17 ก.พ. 2022 เวลา 06:00 • กีฬา
ประโยชน์ที่คาดไม่ถึง ทำไมการเรียนมวยไทยช่วยลดความเครียดได้?
หากพูดถึงความเครียด หลาย ๆ คนคงมีวิธีที่จะจัดการกับอารมณ์หงุดหงิดไม่สบายใจเหล่านี้ที่ไม่เหมือนกัน บ้างก็อาจจะหาเพลงฟัง หาภาพยนตร์สักเรื่องดู หรือที่หลายคนมักจะนิยมทำกันคือการออกกำลังกาย ตั้งแต่การวิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือแม้กระทั่ง การต่อยมวยไทย
โดยปกติแล้วการออกกำลังจะช่วยกระตุ้นให้เราหลั่งฮอร์โมนโดพามีน ฮอร์โมนแห่งความพึงพอใจออกมา รวมไปถึงฮอร์โมนเซโรโทนิน ที่เป็นฮอร์โมนต้านความเครียด การออกกำลังกายจึงถือเป็นกิจกรรมลำดับต้น ๆ ที่คนส่วนใหญ่มักจะนิยมทำเพื่อลดความเครียด แต่เป็นไปได้หรือไม่ว่าการออกกำลังกายโดยการต่อยมวยหรือการออกกำลังกายจำพวกศิลปะการป้องกันตัวเช่นนี้ มีแนวโน้มที่จะช่วยลดความเครียดได้มากกว่าการออกกำลังกายแบบอื่น ?
หากทำได้จริง การออกแรงเตะต่อยไม่ว่าจะไปลงบนกระสอบทราย ลงบนเบาะที่อยู่บนครูฝึกหรือคู่ซ้อม มีผลในการช่วยลดความเครียดของเราได้มากน้อยขนาดไหน ? เราขอชวนมาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กัน
[ความเครียด กับ การเคลื่อนไหว]
ก่อนที่เราจะทำความเข้าใจว่าการต่อยมวยสามารถช่วยลดความเครียดได้ เราลองมาทำความเข้าใจพื้นฐานของการออกกำลังกายและการเคลื่อนไหวร่างกายที่มีส่วนช่วยในการช่วยลดความเครียดกันก่อน
โดยทั่วไปการออกกำลังกายหรือแม้กระทั่งการเคลื่อนไหวร่างกายเฉย ๆ อย่างเช่นการเดิน แกว่งแขน ขยับขา หรือกิจกรรมใดก็ตามที่เรียกรวม ๆ ว่า “การเคลื่อนไหว” (Movements) ต่างก็มีส่วนช่วยในการลดความเครียดได้เสมอ และเป็นหนึ่งในกิจกรรมลดความเครียดที่ “ง่ายที่สุด” ที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะทำ
จากผลสำรวจของ Anxiety & Depression Association of America (ADAA) องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มุ่งเน้นการจัดการ วิจัย และรับมือกับความเครียดและความวิตกกังวลแห่งสหรัฐอเมริกา ในปี 2008 พบว่า กว่า 14 เปอร์เซ็นต์ของคนที่มีภาวะเครียดหรือวิตกกังวล เลือกที่จะเคลื่อนไหวร่างกายและออกกำลังกายเพื่อลดความเครียด นอกเหนือจากนั้นคือการคุยกับคนรอบตัว ดูภาพยนตร์ หรือฟังเพลง
การออกกำลังกาย ยังเป็นวิธีการลดความเครียดที่ได้รับการแนะนำจากแพทย์อย่างแพร่หลาย สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อจะไปช่วยกระตุ้นให้สมองของเราหลั่งฮอร์โมนโดพามีนและเซโรโทนินออกมา รวมไปถึงเอ็นโดฟิน ซึ่งฮอร์โมนเหล่านี้เป็นฮอร์โมนจำพวกฮอร์โมนดี ที่จะช่วยสร้างความสุขให้แก่ทั้งร่างกายและจิตใจ เพราะสองปัจจัยหลักนี้เชื่อมถึงกันอย่างปฏิเสธไม่ได้
กล่าวคือเมื่อใดที่ความเครียดส่งผลต่อสมอง ระบบประสาทและการทำงานในส่วนอื่นของร่างกายก็จะได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นหากร่างกายของเราได้รับการกระตุ้นโดยการออกกำลังกายจนหลั่งฮอร์โมนดีออกมา สุขภาพจิตใจของเราก็มีแนวโน้มที่จะดีขึ้นตามไปด้วย นำไปสู่คำถามสำคัญต่อไปที่ว่า แล้วการออกกำลังกายที่ว่านี้ กับการออกกำลังกายหนักแบบนักมวยไทยดีกว่าหรือไม่ ? หรืออะไรที่ทำให้มวยไทยแตกต่าง ?
[ออกแรงหนัก สะใจกว่า?]
ทำไมการเรียนมวยไทยถึงช่วยลดความเครียดได้ดี ?
สิ่งหนึ่งที่เราสามารถสังเกตเห็นได้ในเรื่องของความแตกต่างระหว่างมวยไทยกับกีฬาชนิดอื่น คือมวยไทยเป็นกีฬาที่ต้องใช้กำลัง ต้องออกแรงเตะต่อยกับอะไรบางสิ่ง เป็นกีฬาที่เข้าข่าย “การต่อสู้” ตรงนี้เองที่อาจจะเป็นคำตอบสำคัญของวิธีการจัดการกับความเครียด มีพื้นฐานมาจากอารมณ์ความโกรธ ความกลัว หรือแม้แต่ความเศร้า การออกแรงชกต่อยจึงอาจมีส่วนช่วยเข้าไปกระตุ้นให้เกิดการออกแรงอย่างมหาศาลของกล้ามเนื้อ จนกลายเปลี่ยนเป็นความผ่อนคลายได้ในภายหลัง
เชื่อหรือไม่ว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องทางจิตวิทยาโดยตรง จากหนังสือ ชื่อ “มวยไทย” ที่เขียนโดยชาวดัตช์ชื่อ “อาร์โนท วาน เดอร์ แวร์” ผู้ที่อุทิศตนให้แก่การฝึกฝนศิลปะการป้องกันตัวหลายแขนงและโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับมวยไทยอย่างจริงจัง ได้วิเคราะห์เรื่องนี้ไว้ในหนังสือของเขาอย่างละเอียด
ปฏิเสธไม่ได้ว่าสภาพแวดล้อมและสังคมปัจจุบัน ไม่อนุญาตให้เราแสดงออกถึงความรู้สึกกดดันหรือความเครียดที่เราต้องเจอมาจากการทำงาน การเรียน หรือเหตุการณ์ใดที่ชวนหงุดหงิดที่พบเห็นได้ตามชีวิตประจำวันทั่วไป
อาทิ การจราจรที่ติดขัด ราคาน้ำมันหรือราคาหมูที่เพิ่มขึ้น หรือล่าสุดอย่างสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 วิธีการหนึ่งที่จะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงความเครียดเหล่านี้ไปได้ คือการหาทางปล่อยอารมณ์โกรธและหงุดหงิดเหล่านั้นแบบขั้นสุด และคำตอบของวิธีที่ว่านี้คือการออกแรงอย่างการเรียนมวยไทย
การเรียนศิลปะการป้องกันตัวอย่างการเรียนมวยไทย จึงเปรียบเสมือนการปลดปล่อยอารมณ์ความเครียดขั้นสูงสุด เหมือนการเคลื่อนไหวที่เน้นการออกแรงอย่างรุนแรง (Explosive Actions) ซึ่งเป็นคุณสมบัติหนึ่งที่การออกกำลังกายอื่น ๆ ไม่มี ลองนึกภาพว่าเรากำลังออกกำลังกายที่เน้นความอดทน (Endurance) แต่สิ่งที่เราต้องการทำจริง ๆ คือการปลดปล่อย การเรียนมวยไทย จึงอาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่าในการจัดการกับความเครียด
การเรียนมวยไทย เปรียบเสมือนการเลือกใส่รองเท้าให้ถูกไซส์ หรือการเลือกวัตถุดิบที่ถูกต้องมาปรุงอาหาร เป็นวิธีการระบายความเครียดออกอีกทางเลือกหนึ่งที่อาจจะเหมาะกว่ากีฬาประเภทอื่น ๆ เพราะมีพื้นฐานมาจากการจัดการอารมณ์ความเครียดที่เป็น “ธรรมชาติ” มากที่สุดของมนุษย์
กล่าวคือ เวลาโกรธ คนส่วนมากที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ มักจะเริ่มใช้กำลัง ขว้างโยนสิ่งของ เริ่มตะโกน เป็นการระเบิดอารมณ์ที่รุนแรงที่ยากจะควบคุม แต่ในเมื่อการจัดการกับอารมณ์โกรธและเครียดเหล่านั้นเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม การออกกำลังด้วยการระเบิดอารมณ์อย่างสร้างสรรค์ที่สุดคือการต่อยมวย
[มากกว่าความเครียด คือ สมาธิ]
อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะคิดว่าการต่อยมวยจำเป็นต้องมีพื้นฐานมาจากอารมณ์ความเครียดอย่างเดียวหรือไม่ ? คำตอบของคำถามนี้ก็คงไม่ตายตัวเสียทีเดียว เป็นเรื่องจริงที่การเรียนมวยไทยเป็นวิธีการระบายความเครียดอย่างสร้างสรรค์วิธีหนึ่ง แต่นอกเหนือไปกว่านั้น มันคือการเพ่งสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า จนเราอาจจะลืมความเครียดไปได้ช่วงเวลาหนึ่ง
กุญแจสำคัญคือ “สมาธิ”
แม้ว่าภาพของมวยไทยในสายตาของคนที่ไม่เคยลองหรือไม่เคยดูจะเป็นกีฬาที่ดูหุนหันพลันแล่น เข้าไปต่อยเข้าไปเตะกันอย่างรุนแรงแบบรัว ๆ แต่ความจริงแล้ว ทุกจังหวะ ทุกการเคลื่อนไหวล้วนสำคัญและต้องถูกกลั่นมาจากการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงทั้งสิ้น ตั้งแต่จังหวะการเดินไปจนถึงการออกหมัด การออกแรงแบบรุนแรงที่ได้กล่าวมาก่อนหน้าจะได้ผลดีที่สุดหากเราทำมันอย่างถูกต้อง จนกลายเป็นการออกหมัดที่แข็งแรง ตรงจุดอย่างแม่นยำ
นอกจากการระบายความเครียดทางตรงอย่างการออกแรงแล้ว ในทางหนึ่งคนที่เรียนมวยก็สามารถนำความเครียดเหล่านั้นแปรเปลี่ยนมาเป็นเทคนิคเชิงบวก อย่างการเพ่งสมาธิไปสู่การฝึกเพียงอย่างเดียวก็ไม่ต่างอะไรกับการเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์ รวบรวมสมาธิ และเปลี่ยนความก้าวร้าวให้เป็นการแสดงออกทางกายภาพอย่างเหมาะสมได้
แม้ว่าในทางเทคนิคแล้ว การออกกำลังกายทุกวิธีจะช่วยให้สุขภาพดีและจัดการกับความเครียดได้เหมือนกัน แต่ มวยไทย อาจเป็นทางเลือกหนึ่งในการออกกำลังกายเพื่อลดความเครียดที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับคนที่ยังไม่เคยลอง
บางทีกีฬาที่เน้นการออกแรงแบบนี้ อาจจะให้บทเรียนและผลลัพธ์มากกว่าที่เราคาดไว้ก็เป็นได้
โฆษณา