กรณีศึกษา : การเลือกทำเลที่ตั้งร้านแบบ STARBUCKS
2
ไม่ใช่ทุกร้านจะมีเงินทุนเปิดๆปิดๆ เพราะฉะนั้นการวางแผนเลือกทำเลที่ตั้งจึงสำคัญ
1
▪︎แรกเริ่มเดิมทีร้านสตาร์บัคก็ไม่ได้เป็นร้านกาแฟที่มีเงินทุนมากมายอะไร เพราะฉะนั้นการที่จะเปิดร้านสักที่หนึ่งจะต้องผ่านมาประเมินและการเลือกทำเลมาอย่างดีมากๆ
▪︎เพราะ CEO ของสตาร์บัคมีแนวคิดที่ว่าเขาไม่ได้มีเงินมากพอที่จะลองผิดลองถูก ถ้าขายไม่ดีก็ไปหาที่ใหม่เปิด หากคุณคิดแบบนี้รับรองว่าธุรกิจรอดยากแน่ๆ
3
▪︎หลายๆคนมักคิดว่าทำเลที่ดีคือทำเลที่มีคนเดินผ่านไปมามากมายหรือในภาษานักการตลาดคือ 'High Traffic Area' แน่นอนว่าการจะเปิดธุรกิจสักที่หนึ่งทำเลที่มีคนในบริเวณนั้นเยอะๆ ก็ดูจะเป็นผลดีต่อธุรกิจของเรา
▪︎แต่มันไม่เสมอไป เพราะทำเลที่เป็น High Traffic Area ก็มีข้อเสียในตัวมันเองคือ
1) ค่าเช่าแพง
2) คนเดินผ่านเยอะจริงแต่ไม่มีใครเข้าร้านเรา เพราะคนพวกนั้นไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย
■ แล้วการหาทำเลแบบสตาร์บัคทำยังไงล่ะ ?
▪︎ก่อนที่จะเปิดร้านสักสาขาหนึ่งสิ่งที่ผู้บริหารของสตาร์บัคทำคือ การไปนั่งดูทำเลที่พวกเขาหมายตาไว้ ดูว่าคนเดินผ่านเยอะไหม คนที่เดินผ่านอยู่ในช่วงอายุเท่าไหร่ อาชีพอะไร ทำเลอยู่ฝั่งขาเข้าเมืองหรือฝั่งขาออกเมือง แล้วรถที่ขับผ่านพวกเขาจะจอดฝั่งไหนมากกว่ากัน
2
▪︎จากการลงไปนั่งทำสถิติด้วยตัวเองผู้บริหารของสตาร์บัคจึงพบว่า ธุรกิจของพวกเขาจะต้องตั้งอยู่ที่ทำเลฝั่งมาเข้าเมืองเท่านั้น
3
▪︎เพราะผู้คนส่วนใหญ่จะเข้าเมืองมาทำงานในตอนเช้า ทำให้ช่วงเวลาเช้าเป็นช่วงเวลาเร่งรีบ แน่นอนว่าในช่วงเวลาเร่งรีบหากเราตั้งร้านกาแฟอยู่ฝั่งตรงข้าม(ฝั่งขาออกเมือง) คงไม่มีใครยอม วนรถเพื่อมาซื้อกาแฟแก้วเดียวแน่ๆ
2
▪︎แต่กลับกัน ร้านที่ตั้งอยู่ทางขาเข้าเมือง ผู้คนยังพอที่จะรีบจอดรถรีบลงมาซื้อและไปทำงานต่อได้ทันที (สมัยนั้นยังไม่มี Drive-Thru) และในช่วงเลิกงานตอนเย็นจะเป็นช่วงที่ผู้คนไม่เร่งรีบ หากพวกเขาอยากซื้อสตาร์บัคพวกเขาก็สามารถ วนรถหรือจอดรถและข้ามถนนมาซื้อได้นั่นเอง
2
▪︎ก็ประมาณนี้นะครับ ส่วนใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วคิดเห็นยังไงก็มาแชร์กันในคอมเมนท์นะครับ
  • 24

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา