21 ม.ค. 2022 เวลา 11:36 • ไลฟ์สไตล์
วัฒนธรรมการทำงานเกินกว่าเวลา เกินกว่าหน้าที่ เกินกว่าเงินเดือน หรือสภาวะการทำงานที่ overload ที่หลายคนภูมิใจ และมีกำลังใจจากเสียงชม อยากให้ย้อนมาดูตัวเองว่ากำลังหลงกลเจ้านาย และนายจ้าง ที่กำลังใช้งานเราอย่างไม่เหมาะสม และไม่เป็นธรรมอยู่ไหม?
เราไม่ได้บอกว่าทำงานเกินเวลา เกินหน้าที่ หรือเกินกว่าเงินเดือนไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว แต่ต้องคิดด้วยว่า "ความท้าทายที่เราแบกรับมาหนักอึ้ง" นั้นเราจะมองมันด้วย Mind Set แบบไหน?
Mind Set A : ฉันจะได้ฉายแสงแล้ว เจ้านายจะได้เห็นแววของฉัน ฉันจะท้าทายตัวเอง และก้าวหน้าเติบโต
Mind Set B : มีคนในทีมที่ทำงานนี้โดยตรง แต่ทำไมงานมาตกที่เรา แล้วทำไมเราต้องกลับดึกทุกคืน line chat งานมาเด้งตอนค่ำ หรือทำงานเกินกว่าหน้าที่ด้วยล่ะ?
สำหรับเรา เรามองแบบนี้
1) คนที่คิดว่าตัวเองไม่มีทางเลือก ในฐานะพนักงานประจำคนหนึ่งคงต้องทนทำไป เพราะว่าเป็นสิ่งที่แบกรับมา เพื่อหาเงิน ให้มีรายได้ ยังไงก็คงต้องทน (มั้ง)
2) นั่นเป็นเหตผล ให้มีสหภาพแรงงาน และสหภาพของพนักงาน เพื่อปกป้องคุ้มครองสิทธิ์ของลูกจ้างให้ได้รับความชอบธรรม จากการถูกเอาเปรียบในที่ทำงาน และเรามีสิทธิ์รักษาสิทธิ์ (Assertiveness) ปฏิเสธงานที่ไม่เหมาะสม มีสิทธิ์ที่จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และการทำงานที่เป็นธรรมกับลูกจ้างเสมอนะ อย่าลืม
3) ความเติบโตในบริษัทที่ไม่เคารพเวลาของเรา ไม่เคารพเงินเดือนของเรา ไม่เคารพชีวิต และคุณภาพชีวิตของเรา เป็นที่ทำงานที่เป็น unhealthy workplace เราจะไม่เลือกทน เพราะเรามองว่า เราควรเลือกที่ทำงานที่ให้คุณภาพชีวิตที่ดีให้เราได้ และให้เกียรติเคารพชีวิตเราด้วย
4) ทุกคนทำงานหนัก เราทำงานเพื่อหวังได้เงินที่สมน้ำสมเนื้อกับแรงที่เราลงไป เรามองว่าเราไม่ได้อิ่มทิพย์ กินความภาคภูมิใจ นี่ไม่ใช่องค์กรการกุศล อาสาสมัครยอดกตัญญูของบริษัท ที่เราต้อง work hard เอาคำชม แต่ไม่ turn กลับมาเป็น incentives เราเหนื่อย เราต้องได้การตอบแทนที่คุ้มค่าเหนื่อย เรากินข้าว ไม่ได้กินหญ้าข้างออฟฟิศ ทุกอย่างใช้เงินซื้อ
5) เรามองว่าเจ้านายต้องเคารพ Job Description และข้อตกลงในการทำงานที่รับเราเข้ามาทำในวันสัมภาษณ์งาน ว่าเราเข้ามา เพื่อมาทำอะไร ตำแหน่งไหน มันต้องไม่ใช่ General เบ๊ ทำ 10-20 อย่าง งานของเรา เราต้องทำหน้าที่เรา การทำทุกอย่างก็คือเอาเปรียบตั้งแต่การไม่เคารพ JD ที่มีอยู่ เหมือนฉีกสัญญาที่ให้ไว้ ตั้งแต่ตอนคุยทีแรก เนื้องานจริงไม่ตรงปก
6) อย่าลืมว่าเราตาย เขารับคนใหม่เข้ามาได้เลย เราป่วย เราเป็นฟันเฟืองที่หายไป บริษัทก็ไม่ได้แคร์ พร้อมจะหาคนใหม่ทันที เขาไม่ได้รักเราขนาดนั้น เราต่างหากที่ต้องกลับมาถามว่าเรารักตัวเอง และเคารพตัวเองมากพอไหม กล้าเดินออกจากงานชั้นเลวที่ใช้เราหนักหนาบ้างไหม หรือเราเต็มใจรับบทนางทาสเอง อันนี้ก็แล้วแต่เรา แต่สุดท้าย ใช้เงินบั้นปลายในโรงพยาบาล ออฟฟิศซินโดรม โรคซึมเศร้า และรอวันตายด้วยเงินเก็บ แต่ไม่ได้ใช้ชีวิต ก็ไม่ควรอยู่แล้ว
7) ทุกคนมันก็หวังความก้าวหน้าหมดแหละ ทำงานหนักๆให้เขาเห็นความก้าวหน้า แต่ในความจริง บริษัทเขาไม่ได้วัดที่ภาพลักษณ์สวยหรูว่าตอนทำ เราทำหนักแค่ไหน เขาดูที่ result-oriented รึเปล่า? ว่าผลลัพธ์ของงานมันออกมาคุณภาพไหม การกลับดึก การทำเยอะ การแบกโลกทั้งใบในออฟฟิศไว้บนบ่า แต่ทำออกมาก็เฉยๆ สุดท้ายคุณค่ามันอาจจะไม่ได้ยิ่งใหญ่ และสะท้อนความก้าวหน้าในอนาคตได้ กลายเป็น 'เหนื่อยฟรี' ก็ได้นะ
8 ) หลายคนก็ใช้ "การชมตัวเอง เพื่อสะกดจิตตัว" ให้รู้สึกว่าตัวเอง cool เจ๋ง ที่ทนทำงานหนักได้ เป็นคนเก่ง เป็นคนรับผิดชอบ แบกโลกอันยิ่งใหญ่ เพื่อยังหล่อเลี้ยง ปลอบประโลตัวเองให้มีความสุขความภูมิใจล้มๆแล้งๆ ที่แดกไม่ได้ ไม่ได้ turn เป็นตัวเงินกลับมา และบริษัทก็ไม่ได้เห็นค่าเราขนาดนั้นหรอก แต่ spotlight effect ที่มองตัวเองว่าฉันทำดี สู้ตาย กำลังหลอกให้เราทนกับงานที่กำลังเป็นพิษต่อสุขภาพกาย และสุขภาพจิตของเราเอง แต่หลอกตัวเองเก่งอยู่ เลยยังอยู่ได้
9) หลายคนบอกว่า ไม่มีใครเหนื่อยฟรีหรอกจ้ะ ยิ่งทำยิ่งเก่ง ยิ่งทำยิ่งได้ประสบการณ์ แต่อย่าลืมว่า ประสบการณ์ที่ไม่ได้เงิน ก็ไม่ได้ช่วยให้พอกินนะ และอีกอย่างหนึ่ง ถ้ารู้ว่าตัวเองเก่งกาจขนาดนั้นทำไมไม่หางานใหม่ ที่ให้ทั้งประสบการณ์ที่ท้าทาย แต่ได้เงินเพิ่มด้วยล่ะ จะทนทำที่เดิมที่ได้แต่ประสบการณ์เก่งกาจ แต่เงินเท่าเดิมไปทำไม? แสดงว่าเราไม่ฉลาดคิดรึเปล่า? คำว่าประสบการณ์จะมีคุณค่าในที่ทำงาน มันควร turn มาเป็นเงินหรือไม่ ถามใจตัวเองดูนะ
คำชมที่ว่างเปล่า กินคำชมแทนข้าว
หวังความก้าวหน้า แต่อยู่ที่เดิม เงินเพิ่มหลักร้อย แต่ใช้เราหลักหมื่น ต้องถามตัวเองว่า "ความขยันของเราทำไมถึงถูกด้อยค่า มีค่าน้อยจัง เขาเอาเปรียบเราอยู่รึเปล่า?" เราเคยทบทวนบ้างไหมนะ
ได้เวลาเคารพหัวใจตัวเอง
ปฏิเสธในสิ่งที่ควรปฏิเสธ และเราควรอยู่ในที่ที่เห็นคุณค่างานที่เราทำได้รึยัง?
'ทุกคนต่างก็หวังความก้าวหน้าไง...แต่ทำงานหนักแล้วไม่ก้าวหน้า ก็แสดงว่าเขากำลังหลอกใช้ ก็แค่นั้นเอง'
จงทำงาน ในที่ที่เห็นค่าเราจริงๆ
#ThinkTalkLoud
#ตุ๊ดส์review
โฆษณา