมัน ได้แก่
1) Basal Tears ทำหน้าที่หลักช่วยหล่อลื่น และปกป้องดวงตา
2) Reflex Tears เป็นน้ำตาที่สร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันสิ่งที่ทำให้ระคายเคือง เช่น ฝุ่น ควัน ลม หัวหอม และอื่น ๆ
3) Emotional Tears คือน้ำตาที่เกิดจากอารมณ์ มักจะเกิดขึ้นเมื่อรู้สึกตึงเครียด เสียใจหรือดีใจมากๆ รวมถึงเมื่อรู้สึกโกรธ สงสาร ก็มีน้ำตาประเภทนี้ได้เช่นกัน
ครั้งหนึ่งเมื่อหลายร้อยปีก่อน Charles Darwin เคยกล่าวว่า Emotional Tear ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่ามีไว้ทำไม แต่จากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ ล่าสุดพบว่า ส่วนประกอบของน้ำตาแต่ละประเภทมีความแตกต่างกัน Emotional Tears มีโปรตีนมากกว่า ทำให้มีความหนืดสูงกว่าน้ำตาประเภทอื่น ดังนั้นมันจึงไหลช้ากว่า ติดเป็นคราบบนใบหน้าได้นานกว่า และทำให้ผู้คนรอบข้างสังเกตเห็นได้ง่ายกว่านั่นเอง ซึ่งก็สอดคล้องกับสมมุติฐานที่ว่าน้ำตาทำให้เกิดการผูกพันทางสังคมและการเชื่อมโยงมนุษย์ไว้ด้วยกัน
นักวิจัยด้านอารมณ์และศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่า
“การร้องไห้เป็นการส่งสัญญาณให้ตัวคุณเองและคนรอบข้างทราบว่า ตอนนี้คุณกำลังเผชิญปัญหาสำคัญที่เกินจะรับมือไหวอยู่”
เซลล์ประสาทบริเวณเดียวกันในสมองของมนุษย์จะถูกกระตุ้นเมื่อเห็น Emotional Tear ของผู้อื่น เป็นการสร้างความรู้สึกสงสาร และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นของการเป็นมนุษย์ แต่ก็มีอีกทฤษฎีหนึ่ง ที่ดูโหดหน่อยก็คือ การบอกว่าน้ำตาเป็นเครื่องมือที่ใช้จัดการกับผู้อื่น ยกตัวอย่างเช่นเวลาคู่รักรู้สึกผิด และต้องการให้อีกฝ่ายให้อภัยตนเองก็จะร้องไห้เรียกความสงสาร เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการวิจัย โดยให้ผู้ทดลองดูหนังเศร้า แล้วทำการวัดอารมณ์ใน 90 นาทีให้หลัง ผลการวิจัยพบว่า หลังร้องไห้ คนส่วนใหญ่จะรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นกว่าก่อนหน้านั้น ดังนั้นจึงถือได้ว่าการร้องไห้เป็นวิธีการที่มีประสิทธิผลในการฟื้นฟูจิตใจหลังต้องเผชิญภาวะอารมณ์รุนแรง
สุดท้ายนี้แค่อยากบอกว่า ถ้าไม่ไหวอย่าฝืน ร้องไห้บ้างก็ได้นะ อย่างน้อยคุณก็จะรู้สึกดีขึ้น
โฆษณา