เปิดผลการทดสอบ 8 สูตรวัคซีนต่อโอมิครอน
เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2565 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เปิดเผยผลการศึกษาระดับภูมิคุ้มกันในการยับยั้งไวรัสในห้องปฏิบัติการของวัคซีน 8 สูตรที่ใช้ในประเทศไทยพบว่า วัคซีนทุกสูตรมีระดับภูมิคุ้มกันต่อโอมิครอนลดลงเมื่อเทียบกับเดลตา แต่การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นหรือบูสเตอร์โดสสามารถยับยั้งโอมิครอนได้มากกว่าสูตร 2 เข็ม ดังนั้นการฉีดวัคซีนจึงมีความจำเป็น โดยเฉพาะเข็มกระตุ้นเพื่อให้ภูมิคุ้มกันมากพอที่จะลดอาการป่วยและอาการรุนแรงมากขึ้น
4
1. งานวิจัยของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นการศึกษาระดับภูมิคุ้มกันแบบลบล้างฤทธิ์ (Neutralizing Antibody) ต่อไวรัสจริงในห้องปฏิบัติการ โดยวิธี PRNT (Plaque Reduction Neutralization Test) ซึ่งนำน้ำเหลืองของผู้ที่ได้รับวัคซีนแต่ละสูตรจำนวน 10 ตัวอย่างที่ระยะเวลา 2 สัปดาห์หลังฉีดวัคซีนมาทดสอบกับไวรัส ยกเว้นสูตร Pfizer + Pfizer ที่ใช้ตัวอย่างหลังฉีดวัคซีน 3-4 สัปดาห์
2. วัคซีน 2 เข็มสามารถยับยั้งสายพันธุ์เดลตาได้ดี สูตรที่ยับยั้งเดลตาได้มากที่สุดคือ Sinovac + Pfizer มีระดับภูมิคุ้มกัน (NT50 Titer) เท่ากับ 581.1 หน่วย รองลงมาเป็น AstraZeneca + Pfizer เท่ากับ 388.2 หน่วย และ AstraZeneca + AstraZeneca เท่ากับ 226.9 หน่วย ในขณะที่ยับยั้งสายพันธุ์โอมิครอนได้ลดลง 10-30 เท่า
3. วัคซีน 3 เข็มสามารถยับยั้งโอมิครอนได้มากขึ้น โดยสูตรที่ยับยั้งโอมิครอนได้มากที่สุดคือ Sinovacx2 + Pfizer มีระดับภูมิคุ้มกัน 282.5 หน่วย รองลงมาเป็น AstraZenecax2 + Pfizer เท่ากับ 222.9 หน่วย และ Sinovacx2 + AstraZeneca เท่ากับ 71.6 หน่วย ถึงแม้ว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการยับยั้งเดลตาจะลดลง 2-5 เท่า
1
4. นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อธิบายเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันยังไม่มีเกณฑ์ระดับภูมิคุ้มกันที่สามารถป้องกันโรคว่าเป็นเท่าใด แต่หากอ้างอิงจากโรคอื่น ถ้าระดับภูมิคุ้มกันที่ทดสอบด้วยวิธีนี้มากกว่า 10 หน่วยจะถือว่าป้องกันโรคได้ ส่วนระยะเวลาว่าภูมิคุ้มกันหลังฉีดเข็มกระตุ้นอยู่นานเท่าไรยังต้องใช้เวลาศึกษาเพิ่มเติม
5. ทั้งนี้ไม่สามารถนำตัวเลขไปเทียบกับงานวิจัยของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลเมื่อเร็วๆ นี้ได้ เนื่องจากใช้วิธีการทดสอบต่างกัน (PVNT50 ซึ่งใช้ไวรัสตัวแทน) แต่แนวโน้มการยับยั้งโอมิครอนของวัคซีนเข็มกระตุ้นคล้ายกันคือสูตร Sinovacx2 + Pfizer มีระดับภูมิคุ้มกันสูงสุด รองลงมาเป็น AstraZenecax2 + Pfizer และ Sinovacx2 + AstraZeneca ตามลำดับ
3
เรื่อง: นพ.ชนาธิป ไชยเหล็ก
1
ภาพประกอบ: ฉัตรชัย เฉยชิต
อ้างอิง:
- กระทรวงสาธารณสุข https://www.facebook.com/127034180656279/posts/7585556701470619
- ศูนย์วิจัยคลินิก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล https://www.facebook.com/104663661197163/posts/452238069773052
15ถูกใจ
14แชร์
9.1Kรับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      ทำไม เจ้าของคาราบาว มาทำร้านโชห่วย ถูกดี มีมาตรฐาน รู้หรือไม่ ? ธุรกิจ ถูกดี มีมาตรฐาน มีจุดเริ่มต้นมาจากร้านโชห่วยเล็ก ๆ เพียงร้านเดียว ในจังหวัดนครปฐม แต่ปัจจุบัน ธุรกิจ ถูกดี มีมาตรฐาน มีร้านโชห่วยที่เข้ามาเป็นพาร์ตเนอร์ มากกว่า 5,000 ร้านค้า กระจายอยู่ทั่วประเทศไทย
      BG SHARE: นโยบายของ BGC สู่รางวัลหุ้นยั่งยืน รู้หรือไม่ว่า BGC ได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 170 บริษัทรายชื่อ “หุ้นยั่งยืน” ประจำปี 2565 เป็นปีที่ 2 ต่อเนื่อง จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
      ‘โคจิ ซาโตะ’ ผู้รับตำแหน่ง CEO คนใหม่ Toyota เปิดประวัติ ‘โคจิ ซาโตะ’ ผู้รับตำแหน่ง CEO คนใหม่ Toyota หลังรับไม้ต่อจาก อากิโอะ โตโยดะ พร้อมย้ำอย่าพยายามเป็นเหมือนผม
      ลูกค้าน้ำมันดิบของรัสเซีย เปลี่ยนไปแค่ไหนในปี 2022
      ดูทั้งหมด