10 ก.พ. 2022 เวลา 11:06 • ประวัติศาสตร์
• เกี่ยวกันด้วยหรอ?
1
หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้นโปเลียนพ่ายแพ้ที่วอเตอร์ลู มาจากการระเบิดของภูเขาไฟ
ความพ่ายแพ้ในสมรภูมิวอเตอร์ลูเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 1815 คือจุดจบของสถานะการเป็นจักรพรรดิฝรั่งเศสของนโปเลียน โบนาปาร์ต อย่างเป็นทางการ สมรภูมินี้จึงถือเป็นหนึ่งในสมรภูมิที่พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์โลกอย่างแท้จริง
แต่รู้ไหมว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้นโปเลียนต้องพ่ายแพ้อย่างย่อยยับที่วอเตอร์ลู เกี่ยวข้องกับการระเบิดของภูเขาไฟ
ทฤษฏีนี้ถูกนำเสนอโดย ด็อกเตอร์ แมธธิว เจ. ยองเรอ (Matthew J. Genge) นักวิทยาศาสตร์ทางด้านวิทยาศาสตร์พื้นพิภพ (Earth Science) ของราชวิทยาลัยลอนดอน
แมทธิวได้เสนอว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้นโปเลียนพ่ายแพ้ที่วอเตอร์ลู มาจากการระเบิดของภูเขาไฟตัมโบรา (Tambora) ที่ตั้งอยู่บนเกาะซุมบาวา (Sumbawa) ในอินโดนีเซีย โดยภูเขาไฟลูกนี้ได้เกิดระเบิดในวันที่ 5 เมษายน 1815 เหตุการณ์นี้ทำให้มีคนบนเกาะเสียชีวิตอย่างน้อย 1 หมื่นคน
การระเบิดของภูเขาไฟตัมโบรา
การระเบิดของภูเขาไฟทำให้เถ้าถ่านและแก๊สพิษลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศของโลก ซึ่งไปบดบังแสงจากดวงอาทิตย์ ทำให้บริเวณซีกโลกเหนือของโลกอย่างเช่นทวีปยุโรป มีสภาพอากาศที่แปรปรวนและหนาวเย็นผิดปกติ โดยความผิดปกติดังกล่าวก็ดำรงอยู่เป็นปี ๆ เลยทีเดียว
สอดคล้องกับค่ำคืนก่อนการรบที่วอเตอร์ลู ที่ได้เกิดฝนตกหนัก จนทำให้นโปเลียนกังวลใจว่า ด้วยสภาพอากาศและพื้นดินที่กลายเป็นดินเหนียว จะเป็นอุปสรรคสำคัญของทหารและปืนใหญ่ของเขา
ซึ่งสิ่งที่นโปเลียนคิดไว้ก็เป็นจริง เพราะปัญหาดังกล่าวทำให้แผนการโจมตีกองทัพอังกฤษของนโปเลียนต้องล่าช้าออกไป ส่งผลให้อังกฤษกับปรัสเซียมีเวลามากพอที่จะประสานงานกัน จนนำไปสู่การที่กองทัพนโปเลียนพ่ายแพ้อย่างย่อยยับในสมรภูมินั่นเอง
อย่างไรก็ตาม ก็มีอีกหลายคนที่ออกมาแย่งทฤษฎีของแมทธิว โดยพวกเขาบอกว่า จริงอยู่ที่การระเบิดของภูเขาไฟตัมโบราทำให้เกิดความผิดปกติต่อสภาพอากาศในยุโรป แต่ความผิดปกติดังกล่าวเกิดขึ้นในปีถัดมา ซึ่งก็คือปี 1816 ต่างหาก สอดคล้องกับการที่ปี 1816 ถูกขนานนามว่าเป็น “ปีที่ปราศจากฤดูร้อน” (the year without a summer)
*** Reference
#HistofunDeluxe
โฆษณา