17 ก.พ. 2022 เวลา 09:08 • ประวัติศาสตร์
• ลบไม่ได้ช่วยให้ลืม เมื่อภาพถ่ายถูกใช้กวาดล้างศัตรูทางการเมืองของสตาลิน
นับตั้งแต่ที่โจเซฟ สตาลิน ขึ้นสู่อำนาจในฐานะผู้นำสูงสุดของสหภาพโซเวียตในปี 1922 สตาลินก็นำพาให้โซเวียตกลายสภาพเป็นรัฐเผด็จการ สตาลินบังคับให้ประชาชนบูชาเขาเหมือนกับพระเจ้า และผูกขาดอำนาจทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว
ซึ่งก่อนหน้าที่สตาลินจะขึ้นสู่อำนาจ ผู้นำคนเก่าอย่างวลาดิเมียร์ เลนิน ก็เคยเอ่ยปากเตือนว่า สตาลินไม่มีความเหมาะสมกับการเป็นผู้นำ เพราะเขาเสพติดกับอำนาจมากจนเกินไป (และมันก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ)
ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกอะไร ที่ตลอดช่วงเวลาที่สตาลินครองอำนาจ จะมีคนที่คิดต่อต้านและท้าท้ายอำนาจของเขา และนั่นเองที่ทำให้ในปี 1934 สตาลินได้เริ่มนโยบายที่เรียกว่า The Great Purge
1
The Great Purge คือการกวาดล้างศัตรูทางการเมืองและประชาชนที่มีแนวคิดต่อต้านสตาลิน โดยคนที่ถูกสตาลินหมายหัว จะต้องได้รับโทษที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นถูกเนรเทศไปยังดินแดนห่างไกลในไซบีเรีย ถูกจับเข้าค่ายใช้แรงงาน ถูกจับกุมตัวและถูกทรมานในเรือนจำ และที่หนักสุดก็คือถูกประหารชีวิต
มีการคาดการณ์ว่า ตลอดช่วงเวลาที่เกิด The Great Purge ที่กินเวลาตั้งแต่ปี 1934 ถึง 1938 ได้ทำให้มีคนล้มตายกว่า 750,000 คน หรืออาจจะสูงถึงหนึ่งล้านคนเลยทีเดียว
1
ประเด็นที่น่าสนใจคือ แม้แต่ภาพถ่ายที่มีศัตรูของสตาลินปรากฏอยู่ สตาลินเองก็ไม่ต้องการให้คนเหล่านี้ปรากฎอยู่บนภาพถ่ายเช่นกัน ดังนั้นสตาลินจึงจัดตั้งหน่วยงานที่ทำหน้าที่ 'ลบ' ศัตรูทางการเมืองของสตาลินให้หายไปจากภาพถ่ายโดยเฉพาะ
แม้ว่าในตอนนั้นจะยังไม่มีโปรแกรมอย่าง Photoshop แต่การตัดต่อภาพจากฝีมือของหน่วยงานนี้ ก็ถือว่าแนบเนียนพอสมควร โดยพวกเขาจะใช้อุปกรณ์อย่างเช่น มีดผ่าตัด กาว พู่กันและสี เป็นเครื่องมือที่ใช้ตัดต่อภาพ ดังนั้นภาพถ่ายจึงเป็นหนึ่งในอาวุธสำหรับสังหารศัตรูของสตาลินเลยก็ว่าได้
2
*** Reference
#HistofunDeluxe
โฆษณา