3 ม.ค. 2022 เวลา 15:10 • ไลฟ์สไตล์
- มหากาพย์ติดตั้ง Solar cell ซึ่งไม่สำเร็จด้วย -
*ยาวมากนะ บอกก่อน เตือนแล้ว*
ปลายปีที่แล้ว ผมมีแผนจะติดตั้ง Solar cell เพราะว่าแนวโน้มการทำงานค่อนข้างชัดเจนคือ ทั้งผมและภรรยา จะมีวันที่จะต้อง Work from Home อย่างน้อย 2-3 วันต่อสัปดาห์ และอาจจะไม่ตรงกัน ผมก็เลยศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้พอสมควร แต่สุดท้ายก็มีประเด็นทำให้ผมไม่ได้ติดตั้งครับ
Technology photo created by wirestock - www.freepik.com
สิ่งที่ผมเรียนรู้อย่างแรกคือ แผง Solar cell มี 3 ประเภทหลักๆ คือ Monocrystaline, Polycrystaline และ Thin film และมีการแบ่ง Tier อีกเป็น 1-3 ซึ่งดีที่สุดคือ Tier 1 ส่วนใหญ่แล้ว ผู้ให้บริการติดตั้ง Solar cell ตามบ้าน จะขายแผงเป็น Monocrystaline ซึ่งให้ประสิทธิภาพในการผลิตกระแสไฟฟ้าดีกว่า แม้แสงจะน้อยกว่า
อย่างที่สองที่ผมได้เรียนรู้ก็คือ ข้อมูลที่ว่าแพ็กเกจแผง Solar cell แต่ละแบบ จะให้กระแสไฟได้แค่ไหน เพียงพอสำหรับใช้อะไรบ้าง และจะช่วยประหยัดไฟได้กี่บาทต่อเดือนนั้น เป็นการสรุปข้อมูลแบบง่ายๆ แต่ในทางปฏิบัติมันมีรายละเอียดจุกจิกมากๆ ที่เราต้องคิดอีกเยอะครับ
ภาพจาก https://www.scgbuildingmaterials.com/th/solution/solar-roof
เช่น...
1️⃣ Solar cell มีการติดตั้งแบบ...
> On-grid คือ ขนานไปกับระบบไฟฟ้าเดิมเลย ถ้าไฟฟ้าที่ผลิตจาก Solar cell ไม่พอ ก็จะไปใช้ไฟจากการไฟฟ้าแทน
> Off-grid คือ ผลิตกระแสไฟฟ้าแล้วเอามาเก็บลงในแบตเตอรี่ (ค่าแบตเตอรี่แพงมาก และต้องเตรียมพื้นที่ติดตั้งอีก เพราะหนักมาก) แล้วค่อยมาจ่ายให้ใช้ในบ้าน แบบนี้เหมาะกับระบบปิดที่แยกจากระบบที่ใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าจะดีสุด ส่วนใหญ่จะใช้กับระบบเล็กๆ เพราะแบตเตอรี่ที่เก็บไฟมันแพง
> Hybrid คือ ใช้แบบ On-grid ก็ได้ และมีแบตเตอรี่เก็บไว้ใช้ตอนกลางคืนด้วย ใครรวยที่แท้ทรู อาจจะเลือกทำแบบนี้ (ซึ่งโคตรแพง)
2️⃣ โดยส่วนใหญ่ ตามบ้านก็จะใช้แบบ On-grid แหละ แล้วพวกที่โปรโมตๆ กันอยู่บนเว็บ ก็เป็นแบบ On-grid นี่แหละ แต่เราจะเลือกแพ็กเกจ Solar cell แบบไหนดี ต้องพิจารณาจากกำลังไฟที่เราต้องการใช้ ซึ่งจะต้องคิดเฉพาะช่วงกลางวันที่แผง Solar cell สามารถผลิตกระแสไฟได้ แต่ปัญหาก็คือ ในแต่ละวันแผง Solar cell จะผลิตไฟได้ดีสุดจริงๆ ราวๆ 4-5 ชั่วโมงเท่านั้น (แต่ไม่ได้หมายความว่าช่วงเวลาอื่นที่ยังพอมีแดดจะผลิตกระแสไฟฟ้าไม่ได้นะ มันแค่จะผลิตได้ไม่เต็มที่) ฉะนั้นเราต้องดูด้วยว่า ณ ช่วงเวลาประมาณ 10:00-15:00 ราวๆ เนี้ย เราใช้ไฟเต็มเหนี่ยวประมาณเท่าไหร่ แล้วก็ดูภาพรวมว่า ตั้งแต่ซัก 08:00-16:00 ที่ยังพอมีแดดให้ผลิตไฟอยู่เนี่ย เราใช้ไฟกี่หน่วย ถึงจะเอามาประเมินหาแพ็กเกจที่เหมาะสมได้
1
3️⃣ ผู้ให้บริการติดตั้ง Solar cell ทุกที่ มีบริการสำรวจหน้างานฟรี แต่ในขณะที่บางที่ก็สำรวจกันแบบจริงจัง เพื่อดูความเป็นไปได้ในการติดตั้ง และให้ข้อเสนอแนะและออกแบบด้วย บางที่ (เช่น บริษัทที่ผมดันไปใช้บริการ) ก็แค่ให้เซลส์เข้ามาคุยกับเรา แล้วก็ดูโน่นนี่นิดหน่อย แต่เซลส์ไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการติดตั้งจริงๆ เลย ซึ่งกรณีแบบหลังเนี่ย มันจะเจอปัญหาจริงๆ ตอนถึงวันที่ติดตั้ง (เดี๋ยวค่อยเล่าให้อ่าน)
4️⃣ ไอ้ตัวเลขเงินที่เราจะประหยัดได้จากการติดตั้ง Solar cell นั้น มันคือในกรณีที่เราได้ใช้ประโยชน์จาก Solar cell อย่างเต็มที่ ถ้าเราไม่ค่อยได้ใช้ไฟตอนกลางวันเท่าไหร่ คือไร้ประโยชน์มากๆ อย่าไปหวังพึ่งการขายไฟคืนให้กับการไฟฟ้าด้วยนะ ทำเรื่องก็ยาวนาน แถมเดี๋ยวนี้เขาซื้อคืนในราคาที่ไม่คุ้มการลงทุนมากๆ
1
โดยสรุปแล้ว สำหรับหลายๆ คน การติด Solar cell นี่แทบจะไม่แตกต่างอะไรจากการจ่ายค่าไฟล่วงหน้าเลยเหอะ แบบจ่ายเป็นเงินก้อนไปก่อน แล้วค่อยได้คืนกลับมาเป็นส่วนลดค่าไฟ ซึ่งเพื่อนของผมที่ทำงานด้านนี้บอกว่า Solar cell ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ประสิทธิภาพดีสุดคือหน้าหนาว เพราะแดดดี อากาศไม่ร้อน ทำให้แผง Solar cell ผลิตได้เต็มประสิทธิภาพ
ใช่ครับ แผง Solar cell มันจะผลิตกระแสไฟฟ้าได้น้อยลง หากอุณหภูมิสูง ดังนั้นใครที่มีความเชื่อว่าประเทศไทยแดดดี ใช้ Solar cell น่าจะคุ้ม ให้คิดใหม่นะครับ แดดอะแรงดี แต่อากาศก็ร้อนเวอร์วังมาก พอแผงมันร้อนๆ ความสามารถในการผลิตไฟฟ้าก็จะลดลงครับ ซึ่งอันนี้เป็นอะไรที่พวกผู้ให้บริการติดตั้ง Solar cell จะไม่ค่อยได้เอาไปคิดกันตอนทำตารางอธิบาย
3d photo created by freepik - www.freepik.com
อย่างที่สามที่ผมได้เรียนรู้มาก็คือ ตำแหน่งการติดตั้งของแผง Solar cell ก็สำคัญ ดีที่สุดคือ หันไปทางด้านทิศใต้ เพราะตำแหน่งที่ตั้งของประเทศไทย ด้านทิศใต้คือด้านที่จะได้รับแสงอาทิตย์ดีที่สุดตลอดทั้งวัน และถ้าเป็นไปได้ ควรติดตั้งในที่ที่จะไม่มีร่มเงาใดๆ มาบัง (ติดไว้บนหลังคาคือดีที่สุด) ถ้าไม่มีพวกเศษใบไม้ปลิวมาปิด ยิ่งดีมาก แต่ยังไงซะก็ต้องทำความสะอาดเป็นระยะๆ เพราะว่าอาจจะมีฝุ่นมาเกาะ (ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าลดลง) หรือมีนกมาขี้ใส่ (อันนี้คือศัตรูตัวฉกาจของแผง Solar cell) ซึ่งผมเคยถามเซลส์ตัวแทน เขาบอกว่า ช่วงหน้าฝน ฝนก็จะชำระล้างอะไรพวกนี้อยู่แล้ว ไม่ต้องหมั่นทำความสะอาดมาก แต่เพื่อนผมที่เป็นคนในวงการนี้เขาบอกว่า "โม้แล้ว!" ยังไงซะ เจ้าของบ้านก็ควรฉีดน้ำล้างบ้าง ซักเดือนละครั้งก็ยังดี
นั่นจึงทำให้ตำแหน่งติดตั้งสำคัญมาก เพราะต้องฉีดน้ำขึ้นไปล้างทำความสะอาดสะดวก ไม่งั้นก็ต้องจ้างคนมาล้าง ซึ่งหากกะจะติดตั้งไว้ซะชั้น 3 แบบที่ผมอยากติดตั้งเนี่ย ก็ต้องดูว่าจะมีทางให้คนพาดบันไดไปได้ไหม หรือรถเครนสามารถเข้าถึงได้ไหม (เหยด จะล้าง Solar cell ที ต้องเหมารถเครนมา ... ซักเดือนละหน จะกี่ตังค์เนี่ย) ซึ่งอันนี้แหละ เป็นสิ่งที่เป็นปัญหาที่ทำให้สุดท้ายผมไม่สามารถติดตั้งแผง Solar cell ได้ตามใจ
3
อย่างที่สี่ที่ผมได้เรียนรู้ก็คือ ไม่ใช่ทุกบ้าน ทุกที่ ที่จะเหมาะกับการติดตั้ง Solar cell หรือ สามารถติดตั้ง Solar cell ได้สะดวกๆ นะครับ ซึ่งอย่างที่สี่เนี่ย ผมได้เรียนด้วยบทเรียนแสนเจ็บปวดเลย (ดีว่าแค่ปวดหัว ปวดตับ แต่ไม่เสียตังค์)
มาอ่านมหากาพย์ความตั้งใจจะติดแผง Solar cell ของผมกันครับ
หน้าบ้านผม ณ วันที่นัดติดตั้ง 4 คนตรงมุมบนขวาคือ ผู้รับเหมาที่จะมาติดตั้ง
มีบริษัทนึง (ไม่ขอเอ่ยนามแล้วกัน อยากทราบหลังไมค์มา) เขาทำแผนประชาสัมพันธ์มาที่กลุ่ม Facebook ที่ผมอยู่ โดยจะมอบส่วนลดให้ 10,000 บาทสำหรับคนในกลุ่มที่สนใจลงทะเบียนนัดสำรวจหน้างาน และจะติดตั้ง Solar cell ผมก็แบบ เออ ก็ดี ลองหน่อย
ถึงวันสำรวจหน้างาน ตอนแรกผมก็คิดว่าเขาจะต้องมีวิศวกร หรือช่างเทคนิคมา เพื่อดูว่าหน้างานจะติดตั้งได้ไหม ยังไง ตรงไหนดี จะปีนไปยังไง มีโดรนมาบินดูหลังคา แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่เกิดขึ้นคือ มีเซลส์ผู้หญิงคนนึงมา (ซึ่งเจ้าตัวก็บอกว่าไม่ใช่คนที่ดูแลพื้นที่นี้อีก) ผมก็บอกเจตนาไปว่าจะติดตั้งตรงไหน ยังไง บ้านผมมีต่อเติมตรงไหน ยังไง อยากติดหลังคาชั้น 3 นะ เพราะหลังบ้านหันไปทางทิศใต้พอดี น่าจะโอเค เขาก็บอกว่าติดตั้งได้ เดี๋ยวมีรถเครนมา บลา บลา บลา โดรนไม่ต้องมาบินดูหรอก เดี๋ยวเช็กจาก Google Maps ได้ แล้วเราก็นัดวันติดตั้งไป
อ้อ! เพราะผมรู้สึกว่าเขาสำรวจหน้างานแบบลวกมากๆ ก็เลยทำให้ผมต้องสอบถามเซลส์เพื่อให้แน่ใจอีกทีว่า ถ้าเกิดติดตั้งไม่ได้ จะยังไง เซลส์ก็ตอบว่า ก็จะต้องหาวิธีติดตั้งให้ได้ แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็คืนเงินมัดจำค่ะ ... อ่ะ ได้ยินแบบนี้ก็สบายใจ
1
จากนั้นก็ถึงเวลาจ่ายมัดจำครับ ผมสังเกตว่าเซลส์ Quote ราคามา 99,000 บาท สำหรับแพ็กเกจ 1.5Kw (แต่ใช้ Inverter 3Kw) ไม่มีส่วนลดให้ เราก็ต้องท้วงไปว่า เฮ้ย! ผมติดต่อคุณจะโปรโมชันที่บอกว่าจะลดให้ 10,000 นะ ก็นั่นแหละ เขาถึงลดเหลือ 89,000 บาทให้ (ซึ่งภายหลังผมมาพบว่า แพ็กเกจ 1.5Kw ของเขา ก็ราคานี้แหละ สรุปคือ เหมือนจะไม่ได้ลดอะไรให้หรอกนะ คล้ายๆ กับ คิดแพงขึ้น 10,000 บาท แล้วไปลดลงให้เหลือราคาปกติ ... ที่แย่กว่าคือ เพราะมองว่าเป็นราคาโปรโมชัน เลยไม่มี 0% 10 เดือน เหมือนราคาปกติ ทั้งๆ ที่ ยอดเงินเท่ากัน ฮ่วย!)
มัดจำในเอกสารบอกว่า 30% ของราคาแพ็กเกจ แต่เซลส์บอกแค่ 10,000 บาทก็พอ ผมก็ย้ำแล้วนะว่าในเอกสารบอกขอ 30% เซลส์ก็บอกว่า 10,000 บาทก็ได้ หรือจะ 30% ก็ได้ ผมก็เลือก 10,000 บาทดิ เรื่องอะไรต้องจ่ายก้อนใหญ่ๆ ไปก่อน เอาเงินไว้ในธนาคารให้ดอกเบี้ยวิ่งไปนิดนึงก็ยังดีปะ
จากนั้นก็หายหน้าหายตาไปนาน ไม่มีการติดต่อใดๆ จนกระทั่งสัปดาห์สุดท้ายก่อนที่จะติดตั้ง เขาก็โทรมาว่าสะดวกติดตั้งพรุ่งนี้แทนไหม เพราะลูกค้ารายนึงเขาเลื่อน ผมก็ไม่สะดวก ก็ยืนยันนัดวันเดิม
1
วันก่อนวันติดตั้ง ผมมีธุระที่จะต้องปิดโทรศัพท์ทั้งวัน และไม่ได้เช็กข้อความใดๆ เลยทั้งวัน พอตอนเย็น เพิ่งมาเห็นว่าเซลส์เขาพยายามติดต่อมาตอนบ่าย และทิ้งข้อความไว้ทาง LINE บอกว่า ไม่สามารถเบิกของได้ เพราะจ่ายมัดจำไม่ครบ 30% ออกของให้ไม่ได้ ผมก็ เฮ้ย! ไรวะ แล้วเซลส์ก็บอกว่า นี่เลย 6 โมงเย็นแล้ว เลิกงานแล้ว น่าจะไม่ทัน ผมก็ปรี๊ดดิครับ พรุ่งนี้จะติดตั้งแล้ว เจอปัญหานี้ได้ยังไง ผมจองคิวมาตั้งกะเดือนพฤศจิกายน เวลาตั้ง 20 กว่าวัน ทำไมเซลส์ไม่สำเหนียกถึงปัญหานี้เลย ผมก็โวยวาย เซลส์ก็อ้อมแอ้มแล้วบอกว่า เดี๋ยวจะลองโทรเช็กกับแผนกบัญชีกับคลังสินค้าให้ แล้วซักพักเขาก็โทรกลับมาบอกให้รีบโอนเงินมัดจำไปให้ครบ ผมก็จัดการในบัดดล
ก่อนจะวางหู ผมบอกเซลส์ว่า พรุ่งนี้ให้ผู้รับเหมาที่จะมาติดตั้งโทรบอกผมด้วยนะ เพราะผมคิดว่ามันมีรถเครนจะเข้ามา ผมต้องย้ำนิติบุคคลอีกทีตอนเขามา เซลส์ก็บอกว่าเดี๋ยวเขาจะย้ำผู้รับเหมาให้
วันติดตั้งจริง นัด 10:00 ครับ ผมก็ไปทานข้าว แล้วกลับมาให้ทันเวลา แต่ก็ไม่เห็นรถเครนใดๆ ติดต่อเข้ามาเลย ผมก็โทรหาเซลส์ครับ เซลส์กลับตอบว่า "ผู้รับเหมาจะไม่มีการโทรแจ้งใดๆ นะคะ" อ้าว! แสรด แล้วเมื่อคืนรับปากผมดิบดีว่าจะย้ำผู้รับเหมาะให้ ... ชักรู้สึกว่าบริการของบริษัทนี้ห่วยแตกมากขึ้นมานิดๆ แล้ว
ปรากฏว่า จริงๆ ผู้รับเหมามาตั้งกะ 8:00 แล้ว แต่ไม่มีเบอร์ของผม เลยไม่รู้จะติดต่อผมยังไง แล้วเนื่องจากผมนัดเขา 10:00 ก็เลยออกจากบ้านไปหาข้าวกินตอนเช้า เขาเลยมาไม่เจอผม แต่พอได้เจอกัน ก็ไม่มีรถเครนจ้า ผู้รับเหมาบอกว่า บ้านผมมีเสาไฟและสายไฟเดินอยู่หน้าบ้าน รถเครนขึ้นไม่ได้ อันตราย ... อ้าว! แล้วเซลส์พูดมักง่ายมากว่าขึ้นได้สบายๆ เลย เพราะใช้รถเครน
พอได้คุยๆ ไปก็พบว่า แผง Solar cell ยังมาไม่ถึงจ้า ผู้รับเหมามาถึงก่อน เขาเป็นผู้รับเหมาที่ถูกจ้างมารับจ๊อบ เป็นคนละส่วนกับที่จะขนแผง Solar cell มา อ่ะ ในระหว่างรอแผง Solar cell ก็คุยกันว่าแล้วผู้รับเหมาจะขึ้นไปหลังคาชั้น 3 ของบ้านผมยังไง เพราะบ้านผมมีการทำหลังคาโรงรถถาวร และระเบียงชั้น 3 ก็ถูกผมรีโนเวตมาเป็นห้องทำงานไปแล้ว
**อ่านรีวิวบทเรียนการรีโนเวตระเบียงบ้านชั้น 3 ของผมเป็นห้องทำงานได้**
บ้านผม (และเพื่อนบ้านอีกหลายหลัง) รีโนเวทระเบียงให้เป็นห้อ
คือ มันไม่มีที่ว่างให้พาดบันไดขึ้นไปชั้น 3 เลยครับ หลังบ้านผมก็มีการเติมเต็มพื้นที่ไปเช่นกัน ทางที่เขาพอจะนึกออก คือการตั้งบันไดบนหลังคาโรงรถ ซึ่งก็อาจจะรับน้ำหนักได้ไม่มาก อาจเกิดความเสียหายได้ และการปีนขึ้นไปบนหลังคาชั้น 3 ซึ่งส่วนที่ต่อเติมมาเป็นหลังคาเมทัลชีท รับน้ำหนักไม่ได้เยอะอีก ก็อาจจะไม่เวิร์ก ก่อความเสียหายได้ ซึ่งอะไรพวกเนี้ย มันควรเป็นข้อมูลที่ได้จากตอนสำรวจหน้างาน แต่เหลือเชื่อไหมล่ะ ว่าไม่มีข้อมูลใดๆ ตกไปถึงผู้รับเหมาเลย และผมก็สงสัยจริงๆ ว่า สรุปแล้ว เขาได้มีการ "ออกแบบ" การติดตั้งไว้ไหม
นี่ยังไม่นับที่ว่า ผู้รับเหมาบอกว่า หลังคาด้านหลังเป็นแบบลอนคู่ ต้องมีแผ่นไม้มาพาดเพื่อจะได้เดินบนหลังคาได้ แต่เขาไม่ได้รับข้อมูลมาว่าหลังคาเป็นแบบลอนคู่ ก็เลยไม่ได้เตรียมแผ่นไม้มา
1
คือ ฟังจากผู้รับเหมาแล้ว ผมก็คิดว่า ไม่น่าจะติดตั้งได้แล้ว ก็เริ่มโทรไปคุยกับเซลส์ ซึ่งเซลส์ก็ไปปรึกษากับหัวหน้าอีกที แล้วหัวหน้าก็โทรมาคุยกับผู้รับเหมา แต่สิ่งที่ทำให้ผมเริ่มหงุดหงิดคือ เขาพยายามบอกว่า ผู้รับเหมาไม่สามารถขึ้นติดตั้งได้ เพราะผมไม่ยอมให้ผู้รับเหมาขึ้นหลังคา ซึ่งมันเหมือนกับหนังคนละม้วนมากๆ ครับ เพราะผู้รับเหมานี่แหละ ที่บอกกับผมเองว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะขึ้นไปติดตั้งชั้น 3
ณ ตอนนี้ สภาพของหัวหน้าเซลส์คือเหมือนพยายามกดดันให้ผู้รับเหมาขึ้นไปติดตั้งให้ได้ เรื่องจะได้จบๆ ซึ่งผู้รับเหมาไทยอะ ก็ตามสไตล์ พอโดนคนจ้างกดดันมา ก็ต้องบอกว่า เดี๋ยวจะหาทางใช่แมะ ซึ่งงานนี้ผมไม่ยอมครับ เพราะการฝืนไปติดตั้ง อาจจะทำให้หลังคาบ้านผมเสียหายได้ ซึ่งกว่าจะรู้ว่ามันเสียหาย ก็อาจจะต้องรอให้ถึงหน้าฝน แล้วฝนอาจจะต้องตกหนักมากๆ ถึงจะได้รู้ว่ามีรูรั่วตรงไหนยังไง ถึงตอนนั้นคิดว่าจะมีใครมารับผิดชอบไหมอ่ะ เวลามันผ่านไป 6-7 เดือนแล้วอะ ... และหัวหน้าเซลส์ก็พูดประโยคนึงที่ทำให้ผมปรี๊ดแตกสุดๆ ครับ นั่นคือ ตอนที่ผมจะขอไม่ติดตั้งแล้ว เพราะพิจารณาจากหน้างานแล้ว มันติดตั้งไม่ได้ ขอเงินมัดจำคืนด้วย "จากที่ผมฟัง มันเหมือนคุณ xxx ไม่อยากติดตั้งแล้วมากกว่า ทั้งๆ ที่มันติดตั้งได้ ฉะนั้นตามกฎแล้วเราจะต้องขอหักเงินมัดจำครับ"
ปรี๊ดแตกมาก เพราะผมนี่อยากติดตั้งมาก นั่งนับวันรอวันติดตั้งเลย อยากได้มัดจำ ก็โอนให้ในทันที อยากมี Solar cell อยากใช้ เพื่อจะได้เขียนรีวิวประสบการณ์จริงๆ อยากรู้ว่ามันจะช่วยลดค่าไฟได้กี่มากน้อยในทางปฏิบัติ อยากทำคอนเทนต์โน่นนี่จากการติดตั้งครั้งนี้ รวมถึงการรีวิว แต่หัวหน้าเซลส์กลับมาหาว่าผมไม่อยากติดตั้ง ทั้งๆ ที่มันติดตั้งได้... คือ มันไม่ใช่บ้านคุณอ่ะ ก็พูดได้ดิ มาให้ผู้รับเหมาะฝืนไปติดตั้ง แล้วเกิดหลังคาบ้านผมเสียหายล่ะ ใครจะรับผิดชอบ นี่ยังไม่นับว่า ขนาดขึ้นไปติดตั้งยังลำบากขนาดนี้ แล้วเกิดต้องมาบำรุงรักษา ซ่อมแซม ในอนาคต มันจะวุ่นขนาดไหน ซึ่งได้ยินหัวหน้าเซลส์ตอบแบบปัดๆ ไปว่า เรามีการรับประกัน ไม่ต้องห่วง ... แสรด แต่เอ็งประกันกี่ปีเองฟะ ... แต่ตูต้องอยู่กับมันอีก 20-25 ปีนะ (อายุแผง Solar cell จะประมาณนี้)
สรุป เถียงอยู่นานมาก ว่าจะคืนหรือไม่คืนเงินมัดจำ แล้วจู่ๆ ผู้รับเหมาก็เก็บของ ขับรถจากไป โทรไปหาหัวหน้าเซลส์ เขาบอกว่า ก็ไม่ได้ติดตั้งแล้ว ก็เรียกผู้รับเหมากลับ ... อ้าว เฮ้ย! ยังไม่ได้ตกลงกันเลยว่าจะคืนเงินมัดจำไหม ให้กลับไปได้ยังไง
ก็ยังยื้อยุดกันซักพักครับ ผมลงดาบไม้ตายเลย ให้เจ้าของบริษัทมาคุยกัน ยังไงผมก็ไม่ยอม เพราะปัญหามันเริ่มมาตั้งกะตอนที่เซลส์เขาทำการสำรวจหน้างานได้ห่วยแตกแล้ว ... สุดท้าย หายไปพักใหญ่ๆ ก็ได้ข้อสรุปว่า เขาจะคืนเงินมัดจำให้ครับ แล้วเซลส์จะเป็นคนติดต่อกับผมมา ซึ่งเขาก็ตอบว่าพุธหน้าจะมาอัปเดตข้อมูลให้
ผมแถมให้อีก 1 สัปดาห์เลย ไม่มีใครติดต่อมาจ้า เซลส์ไม่มาอัปเดต ไม่มีการคืนเงินใดๆ มา ผมก็เลย LINE ไปถามเซลส์อีกที เขาก็ตกใจว่า อ้าว ยังไม่ได้คืนอีกเหรอคะ เดี๋ยวจะรีบเช็กให้ค่ะ ... สรุปก็คือ ผมได้เงินคืนวันถัดไปแหละ และก็จบมหากาพย์ความพยายามติดตั้ง Solar cell ไว้ ณ ตรงนี้ และตอนนี้ก็ยังเข็ด ประกอบกับคิดว่าบ้านตัวเองไม่น่าจะเหมาะที่จะติดตั้งแหละ เลยไม่ได้ไปขวนขวายหาทางติดตั้งต่อครับ (แต่มีเพื่อนๆ มาแนะนำบริษัทอื่นๆ ให้อยู่ 3-4 แห่ง นะ ก็ขอบคุณในความหวังดีไป)
โฆษณา